"monster_hunter_world.vdata"
{
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_1000_RadiantCreeps_LocFieldNotes" "ตอนที่ข้าเจอฟรัก นักรบเถื่อนเป็นครั้งแรก เขานั่งอยู่บนก้อนหินในที่โล่งกลางป่า และกำลังเอาผ้าพันแผลที่ถูกดาบฟัน ซึ่งน่าจะเจ็บน่าดู ข้าง ๆ เขามีซากศพสัตว์ประหลาดเกลื่อนกลาดอยู่หลายศพ ซึ่งดูเหมือนจะทำด้วยไม้ หรือคงต้องเรียกว่าท่อนไม้หลังจากที่ฟรักจัดการพวกมันเรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่ข้าแนะนำตัวเอง ฟรักอธิบายว่า เขาหวังว่าจะได้เป็นฮีโร่ เขาบอกว่าให้ข้าเป็นคนแรกที่เขียนเกี่ยวกับความกล้าหาญของเขา โดยเริ่มจากผลพวงของการต่อสู้ที่เขาเพิ่งคว้าชัยชนะมา
\"เมื่อเจ้าต้องการที่จะเป็นฮีโร่ เจ้าพวกนี้ก็เอามาใช้ฝึกฝีมือได้อย่างดีเลยล่ะ\" นักรบเถื่อนคำราม \"แม้แต่ฮีโร่จริง ๆ ก็ยังใช้พวกนี้ลับคมดาบอยู่บ่อย ๆ
\"และที่ดีที่สุด\" เขาเสริม ก่อนที่จะก้มลงขโมยเหรียญจากซากศพของผู้ที่เขาสังหารด้วยน้ำมือตนเอง
ข้าบอกเขาว่าการชำแหละและขโมยจากศพไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ฮีโร่ควรกระทำ ฟรักเกาคางและขมวดคิ้ว
\"ฮีโร่ไหน ๆ ก็ทำกันทั้งแหละ\" เขาพูด แม้ว่าจะดูไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาเท่าไหร่ \"ถ้าฮีโร่ทุกคนทำแบบนี้ ก็ไม่น่าจะผิด ใช่ไหม?\"
พอพูดจบ เขาก็ทำเสียงคำรามอีก แล้วคว้าขวานเล่มโตของตนเดินหายเข้าไปในป่านั้น"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_1000_RadiantCreeps_LocNonHeroName" "ครีปฝั่งเรเดียนต์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_1001_DireCreeps_LocFieldNotes" "ข้าอยู่ในโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ ชื่อบอร์เฮด ในเมืองเฮาพท์ชทัดท์ ตอนที่ฟรัก นักรบเถื่อนเดินอาด ๆ เข้ามา ใต้รักแร้มีหัวที่ใส่หน้ากากที่ดูเหมือนจะทำมาจากกระดูก
\"หัวนี่ทำให้ข้าเข้าที่นี่ได้ไหม?\" เขาถามคนดูแลโรงเตี๊ยมอย่างหงุดหงิด \"เพราะไปที่ไหนเค้าก็บอกว่าไม่พอ\"
คนดูแลโรงเตี๊ยมบอกฟรักอย่างเกรงใจว่าเขาจะนั่งที่ไหนก็ได้ หลังจากที่นักรบเถื่อนสั่งเบียร์และทรุดตัวนั่งที่โต๊ะเล็ก ๆ ตัวหนึ่งแล้ว ข้าก็ตัดสินใจลองเข้าไปคุยอีกครั้ง
\"อ้อ เจ้านั่นเอง\" เขาบอก \"เออ ข้าลองคิดเรื่องที่เจ้าพูด และตัดสินใจว่าจะไม่ไปฆ่าพวกต้นไม้นั้นแล้ว เว้นแต่ว่าพวกมันจะทำอะไรไม่ดี\"
\"ตอนนี้ข้าล่าแต่พวกนี้\"
เขายิ้มอย่างภาคภูมิใจ แล้วใช้ไปที่หัวกะโหลกที่เขาเอาเข้ามาในโรงเตี๊ยม ทั้งหน้ากากทั้งบาดแผลตรงที่ถูกฟรักตัดหัวดูน่าสยดสยอง
\"มันมีเหรียญด้วยนะ\" ฟรักยิ้ม
ข้าบอกว่า การฆ่าสัตว์ประหลาดประเภทอื่น และขโมยของจากซากศพของพวกมันไม่ได้ดีกว่าพฤติกรรมก่อนหน้านี้เลยสักนิด
\"คนบางคนนี่เอาใจยากจริง!\" นักรบเถื่อนตะโกน \"ปล่อยให้ข้าซดเบียร์เงียบ ๆ แล้วกัน!\"
ข้าก็เลยปล่อยเขา เพราะไม่มีทางรู้เลยว่าฟรักจะทำอะไรเพื่อที่จะได้เหรียญในกระเป๋าของข้า"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_1001_DireCreeps_LocNonHeroName" "ครีปฝั่งไดเออร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_1002_Courier_LocFieldNotes" "แดซ คาร์เดิลกำลังตักมูลที่หนึ่งในฝูงลาตัวเล็ก ๆ บึกบึนหลายร้อยตัวทิ้งเอาไว้ระหว่างที่เล็มหญ้าเขียวชอุ่มบนทุ่งหญ้าที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีของกิจการขยายพันธุ์สัตว์ส่งของของคาร์เดิล เขามองเห็นข้าเดินมา จึงเอนตัวบนด้ามพลั่วของตน พลางเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
\"เจ้ามาหาสัตว์ส่งของหรือ?\" เขาถาม \"ปกติลูกค้าของข้าจะตัวใหญ่กว่าเจ้าเยอะเลย\"
ข้าบอกเขาว่าข้าแค่อยากถามเกี่ยวกับกิจการของเขา และเขาก็ยินดีที่จะคุยด้วย—ถ้าข้าหยิบพลั่วอีกเล่มมาช่วยเขาทำงานนะ
\"ใคร ๆ ก็อยากได้สัตว์ส่งของของข้า\" เขาพูด พร้อมยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจแล้วตักจนเต็มพลั่วอีกครั้ง \"โชคดีที่พวกมันออกลูกเร็วเหลือเชื่อ\"
เขาเล่าว่า ลูกค้าบางคนกลับมาหลายรอบในวันเดียวกัน และคิดว่าความสำเร็จของกิจการมาจากกฎสองข้อที่เขาทำตามอย่างเคร่งครัดเสมอ นั่นก็คือคอยดูแลให้ฝูงสัตว์ของเขาแข็งแรงสุขภาพดี และห้ามถามลูกค้าว่าจะเอาสัตว์เหล่านั้นไปทำอะไร
เขาลูบหัวสัตว์ส่งของตัวหนึ่ง แล้วหยิบอาหารในกระเป๋ามาป้อนมัน เห็นได้ชัดว่าเขารักสัตว์เหล่านี้ แต่ขอไม่พูดนะว่าหลังจากที่เขาขายไปแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกมัน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_1002_Courier_LocNonHeroName" "สัตว์ส่งของ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_1003_Tormentor_LocFieldNotes" "\"แปลกดีใช่ไหมล่ะ?\" เกรนพูดพลางหรี่ตาในแสงแดดมองไปยังกล่องยักษ์ กล่องใบนั้นถูกล่ามโซ่ไว้แต่กลับลอยอยู่เหนือสันเขาที่อยู่ใกล้เคียง \"จู่ ๆ เจ้าสิ่งนี้ก็โผล่มา ไม่รู้ว่าใครเอามันมาไว้ตรงนั้น หรือมีไว้เพื่ออะไร\"
กล่องใบนั้นแปลกมากจริง ๆ มันลอยสูงอยู่กลางอากาศ มีแสงเรืองรองและรัศมีพร่ามัวล้อมรอบ เหล่าชาวนาในหมู่บ้านของเกรนต่างก็งุนงงตอนที่มันโผล่มา จากนั้นพวกเขาก็เริ่มหวาดกลัว แล้วความกลัวก็ทำให้คนทำเรื่องโง่ ๆ
\"ขอให้วิญญาณของเชฟ สามีของฉันไปสู่สุขคติ เขารวบรวบกำลังพลชาวนาคนอื่น ๆ เพื่อไปจัดการโค่นมันลงมา\" นางกล่าว \"เชฟไม่ได้เรื่องมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฉันก็ได้แต่หวังว่าคนอื่น ๆ จะดูออกบ้าง\"
แต่พวกเขาก็ดูไม่ออก ไม่ว่าจะเป็นคราดหญ้า ก้อนหิน หรือขวาน ก็ไม่มีอะไรที่พวกเขาขว้างออกไปแล้วจะสร้างความเสียหายแก่มันได้ ที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือ การโจมตีของพวกเขากลับสะท้อนย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขาเอง ทำให้พวกชาวนาตายกันหมด ตอนนี้เกรนจึงต้องดูแลพืชผลของเธอเพียงลำพัง แล้วกล่องใบนั้นล่ะ?
\"มันจะไม่ทำร้ายใคร\" เธอกล่าว \"เว้นแต่ไอ้พวกงี่เง่าที่พยายามจะทำร้ายมัน แถมมันยังช่วยกำจัดเชฟออกไปจากชีวิตของฉันด้วย มันก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียวหรอกนะ\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_1003_Tormentor_LocNonHeroName" "ทอร์เมนเตอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_1004_Roshan_LocFieldNotes" "\"โรชานน่ะเหรอ? โอ้ย ฆ่าได้แน่นอนอยู่แล้วแหละ\" บาร์ริออส นักรบเคราดกคุยโว เขาใช้แขนที่เหลืออยู่ข้างเดียวกลึงไม้เสียบย่างกระต่าย \"แต่จะบอกให้นะว่าการเอามันลงได้นั้นไม่ง่ายเลย\"
บาร์ริออสเคยเป็นหนึ่งในห้าโรหิต กองกำลังทหารรับจ้างชื่อกระฉ่อนที่สภาเทศบาลเมืองคริมโวห์ลว่าจ้างมาให้สังหารอสูรร้ายโบราณตัวนี้ กองกำลังพิฆาตเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว แต่โรชานก็สวนกลับได้หนักเสียยิ่งกว่า มีเพียงสองคนเท่านั้นในกลุ่มห้าโรหิตที่หนีเอาชีวิตรอดจากหลุมของสัตว์ร้ายมาได้ คนหนึ่งบาดเจ็บสาหัสเกินเยียวยา ส่วนโรชานรอดชีวิต
บาร์ริออสที่บอบช้ำแต่ช่ำชองยิ่งกว่าเดิมกลับมายังเมืองคริมโวห์ล คราวนี้เขารวบรวมกองกำลังขนาดมหึมายิ่งกว่าเดิมที่ประกอบด้วยนักรบ จอมเวท และเหล่าฮีโร่ คำสัญญาแห่งเกียรติยศ ขุมทรัพย์ของโรชานและรางวัลตอบแทนมหาศาลจากคลังของเมืองคริมโวห์ลช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้พวกเขา แต่ก็ต้องใช้เวทมนตร์และคมดาบทั้งหมดที่มีเพื่อโค่นล้มอสูรร้ายตัวนั้นลงจนได้ในท้ายที่สุด แขนที่ถือดาบของบาร์ริออสเป็นความสูญเสียเล็กน้อยที่สุดของพวกเขา
\"แต่สุดท้ายก็พบว่ามันไม่ได้ถูกเรียกว่าโรชานผู้เป็นอมตะลอย ๆ เท่านั้น\" นักรบถอนหายใจ \"เมื่อพวกเรากลับมาถึงคริมโวห์ล มันก็โผล่หน้ามาอีกครั้งราวกับว่าพวกเราไม่เคยสร้างรอยขีดข่วนบนเกล็ดของมันแม้แต่รอยเดียว
\"ไม่เคยได้รางวัลค่าหัวนั่นเลยสักที\" เขาบ่นอุบอิบพลางเขี่ยกองไฟไปด้วย"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_1004_Roshan_LocNonHeroName" "โรชาน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_100_Tusk_LocFieldNotes" "\"เจ้าคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อสำหรับข้าหรอก\" ทัสก์หัวเราะลั่นเมื่อข้าแตะไหล่เขาเป็นครั้งแรก \"ข้าไม่สู้กับเจ้าหรอก เจ้าเอลฟ์ตัวน้อย ไม่สนุกเลยสักนิด\"
บางทีอาจจะเป็นเพราะความโง่ของข้าเองที่ไปขัดจังหวะการดื่มของเขา ขณะที่เขานั่งอยู่ในโรงเบียร์ที่อึกทึกครึกโครมในเมืองโคบอลต์อันหนาวเหน็บ ดวงตาของเขาเหลือบมองไปมาพร้อมทั้งกำและคลายกำปั้นที่สวมถุงมือเหล็ก ส่วนมืออีกข้างไม่เคยห่างจากแก้วเบียร์ขนาดมหึมาที่วางอยู่ตรงหน้า
เมื่อข้าอธิบายว่าข้าไม่ได้มาหาเรื่อง ข้าเพียงแค่หวังว่าจะเขียนเรื่องราวความกล้าหาญของเขา เขาก็หัวเราะเสียงดังลั่น
\"จะลำบากไปทำไม? ทุกคนต่างก็รู้เรื่องราวความกล้าหาญของทัสก์อยู่แล้ว\" เขาพูดพลางทุบโต๊ะเพื่อสั่งเบียร์อีกแก้ว \"นักสู้ที่เก่งกาจที่สุดในอาณาจักรเยือกแข็ง นักสู้ที่เก่งกาจที่สุดในทุกแห่งหน\"
คำพูดนั้นไปเข้าหูโทรลที่อยู่ใกล้ ๆ มันส่งเสียงหัวเราะอย่างหยาบคายแล้วลุกขึ้นมาท้าสู้กับทัสก์ นั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ นักสู้รูปร่างมหึมาลุกขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดคิด และสิ่งที่รวดเร็วกว่านั้นก็คือเขาสอยหมัดเข้าที่คู่ต่อสู้อย่างแรงจนข้าได้ยินเสียงกระดูกหักถึงเจ็ดครั้ง ซึ่งข้าไม่คิดว่ากะโหลกของโทรลจะทำเสียงแบบนั้นได้ ฝูงชนที่ส่งเสียงดังถึงกับเงียบกริบ ทัสก์มองหาคู่ต่อสู้คนอื่น ผู้ท้าชิงคนไหนก็ได้ ข้าไม่อาจบอกได้ว่าเขาคาดหวังหรือหมดหวังกันแน่ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีใครก้าวออกมาท้าสู้
\"ที่นี่ไม่มีการต่อสู้ดี ๆ เลย\" ทัสก์บ่นอุบอย่างผิดหวัง ทันใดนั้นเขาก็ขดตัวเป็นก้อนกลมสีขาวแล้วกลิ้งออกไปสู่ความหนาวเย็น"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_100_Tusk_LocHeroName" "ทัสก์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_101_SkywrathMage_LocFieldNotes" "หากให้ข้าเลือกหนึ่งคำเพื่อใช้พรรณนาถึงจอมเวทที่รู้จักกันในนามดราโกนัส คงจะเป็นคำว่า \"น่าประทับใจ\" — ถึงแม้ว่าคำว่า \"ไร้อารมณ์ขัน\" จะเป็นตัวเลือกรองที่เหมาะสมก็ตาม
ในตอนที่ข้าขอเวลาจากเขาเพียงชั่วครู่หนึ่ง เขากำลังเฝ้าเนสต์ออฟธอร์นในแกสต์ลีเอียรีย์ เขาปฏิเสธที่จะตอบ และมีคนเดินผ่านมาช่วยแนะนำว่าให้ข้ากลับมาอีกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนเวรยามในอีกเจ็ดชั่วโมงข้างหน้า จนในที่สุดเมื่อข้าได้กลับไป เขากำลังผลัดเปลี่ยนเวรกับนกที่บินไม่ได้ตัวใหญ่เทอะทะชื่อแกรกเคิล
\"พวกไร้บังเหินก็มีความสามารถและมีเกียรติน่าเคารพไม่แพ้พวกตระกูลสูง\" เขาพูดขึ้นพร้อมกับสูดจมูกฟุดฟิด ดูเหมือนว่าปากของเขายังไม่คุ้นชินกับการโกหก
ดราโกนัส เดอะสกายแรธเมจ เดินอย่างองอาจขณะพูด ราวกับเขาไม่เคยเห็นตัวเองอยู่นอกหน้าที่ อย่างน้อย ๆ เวลาว่างของเขาก็มีไว้พูดถึงแต่หน้าที่เท่านั้น
\"การเฝ้าอารักขาองค์ราชินีคือหน้าที่อันสูงส่งที่สุดที่ใครจะใฝ่ฝันถึง\" เขาบอกข้าอย่างนั้น
\"องค์ราชินีที่แท้จริง\" เขาขยายความให้ชัดเจนยิ่งขึ้น \"ตอนนี้แกสต์ลีเอียรีย์ได้รับการปกครองโดยผู้ปกครองอันชอบธรรมแล้ว\" เสียงของเขาดังกึกก้องไปทั่วห้องโถงอันโอ่อ่าของแกสต์ลีเอียรีย์ และครั้งนี้ข้ายอมเชื่อเขา เพราะเป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นประกายในดวงตาของเขาและรอยยิ้มจาง ๆ แห่งความภาคภูมิใจ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_101_SkywrathMage_LocHeroName" "สกายแรธเมจ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_102_Abaddon_LocFieldNotes" "ข้าไม่เคยเฉียดใกล้บ่อน้ำแห่งอเวอร์นัสเลย มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำได้ มันไม่ใช่น้ำพุในลานกว้าง แต่เป็นรอยแยกใต้ป้อมปราการที่พ่นหมอกออกมาหนาทึบที่มีสีดำสนิทราวกับหมึกของปลาหมึก
สูดเข้าไปแล้วเจ้าจะได้พลังและนิมิตประหลาด พวกเขายังบอกอีกว่าลอร์ดอาบัดโดนผู้ลึกลับสูดดมเข้าไปมากเสียจนเขากลายเป็นหมอกมากกว่าเป็นมนุษย์เสียอีก หากอยากไขปริศนาก็ต้องรู้จักหมอกนั่นเสียก่อน ทว่าปัญหาก็คือพวกนักบวชที่เฝ้าต้องยอมให้เจ้าเข้าไปก่อน แน่นอนว่าพวกเขาคงไม่ยอม
ดังนั้นข้าจึงทำสิ่งที่ดีที่สุดรองลงมา นั่นคือการพูดคุยกับผู้ที่เคยเข้าไปแล้ว
แม่บ้านคนหนึ่งได้ดมกลิ่นจาง ๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอก็ไม่เคยหลับอีกเลย มีแต่ฝันเห็นความตายของตัวเองซ้ำ ๆ อัศวินคนหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยได้ \"ลิ้มลอง\" ตอนนี้เขาเอาแต่ทุบประตูป้อมปราการจนเลือดออก ขอร้องให้ได้สัมผัสรสนั้นอีก
มันเป็นอย่างไรน่ะหรือ? จากคำให้การของพวกเขา: เย็นยะเยือกและ... รับรู้ได้ ราวกับคนแปลกหน้าที่กำลังรื้อค้นสมองของเจ้าอยู่ บางครั้งก็ทิ้งของมีค่าบางอย่างไว้เบื้องหลัง
ส่วนอาบัดโดนน่ะหรือ? สิ่งที่เขาได้รับเป็นเรื่องระหว่างเขากับหมอกเท่านั้น "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_102_Abaddon_LocHeroName" "อาบัดโดน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_103_ElderTitan_LocFieldNotes" "บนภูผาที่แดดเผาจนร้อนระอุแห่งดินแดนรกร้างเคออสเวสต์ ข้าเซซัดเข้าไปหลบแดดใต้เพิงหินแห่งหนึ่ง และต้องประหลาดใจที่พบว่ามีภาพเขียนฝาผนังอยู่ก่อนแล้ว สีของภาพนั้นแตกระแหงและเก่าแก่พอ ๆ กับผืนแผ่นดิน
แวบแรกดูเหมือนคล้ายกับตำนานการสร้างโลก ภาพเขียนที่เก่าแก่ที่สุดเผยให้เห็นร่างใหญ่ยักษ์ที่กำลังปั้นภูเขาและรินน้ำมหาสมุทร ราวกับว่าจักรวาลทั้งมวลเป็นเพียงดินเหนียว
จากนั้นหนึ่งในบรรดาร่างใหญ่ยักษ์ที่สุดก็ทำลายโลกจนแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ—ซึ่งก็เห็นได้ชัดเลยว่าไม่ได้ตั้งใจ ภาพวาดที่ถูกรังสรรค์โดยจิตรกรหลายคนในยุคต่อ ๆ มาได้แสดงให้เห็นว่าเขาต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการนำชิ้นส่วนต่าง ๆ จากที่ไหนก็ไม่รู้มาปะติดปะต่อโลกให้กลับคืนดังเดิม ในขณะเดียวกันก็มีร่างเล็ก ๆ จำนวนมากวิ่งพล่านอยู่ตามขอบ อาจจะเป็นตัวศิลปินเองก็เป็นได้ ข้าใช้นิ้วลากไปตามภาพเขียนภาพหนึ่ง ทันใดนั้นภูผาก็สั่นสะท้าน ข้าคิดว่าคงเป็นเรื่องบังเอิญแหละมั้ง
และแล้วข้าก็ตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่ตำนานการสร้างโลก หากแต่เป็นคำเตือนต่างหาก ไม่ว่าจิตรกรเหล่านี้จะเป็นใครหรือเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา สารที่พวกเขาส่งผ่านมายังคงสมบูรณ์แบบไม่เคยบุบสลายแม้จะผ่านมาเนิ่นนานนับพันปี: อันตราย: เขตก่อสร้าง "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_103_ElderTitan_LocHeroName" "เอลเดอร์ไททัน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_104_LegionCommander_LocFieldNotes" "พระราชวังอันงดงามของสโตนฮอลล์ตั้งตระหง่านสูงเหนือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ทั้งปวงในเมือง มีการก่อหินขึ้นใหม่ละเอียดลออ ปะรอยแหว่งที่เคยถูกฝูงปีศาจก้นบึ้งนรกทำลายไปเมื่อหลายปีก่อน นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างใหม่: รั้วเหล็กหนักอึ้งที่โอบล้อมตัวอาคาร
จักรพรรดิกาลาเนียสทรงติดธุระอยู่ (เป็นคำพูดแบบจักรพรรดิที่แปลว่า \"สำคัญเกินกว่าจะสนทนากับอาลักษณ์\") แต่ลอแรธพนักงานต้อนรับของวังจอมเจ้ากี้เจ้าการได้ให้เวลาข้าเล็กน้อย
\"หลายปีผ่านไป เมืองก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการฟื้นฟู\" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ \"แต่ถ้าไม่มีเทรสดิน ก็คงไม่มีสิ่งใดให้ฟื้นฟู ไม่มีผู้คนให้ฟื้นฟูหรอก\"
ในฐานะผู้บัญชาการกองทัพทองสัมฤทธิ์อันเลื่องชื่อของเมือง เทรสดิน เดอะลีเจียนคอมมานเดอร์ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับไล่เหล่าปีศาจที่ปิดล้อมเมือง เมื่อกองร้อยกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ นางจึงท้าผู้นำฝูงปีศาจก้นบึ้งนรกมาประลองตัวต่อตัว และนางก็เป็นฝ่ายชนะไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
\"เมื่อผู้นำของพวกมันถูกกำราบ ฝูงปีศาจก็ถูกส่งกลับไปยังก้นบึ้งนรก\" ลอแรธกล่าว
เขาเสริมอีกว่าเคยเห็นนางต่อสู้กับศัตรูที่ร้ายกาจแบบตัวต่อตัว และขับไล่กองกำลังรุกรานได้ทั้งกองร้อย โดยเขามองเห็นได้จากหอคอยสูง ๆ นั่นแหละ
\"นางออกเดินทางเพื่อทวงแค้นผู้ที่ทำลายเมืองของเรา แต่เมื่อใดก็ตามที่สโตนฮอลล์ต้องการผู้ปกป้อง เทรสดินจะกลับมา\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_104_LegionCommander_LocHeroName" "ลีเจียนคอมมานเดอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_105_Techies_LocFieldNotes" "เสียงระเบิดอู้อี้จากไกลลิบค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ข้าเดินลุยฝ่ารูแลนด์ไป รอยไหม้และหลุมระเบิดบนพื้นทรายนำทางไปข้างหน้า กลายเป็นว่าการจ้างไกด์นำทางไปหาเหล่าคีนที่รู้จักกันในชื่อเทกคีส์เป็นอะไรที่เกินจำเป็น—แต่นั่นก็นับว่าเป็นเรื่องดีแล้ว เพราะไกด์ที่ข้าจ้างมาเพิ่งจะเหยียบทุ่นระเบิดจนตัวแหลกกระจายไปเมื่อไม่กี่กิโลเมตรก่อนหน้านี้เอง
ในที่สุด ข้าก็มาเจอพวกเขาจนได้ ขณะที่พวกเขากำลังวุ่นอยู่กับการต่อสายไฟเข้ากับลังไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งมีผงบางอย่างรั่วไหลออกมาจากด้านข้าง
\"เฮ้ย อยากเห็นอะไรระเบิดไหม?\" เจ้าตัวที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มถามด้วยเสียงแหลม
\"ถ้าไม่อยากดู แกก็หันไปมองทางอื่นซะ\" เจ้าตัวผอมแห้งที่คาบซิการ์บ่น
ข้าบอกไปว่าข้ายินดีอย่างยิ่งที่จะได้ดูการระเบิด ขอเพียงแค่พวกเขาตอบคำถามข้าสองสามข้อก่อน
\"สิ่งนี้ตอบทุกคำถามได้เสมอ\" เจ้าตัวผอมแห้งพูดพลางปาลูกบอลเหล็กสนิมข้ามเนินทรายไป การระเบิดทำให้พวกมันหัวเราะกันยกใหญ่
ข้าไม่ย่อท้อและถามต่อว่าอะไรทำให้พวกมันเข้าร่วมยุทธการศิลาโบราณ
\"ศิลาโบราณคืออะไรเหรอ?\" เสียงแว่วมาจากในถังที่อยู่บนหลังของเจ้าตัวใหญ่"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_105_Techies_LocHeroName" "เทกคีส์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_106_EmberSpirit_LocFieldNotes" "\"เจ้ามุ่งหมายจะก้าวเดินบนหนทางแห่งนักรบอย่างนั้นหรือ\" ซิน นักรบผู้ลุกโชนกล่าว เสียงของเขาลุ่มลึกและสงบเงียบ
ข้าเอ่ยอย่างลังเลว่าแท้จริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ข้าเร่ร่อนอยู่ในเทือกเขาคร่ำครวญมาหลายวันเพื่อตามหาป้อมปราการแห่งเปลวไฟ จะได้ก้าวเดินบนเส้นทางอันน่าสนใจนั้น และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเขา โชคยังดีที่ซิน ดิเอมเบอร์สปิริตหาได้ขุ่นเคือง
\"หนทางแห่งปัญญาก็สูงส่ง\" เขากล่าวพลางเชื้อเชิญให้ข้านั่งกับเขา \"ทั้งจิตใจและร่างกายต้องได้รับการหล่อเลี้ยง\"
ข้ารักษาระยะห่างจากเขา เขามิได้มีเจตนาร้าย แต่ก็ยังคงแผ่รังสีความร้อนที่น่าอึดอัดออกมา
ซินเล่าว่าเมื่อครั้งที่เขายังอยู่ในร่างมนุษย์ เขาได้ศึกษาทั้งในฐานะนักรบและนักกวี ด้วยปัญญาและพละกำลัง เขาได้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ที่ลี้ลับซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามพันธะเทพผู้พิทักษ์แห่งอัคคีจนเชี่ยวชาญ จากนั้นเขาก็มุ่งหวังจะสอนวิชานั้นให้ผู้อื่น ไม่นานข่าวก็แพร่ไปถึงหูคนผิด
\"ข้ามิอาจต่อกรกับเหล่าผู้ที่มาเพื่อปลิดชีพข้าได้\" เขาสาธยาย
พวกมันสังหารซิน แต่ผลงานที่เขาทุ่มเทมาทั้งชีวิตได้เป็นแรงบันดาลใจให้พลังวิญญาณธาตุไฟชุบชีวิตเขาขึ้นมาในฐานะเอมเบอร์สปิริต ซินเล่าต่อไปถึงปัญญาแห่งเปลวไฟ ถ้อยคำของเขาเป็นดั่งเปลวไฟที่ลุกโชน: ยากที่จะจับต้องได้ แต่ก็ไม่ควรเพิกเฉย"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_106_EmberSpirit_LocHeroName" "เอมเบอร์สปิริต"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_107_EarthSpirit_LocFieldNotes" "เกาลินนั่งไขว่ห้างอยู่บนหน้าผาสูงเขียวขจีมองเห็นทิวทัศน์เหมืองแร่คอรันดัมที่ราบ ในขณะเกาคางของทารกอาร์ชไทเรกซ์ สไตรเดอร์ ความอ่อนโยนของเขาดูขัดแย้งกับรูปร่างอันใหญ่โตของเขา แต่บางครั้งมันก็เป็นอย่างที่คุณคาดหวังไว้
ขณะที่เรากำลังพูดคุยกัน เขาใช้พลังที่มองไม่เห็นให้ก้อนหินเคลื่อนที่เป็นเส้นซิกแซกเพื่อให้ลูกสไตรเดอร์วิ่งไล่ตาม มันช่างน่ารักจริง ๆ เลย
ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นนายพลผู้ยิ่งใหญ่ที่วีรกรรมอันกล้าหาญของเขาถูกจารึกไว้บนหิน แต่หยกที่ไหลผ่านพื้นดินก็ยังมีจิตวิญญาณแห่งโลกด้วย มันได้ถ่ายทอดวิญญาณนั้นเข้าไปในรูปปั้นของเกาลินปัจจุบันรู้จักกันในชื่อเอิร์ธสปิริตและเขาตระหนักรู้ถึงร่างหินที่เหนือธรรมชาติของเขา
\"ความรู้ของข้าไหลมาจากพลังดั้งเดิมที่หล่อหลอมดินแดนแห่งนี้ไปสู่กระดูกเชิงกรานแห่งท้องทะเล\" เขากล่าวกับข้า
จุดมุ่งหมายใหม่ของเขา: \"ปกป้องสิ่งที่ไม่มีการปกป้อง ทำลายสิ่งที่มีชีวิตเพื่อทำลายเท่านั้น\"
ขณะที่ข้ายืนยืดตัว แผ่นผาก็พังทลายลงอย่างกะทันหัน ข้าตกลงมา กรีดร้องอยู่ไม่น้อย และอธิษฐานต่อพระเจ้าทุกองค์ที่ข้านึกถึง แต่แล้วการลงสู่เบื้องล่างของข้าค่อย ๆ ย้อนกลับจนกระทั่งข้าเผชิญหน้ากับเกาลินอีกครั้ง
\"เราทุกคนล้วนมาจากพื้นดิน แต่ในวันนี้เจ้าไม่ควรกลับลงไปสู่พื้นดินนะ\" เขาบอกข้าพร้อมรอยยิ้ม
ข้าขอบคุณเขามาก และเมื่อเสร็จสิ้นหน้าผาแล้ว ก็ปล่อยให้เขาได้ทำสมาธิต่อไป "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_107_EarthSpirit_LocHeroName" "เอิร์ธสปิริต"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_108_Underlord_LocFieldNotes" "แม้ผ่านไปหลายปีหลังการบูรณะ แต่หลายเขตในสโตนฮอลล์ก็ยังคงพังพินาศจากฝูงปีศาจก้นบึ้งนรก ข้าไม่แปลกใจเลยที่ได้รู้ว่าเขตเหล่านี้คือย่านคนจน เขตแดนที่ไร้ซึ่งพ่อค้าผู้มั่งคั่งหรือชนชั้นสูงผู้ทะเยอทะยานหวังเป็นที่เชิดชูว่าเป็นผู้กอบกู้ แต่ข้าเชื่อมาโดยตลอดว่าผู้ที่มีความขมขื่นย่อมมีความทรงจำที่ดีที่สุด ข้าจึงมุ่งหน้าไปยังละแวกนั้น
ชาวบ้านต่างยินดีที่จะพูดคุย รวมถึงเหล่าทหารที่พิการแต่ก็โชคดีพอที่จะรอดชีวิตจากสมรภูมินั้น พวกเขาเล่าด้วยความรังเกียจถึงความหยิ่งยโสของกองทัพทองสัมฤทธิ์ และการตัดสินใจที่น่าขบขันของกองทหารที่บอกให้ชาวเมืองอยู่แต่ในบ้านของตนเอง พวกเขาเพิ่งจะเข้าใจความผิดพลาดเมื่อโวรกรอส ดิอันเดอร์ลอร์ดผู้มีร่างใหญ่โตยิ่งกว่าเกวียนหุ้มเกราะใด ๆ นั้นตะกุยฉีกกำแพงเมืองราวกับว่าทำมาจากกระดาษ
พวกเขาเล่าว่าเจ้าแห่งใต้พิภพก้นบึ้งนรกสามารถทนได้ทั้งดาบ ธนู และปืนหน้าไม้ เมื่อสิ่งเหล่านั้นกระทบตัวมัน มีคนหนึ่งบอกว่า \"มีเสียงเหมือนเหล็กขูดกับหิน\"
จากนั้นโวรกรอสก็เปิดประตูมิติ และทหารทุกคนก็ไม่มีใครกล้าเล่าเรื่องราวต่ออีกเลย "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_108_Underlord_LocHeroName" "อันเดอร์ลอร์ด"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_109_Terrorblade_LocFieldNotes" "เจ้าอสูรจิ๋วสีม่วงลอยเหนือเพนตาแกรมที่รายล้อมด้วยตราเวทและเทียนไขซึ่งพ่อมดหน้าเงินให้ข้าเช่าใช้งานเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง หลังร่ายเวทอัญเชิญเสร็จ พ่อมดก็จากไปเพื่อดีลกับลูกค้ารายอื่นต่อ
ภาษาออซกาวอชที่ข้าพูดนั้นไม่สมบูรณ์แบบสักเท่าไร แต่คำสบถนั้นโดดเด่นเสมอแหละไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไร ในที่สุดเจ้าอสูรจิ๋วก็บอกข้าว่าเหตุใดพงศ์พันธุ์แห่งนรกจึงหวาดกลัวเทเรอร์เบลดกันเหลือเกิน
แม้แต่บรรดาราชันย์ปีศาจที่เทเรอร์เบลดช่วงชิงสิ่งต่าง ๆ มาก็ยังไม่กล้าต่อกรกับเขาเพียงลำพัง พวกมันร่วมกันทำสัญญานรกเพื่อรวมกำลังกันเข้าต่อสู้กับเขา พวกมันส่งหน่วยองครักษ์พิโรธไป แต่ทว่าไม่มีผู้ใดรอดกลับมาเลย
เมื่อได้ดื่มด่ำพลังชีวิตของเหล่าปีศาจ เทเรอร์เบลดก็กลายเป็นผู้ที่ไม่มีใครพิชิตได้ ทำได้เพียงแค่ส่งเขาผ่านประตูมิติไปยังฟาวล์เฟลล์ คุกที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนรกแห่งนรกทั้งปวง แต่ที่นั่นก็ไม่อาจกักขังเขาไว้ได้นานเท่าไรนัก
เจ้าอสูรจิ๋วกำลังจะอวดเศษกระจกมืดที่มันขโมยมาจากซากปรักหักพังของฟาวล์เฟลล์หลังจากที่เทเรอร์เบลดทำลายจนราบคาบ แต่ทันใดนั้นเองข้าดันจามจนเทียนที่จุดไว้ทั้งหมดดับ ทำให้มันหายวับไป (หวังว่านะ—อาจเป็นไปได้ว่าข้าปลดปล่อยมัน) ซึ่งก็ดีแล้ว มันเอาแต่กดดันให้ข้าเซ็นเอกสารหลายอย่างที่ข้าไม่ได้คิดจะอ่านเลย แล้วมันก็เกือบจะได้ลายเซ็นของข้าไปแล้วเชียว "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_109_Terrorblade_LocHeroName" "เทเรอร์เบลด"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_10_Morphling_LocFieldNotes" "\"ท่านนายกเทศมนตรีให้เข้าพบได้\" ผู้ช่วยบอกด้วยเสียงแหบ ๆ พลางชี้ไปที่ประตูไม้โอ๊กทางทิศเหนือของห้องที่ข้านั่งรออยู่
หมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อโรสนีธเป็นที่สุดท้ายที่มีรายงานว่า มีผู้พบเห็นสัตว์ประหลาดพิศวงที่เป็นที่รู้จักทั่วไปในชื่อเพียงว่ามอร์ฟลิง เมืองนี้แทบไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลย—ทุกครั้งที่เจอคน ข้าไม่เคยเห็นเกินคนเดียว
ข้าเดินเข้าประตูไปในห้องที่หอมกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ ขณะที่นายกเทศมนตรีเดินเข้ามาในห้องทำงานของเธอจากประตูอีกบานหนึ่งทางทิศตะวันออก เราจับมือทักทายกัน มือเธอชุ่มไปด้วยเหงื่อ
\"อย่าถามคำถามเกี่ยวกับมอร์ฟลิงมากนักล่ะ\" เธอเตือนด้วยเสียงที่ต่ำกว่าที่คิด
สัตว์ประหลาดนั่นมาถึงหมู่บ้านนี้หลายวันแล้ว พอมาถึงก็ถูกพวกชาวบ้านที่หวาดกลัวรุมทำร้ายทันที เขาป้องกันตัวเองแต่ก็พยายามไม่ทำให้ใครบาดเจ็บ นายกเทศมนตรีเล่า ในที่สุดพวกชาวบ้านก็รู้ว่าเขาไม่มาทำร้ายใคร และเลิกต่อสู้กัน
\"แต่เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว\" นายกเทศมนตรีบอก \"ตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นที่ต้องทำ\"
เธอเดินกลับไปที่ประตูที่เธอเข้ามาในตอนแรก เมื่อเธอเปิดประตู ข้าเห็นศพอยู่ข้างใน ศพเป็นสิบ ๆ ที่ขึ้นอืดเพราะจมน้ำตาย หน้าของนายกเทศมนตรีเริ่มส่องประกาย แล้วข้าก็ต้องตกตะลึง เมื่อใบหน้านั้นกลายเป็นหน้าของข้าเอง"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_10_Morphling_LocHeroName" "มอร์ฟลิง"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_110_Phoenix_LocFieldNotes" "ข้าเดินทางไปยังสามเมืองที่ว่ากันว่าฟีนิกซ์ไปเยือน แต่จวบจนบัดนี้ก็ยังไม่มีสิ่งใดฟื้นจากกองเถ้าถ่านให้ข้าพูดคุยด้วยเลย แม้ว่าการเดินตามรอยเท้าของมันจะไม่ทำให้ข้าได้เห็นฟีนิกซ์แต่ข้ากลับได้เจอเถ้าถ่านอย่างมากมาย กองมหึมาขนาดเท่าทั้งเมืองเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่เสาคานไม้ไปจนถึงหินแกรนิตที่ผุพัง ส่วนผู้คนหายไปไหนกันหมดน่ะหรือ—ท่ามกลางกองเถ้าถ่านขนาดใหญ่เท่าตึกรามบ้านช่องนั้น มีกองเถ้าถ่านเล็ก ๆ จำนวนมากอยู่บนถนน ข้าพอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ดูเหมือนว่าข้าคงจะไม่ได้สัมภาษณ์ใครเลย ข้าคงต้องหันมาพึ่งตำราแทน
ดังนั้นข้าจึงลงมาถึงชั้นที่ 19 ของหอจดหมายเหตุสีม่วงจนได้พบแฟ้มเอกสารที่คณะนักสืบจากศพเคยบอกข้าไว้—กระดาษที่ถูกเย็บรวมกันและมีภาพฟีนิกซ์สลักอยู่บนปก แฟ้มนี้ถูกเก็บไว้ในกล่องหนาและหนักอึ้งจนยกไม่ขึ้น ทำจากหินคล้ายเพชรที่มีควันคุกรุ่นและมีรอยไหม้พาดไปตามขอบทุกด้าน
ในแฟ้มเอกสารเริ่มต้นด้วยสมมติฐานเกี่ยวกับระยะห่างที่ปลอดภัยขั้นต่ำ และแร่ธาตุหายากใดจากอาณาจักรใดที่อาจกำราบวิหคเพลิงตัวนี้ได้ เนื้อหาส่วนใหญ่ในแฟ้มยากเกินกว่าจะเข้าใจได้—มีสัญลักษณ์และตัวเลขขีดเขียนระเกะระกะอยู่ข้างวลีอย่าง \"อัตราการเผาไหม้\" และ \"ค่าสัมประสิทธิ์การลุกเป็นไฟ\" บนหน้ากระดาษที่ถูกเผาไหม้
กล่องใบนี้ถูกค้นพบในสภาพสมบูรณ์อย่างปาฏิหาริย์ ท่ามกลางหลุมแก้วที่เกิดจากการหลอมละลายของหิน ข้าเดาว่านักวิจัยอาจจะคำนวณระยะปลอดภัยขั้นต่ำผิดพลาดไปหน่อย แต่ก็ต้องชมเชยฝีมือการสร้างกล่องว่าทำได้ดีเลยทีเดียว "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_110_Phoenix_LocHeroName" "ฟีนิกซ์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_111_Oracle_LocFieldNotes" "เขาว่ากันว่าโชคชะตามักเข้าข้างคนกล้า แต่เหล่าคณะที่ปรึกษาแห่งไซมูร์รีได้ตระหนักถึงความจริงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหายนะครั้งสุดท้ายว่า แท้จริงแล้วโชคชะตานั้นเข้าข้างผู้ที่มันเลือกต่างหาก
เนริฟ ดิออราเคิลคือผู้สืบทอดตำแหน่งผู้พยากรณ์คนล่าสุดที่รับใช้กษัตริย์แห่งเกรฟเวนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ทว่าต่างจากผู้พยากรณ์คนอื่น ๆ ที่ทำได้แค่ทำนายอนาคต เนริฟกลับดูเหมือนจะมีหนทางในการกำหนดมันด้วยซ้ำ กษัตริย์แห่งเกรฟเวนองค์สุดท้าย ผู้มุ่งมั่นที่จะพิชิตดินแดนใหม่ทรงเชื่อว่าเนริฟคืออาวุธลับ การที่มีผู้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาซึ่งสามารถบงการชะตากรรมของโลกได้ พระองค์ก็คงจะไม่มีวันพ่ายแพ้ในการรบอีกเลย
กระทั่งวันหนึ่ง เนริฟปฏิเสธที่จะทำนายชัยชนะ
\"ข้าแค่บอกกับกษัตริย์ว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งสองทาง\" เสียงของเขาดังกึกก้องอยู่ในหัวของข้า
และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ทหารทั้งตายและมีชีวิตอยู่ไปพร้อม ๆ กัน การรบชนะและแพ้ในเวลาเดียวกัน ความเป็นจริงแยกออกเป็นสองทาง เช่นเดียวกับจิตใจของเหล่านักรบ จากนั้นมันก็แยกออกอีกครั้ง และอีกครั้ง
เนริฟเป็นผู้กำหนดอนาคตนั้นเองหรือเปล่า? สร้างความเป็นจริงที่ขัดแย้งกันอย่างไม่รู้จบเพื่อทำลายกษัตริย์แห่งเกรฟเวนและปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระ? ดูเหมือนว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน
\"ข้าไม่เห็นอดีต เห็นเพียงแต่อนาคต\" เขาเผย
ส่วนเรื่องที่ว่าอนาคตของข้าจะเป็นอย่างไรในสายตาของเขา... เมื่อได้เห็นชะตากรรมของอดีตเจ้านายของเขาแล้ว ข้าขอไม่รับรู้จะดีกว่า "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_111_Oracle_LocHeroName" "ออราเคิล"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_112_WinterWyvern_LocFieldNotes" "\"คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเลือกเพียงแค่บทเดียว\" ข้าโกหก
ออรอธถามข้าว่าเคยอ่านผลงานของนางหรือไม่ และเมื่อข้าโกหกไปว่าเคย นางก็ถามต่อว่าชอบบทกวีชิ้นไหนมากที่สุด
ข้าจำเป็นต้องโกหก ข้าไม่ได้เดินทางฝ่าทุ่งน้ำแข็งรกร้างแห่งไอซ์แร็กเพื่อทำให้วินเทอร์ไวเวิร์นโกรธและถูกนางแช่แข็งจนตาย (ไม่ว่านางจะแช่แข็งข้าหรือไม่ ข้าก็กำลังจะแข็งตายอยู่ดีหากไม่รีบก่อไฟ)
อีกอย่าง ข้าคงพูดกับนางตรง ๆ ไม่ได้ว่าที่ข้าหลีกเลี่ยงที่จะอ่านบทกวีของนางก็เพราะบทวิจารณ์ที่รุนแรง น่าเศร้าที่ความสามารถของออรอธนั้นอยู่ในสนามรบ ไม่ว่านางจะปรารถนาให้เป็นอย่างอื่นแค่ไหนก็ตาม
\"เราควรจะร่วมงานกันนะ\" นางส่งเสียงอย่างมีความหวัง \"หาโอกาสได้ยากนะที่จะเจอเพื่อนนักเขียนด้วยกันแถวนี้\"
แม้ท่าทีของนางจะอบอุ่น แต่ลมหายใจของนางกลับทำให้ข้าหนาวสะท้านถึงกระดูก ข้าพยักหน้าอย่างแรงเพื่อสร้างความแตกต่างกับการสั่นเทาของข้า
นางยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันครบทุกซี่ ปีกหนังของนางส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดขณะยืดออกจนกว้างเต็มห้องสมุดอันโอ่อ่า นางขยิบตา \"ยอดเยี่ยม\" นางกล่าว ก่อนจะทะยานบินออกไปทางหน้าต่างบานมหึมา \"ถ้าเช่นนั้น ทำไมข้าไม่สร้างเรื่องน่าประทับใจให้พวกเราได้เขียนกันล่ะ?\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_112_WinterWyvern_LocHeroName" "วินเทอร์ไวเวิร์น"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_113_ArcWarden_LocFieldNotes" "\"พี่น้องของอัตตาไม่รู้เลยว่าได้ก่อความสิ้นหวังอะไรไว้\" สิ่งมีชีวิตเหนือกาลเวลาซึ่งยืนอยู่เคียงข้างข้าเอ่ยขึ้น
ข้ากับเซต ดิอาร์กวอร์เดนยืนอยู่ริมเสาหินที่พังทลายและถูกเผาไหม้ สระน้ำที่อยู่ระหว่างเสา—ซึ่งล้อมรอบไปด้วยเลือดและเศษซากเครื่องใน—เรืองแสงขึ้นมา ถึงแม้จะเพียงแผ่วเบาก็ตาม
เซตใช้เวลาครู่หนึ่งสำรวจความเสียหาย ความผิดหวังอย่างสุดซึ้งทิ่มแทงสิ่งที่เคยดูเหมือนจะเป็นความสงบเฉยชาไร้ก้นบึ้ง
เขาเล่าว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เรียกว่า \"เอกภาพ\" ตอนที่จักรวาลถูกสร้าง ส่วนรวมที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นกลับแตกสลายออกเป็นเสี่ยง ๆ เหลือเพียงสองเสี้ยว—ไดเออร์และเรเดียนต์ \"พี่น้อง\" ของเซต—ที่ต่างแก่งแย่งช่วงชิงกันครอบครองจักรวาลและบงการสรรพสิ่งทั้งมวลให้เป็นไปตามความต้องการของตน
\"ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้\" เขากล่าวเตือน \"อัตตาเคยจับกุมพี่น้องของตนมาก่อนแล้ว อัตตาจะทำเช่นนั้นอีก\"
เซตเผยว่ามีเพียงการกักขังฝ่ายที่สู้รบกันเท่านั้นที่จะทำให้ความสามัคคีกลับคืนสู่จักรวาลได้อีกครั้ง แต่ถ้าเขาทำไม่สำเร็จล่ะ?
\"ความแตกแยกจะมีชัยไม่ได้\" เขากล่าว \"พี่น้องไม่อาจมีชัยเหนือกันได้ ทุกฝ่ายต้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียว มิเช่นนั้นก็จะต้องถูกทำลายทั้งหมด\"
ข้าคงจะสวดภาวนาให้เซตประสบความสำเร็จในการหลอมรวมเอกภาพใหม่อีกครั้ง แต่ว่าข้าเพิ่งจะพูดคุยกับเทพองค์หนึ่งมา และดูเหมือนว่าเขาจะกำลังจัดการเรื่องนี้อยู่แล้ว"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_113_ArcWarden_LocHeroName" "อาร์กวอร์เดน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_114_MonkeyKing_LocFieldNotes" "แม้ว่าเหล่าเทพทั้งหลายจะมีพลังอำนาจที่ไร้ขอบเขต แต่ก็มีความอดทนที่มีขีดจำกัด แต่ก็ใช่ว่าซุนหงอคงจะสนใจหรอกนะ สำหรับมังกี้คิงตนนี้แล้ว การสร้างความปั่นป่วนถือเป็นรางวัลในตัวของมันเอง—รางวัลที่เขาได้ชดใช้หนี้ไปเรียบร้อยแล้ว
ข้าหวังว่าจะถามเขาเกี่ยวกับตอนที่เขาถูกคุมขัง ต้องติดหยุดใต้ขุนเขายาวนานถึงห้าร้อยปี หลังจากที่สร้างความปวดหัวให้เหล่าเทพเจ้ามากเกินไปหน่อย แต่ซุนหงอคงตัวจริงนั้นพลิ้วไหวยิ่งกว่าเรื่องราวที่เล่าขานกันมามากนัก
แวบแรกข้าเห็นเขานั่งอยู่ท่ามกลางกิ่งไม้ที่มีใบไม้ปกคลุมของต้นไม้สูงต้นหนึ่ง จากนั้นก็เห็นเขากระโดดโลดเต้นไปบนลานโล่งในป่า ก่อนที่จะหายวับไปในพงไม้เล็ก ๆ ที่ข้าสาบานว่าไม่ได้อยู่ตรงนั้นมาก่อน นี่เป็นภาพลวงตาเหรอ? หรือข้าประสาทหลอนไปเอง?
แล้วก็ยังมีฝูงลิงจอมป่วนเสียงเจี๊ยวจ๊าวที่คอยมาแย่งสมุดบันทึกไปจากข้า แถมขโมยดินสอไปหมด ก่อนที่จะหนีหายไป อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ปาอึ ยกเว้นเจ้าตัวนั้น ข้าว่ามันปาเพราะมันรู้ว่าข้าไม่ชอบ
บอกตรง ๆ ว่าเหนื่อยน่าดูเลย และหลังจากที่ไปลงพื้นที่ได้สองสามวัน ข้าก็ต้องยอมรับว่าข้าหมดไฟแล้ว ถ้าเจ้ามังกี้คิงทำให้เหล่าเทพเจ้าต้องโมโหจนตัวสั่น ข้าจะไปมีหวังอะไร?"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_114_MonkeyKing_LocHeroName" "มังกี้คิง"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_119_DarkWillow_LocFieldNotes" "ครึ่งหนึ่งของสนามแข่งในไวท์สไปร์นั้นเต็มไปด้วยพวกนอกคอกขี้เมามากหน้าหลายตา พวกมันโห่ร้องและสบถด่าในขณะที่พวกสัตว์ส่งของแข่งซิ่งไปรอบสนาม
ตรงที่นั่งใกล้แถวหน้า ข้าเห็นมีเรสกาซันบรีซ เดอะดาร์กวิลโลว์กำลังดูการแข่งขันด้วยท่าทีใจเย็น ในมือถือใบเดิมพัน นางเห็นข้ามองนางอยู่จึงรีบบินรี่เข้ามาหา
\"ที่นี่อันตรายเกินไปสำหรับคนอย่างเจ้า\" นางพูด เสียงของนางนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความคมคาย \"ระวังตัวไว้ให้ดี เดี๋ยวก็โดนแทงซะหรอก\"
ข้าพูดตะกุกตะกักบอกไปว่าแท้จริงแล้วข้ามาหานางนั่นแหละ ระหว่างที่ข้ากำลังพูด มีภูตแสงตัวจิ๋วลอยมาหานางและยื่นเหรียญให้ ซึ่งนางก็รับมาพร้อมกับขยิบตาให้
\"อันที่จริงก็ไม่มีอะไรจะเล่าหรอกนะ\" มีเรสกาพูด \"พ่อแม่ของข้าน่ะเป็นพวกน่าเบื่อและชอบห้ามปรามทุกอย่าง—ไม่พูดถึงพวกเขาเลยยังจะดีกว่า—ข้าเลยออกมาใช้ชีวิตด้วยตนเอง\"
ภูตแสงตัวจิ๋วเอาเหรียญมาให้นางอีกหนึ่งเหรียญ
\"โลกมันก็เป็นแบบนี้แหละ เจ้าต้องรู้จักสร้างความสนุกให้ตนเองนะ\" นางขยิบตาอีกครั้ง
คราวนี้ ภูตแสงตัวจิ๋วเอาถุงใส่เหรียญเต็มถุงมาให้นาง เป็นถุงใส่เหรียญที่คุ้นตาเหลือเกิน ข้าเอื้อมมือไปคลำที่เข็มขัดและพบว่าถุงใส่เหรียญของข้าหายไปแล้ว เมื่อข้าหันกลับไปตรงที่มีเรสกาเคยอยู่เมื่อครู่นี้ นางก็หายไปแล้วเช่นกัน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_119_DarkWillow_LocHeroName" "ดาร์กวิลโลว์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_11_ShadowFiend_LocFieldNotes" "เหล่าอัศวินแห่งที่ราบศิลาบะซอลต์เป็นผู้ภาคภูมิและสูงส่ง แต่กลับกลายเป็นว่ากำลังพลของพวกเขานั้นช่างน้อยนิดจนน่าใจหาย พวกเขาขึ้นชื่อเรื่องการเข้ากวาดล้างเหล่าภูตผีปีศาจและอสูรร้ายในทุ่งสังหารอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ข้าประหลาดใจว่าเหตุใดพวกเขาถึงได้มีจำนวนน้อยเพียงนี้
\"ยินดีที่ได้พบท่าน\" เอนดาลอร์ แม่ทัพภาคสนามของพวกเขาเอ่ยขณะเดินข้ามทุ่งรกร้างเพื่อมาพบข้าที่ชายขอบค่าย \"ข้าหวังว่าการเดินทางของท่านจะราบรื่นดีนะ\"
หลังจากพิธีการมากมาย ข้าก็เอ่ยถามเขาเกี่ยวกับเนเวอร์มอร์ เดอะแชโดว์ฟีนด์ ท่าทางองอาจของเขาสั่นคลอนไปชั่วครู่ก่อนที่เขาจะกลับมาสงบอีกครั้ง
\"เป็นการรบที่ข้าหวังว่าจะไม่มีวันได้เห็นอีก\" เขาเอ่ย \"พวกเราเข้าจู่โจมปีศาจชั่วร้ายตนนั้นจากทุกทิศทาง แต่ร่างดำมืดของมันกลับต้านทานการโจมตีได้ทุกรูปแบบ\"
เอนดาลอร์เล่าต่อว่า เหล่าอัศวินต่างล้มตายไปทีละคน ทีละคน เนเวอร์มอร์ได้ช่วงชิงวิญญาณของพวกเขาไปทีละดวง อัศวินนับร้อยเข้าห้ำหั่นกับมัน แต่อัศวินเพียงหยิบมือที่เหลืออยู่ในค่ายแห่งนี้คือทั้งหมดที่รอดชีวิต
\"คำปฏิญาณของข้าห้ามมิให้ข้าโกหก\" เขาก้มหน้าลง \"เจ้าปีศาจชั่วร้ายตนนั้นทำให้พวกเราต้องถอยร่น มันยังคงเป็นศัตรูเพียงหนึ่งเดียวที่พวกเรายังไม่สามารถพิชิตได้
\"มันยังคงเป็นศัตรูเพียงหนึ่งเดียวที่พวกเราหวังว่าจะไม่มีวันต้องเผชิญหน้ากันอีก\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_11_ShadowFiend_LocHeroName" "แชโดว์ฟีนด์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_120_Pangolier_LocFieldNotes" "ขณะที่เหล่าชาวบ้านในผับอันแสนอบอุ่นที่ไวท์สไปร์กำลังเล่าขานถึงวีรกรรมของด็องเต้ แปงแลงให้ข้าฟังอย่างออกรสออกชาติ จู่ ๆ จอมดาบผู้โด่งดังก็ปรากฏตัวขึ้นเอง
\"ข้าได้ยินมาว่าเจ้ากำลังถามหาข้าอยู่\" เขาเอ่ยถามพร้อมกระตุกยิ้มและยกหมวกขึ้น \"พวกเขาไม่ได้บอกข้าเลยว่าเจ้านั้นงามหยดย้อยถึงเพียงนี้ ด็องเต้แปงแลงยินดีรับใช้\"
เขาโค้งคำนับอย่างสง่างาม จับมือข้าขึ้นจุมพิต ก่อนจะเลื่อนตัวมานั่งที่เก้าอี้ตรงข้าม ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่จะบอกว่าคนอื่น ๆ ที่โต๊ะต่างเคลิบเคลิ้มไปตาม ๆ กัน
\"เจ้าคงอยากจะฟังเรื่องราวตอนที่ข้าโค่นยักษ์ล่ะสิ?\" แปงแลงพูดอย่างภูมิใจ \"หรือจะเป็นอีกครั้งที่ข้าล้มยักษ์ดีล่ะ? มังกร? ปีศาจ? ทรราช?\"
เขาทำท่าทางเลียนแบบฉากการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ พลางเล่าเรื่องราวที่วิจิตรบรรจงไม่รู้จบ ทั้งการช่วยเหลือราชา กอบกู้หมู่บ้าน ปราบสัตว์ประหลาด แต่ละเรื่องล้วนอลังการกว่าเรื่องก่อนหน้า ข้าเคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มาบ้างแล้ว แต่เรื่องเล่าในแบบของด็องเต้นั้นอยู่กึ่งกลางระหว่าง \"เกินจริงอย่างสุดโต่ง\" กับ \"โกหกแบบหน้าไม่อาย\"
เป็นที่แน่ชัดว่ามีผู้คนมากมายที่ชื่นชมแพงโกลิเออร์ แต่ไม่มีใครที่ชื่นชมด็องเต้ แปงแลงมากไปกว่าตัวด็องเต้ แปงแลงเองอีกแล้ว"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_120_Pangolier_LocHeroName" "แพงโกลิเออร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_121_Grimstroke_LocFieldNotes" "ภายในวิหารกลางอันไร้ชีวิตชีวาแห่งแอชคาวอร์ มีแผ่นศิลาจารึกที่มัวหมองไปด้วยหมึกแห้งกรังและบาปเก่าแก่ เป็นวัตถุต้องคำสาปที่ส่งเสียงกรีดร้องอย่างเงียบงันว่า \"มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นที่นี่\"
อันที่จริงแล้ว ที่นี่เคยประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์: เหล่าผู้เริ่มต้นจะใช้หมึกเวทมนตร์วาดลวดลายลงบนศิลาเพื่อเชื่อมโยงจิตวิญญาณของพวกเขาเข้ากับผู้คน แล้วจึงกลายเป็นผู้บรรลุสูงส่ง
จนกระทั่งกริมสโตรกมองเห็นโอกาสในที่ที่คนอื่นมองเห็นเพียงแค่ประเพณี เขาพัฒนาหมึกเพื่อเพิ่มพลังของหมึก และเพื่อให้พลังของเขาเองเพิ่มขึ้นด้วย ใครก็ตามที่ถูกดึงเข้าไปในกระบวนการนี้ก็เป็นเพราะหาเรื่องใส่ตัว
นั่นคือวิธีที่เขาเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ ปอกเปลือกความจองหองที่ยกย่องตัวเองออกไป
ด้วยความกระหายที่จะก้าวสู่จุดที่สูงขึ้นไปอีก เขาจึงผสมหมึกของเขาด้วยของเหลวต้องห้าม เป็นความคิดที่เลวร้ายมาก—มีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ของเหลวนี้เป็นสิ่งต้องห้าม เขาเอาตัวรอดด้วยการเปลี่ยนแอชคาวอร์ทั้งเมืองให้กลายเป็นเงาอสูรกาย ลบล้างอารยธรรมทั้งหมดของเขาด้วยการตวัดเพียงครั้งเดียว
ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงข้อเท็จจริงพื้นฐาน ข้ามั่นใจว่าเขาคงจะชอบให้ข้าพูดถึงแผนการอันยิ่งใหญ่ของเขาที่จะวาดโลกขึ้นมาใหม่ในแบบฉบับของเขาเอง แต่ข้าไม่ทำหรอก หมึกมากมายได้ถูกใช้ไปเพื่อเขียนเรื่องราวของกริมสโตรกมากพอแล้ว "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_121_Grimstroke_LocHeroName" "กริมสโตรก"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_123_Hoodwink_LocFieldNotes" "ผู้นำทางใกล้ป่าโทโมคานต่างเตือนข้าเป็นเสียงเดียวกัน: อย่าลองดีตามหาฮูดวิงก์ ดังนั้นข้าจึงไม่ทำเช่นนั้น แต่ข้าปล่อยให้ฮูดวิงก์เป็นฝ่ายตามหาข้าเอง เมื่อตั้งค่ายพักแรม ข้าก็วางกับดักที่ได้มาจากแรตเทิลแทรปเอาไว้เพื่อหยุดยั้งนักล่าที่ไหวพริบไม่ดีนัก และตามทฤษฎีแล้วก็เพื่อหลอกล่อให้ฮูดวิงก์คิดว่านางกำลังรับมือกับไอ้ทึ่มคนหนึ่ง ยังไม่ทันที่ข้าจะแสร้งทำเป็นหลับเลยด้วยซ้ำ มีลูกโอ๊กเหินฟ้าลูกหนึ่งฉีกเปลือกไม้หลุดออกจากต้นโอ๊กที่อยู่เหนือศีรษะข้าไป
นางตัวเล็กกว่าที่ข้าคาดไว้ หน้าไม้ของนางแทบจะใหญ่เท่าตัวนางเอง ทว่านางกลับถือมันด้วยความน่าเกรงขามยิ่งกว่าสมาชิกที่ได้รับการฝึกฝนทุกคนในกองทัพทองสัมฤทธิ์เสียอีก
\"ไม่มีใครหน้าไหนบังอาจมาวางกับดักในป่าของข้าได้\" นางเยาะเย้ย
ข้าสารภาพแผนการของข้าอย่างใจเย็นและขอสัมภาษณ์ ดีที่นางยินดีจะพูดคุยด้วย นางพูดถึงอาหารที่นางหยิบไปจากกระเป๋าของข้า นางพูดถึงทองคำที่นางขโมยไปจากถุงผ้าของข้า แล้วนางก็พูดถึงเส้นทางเดินออกจากป่าโทโมคานก่อนที่นางจะเปลี่ยนใจ นางยื่นกับดักของข้ากลับมาให้ในสภาพที่ถูกสับเป็นชิ้น ๆ เป็นอะไรที่มากเกินกว่าที่ข้าคาดหวังไว้จริง ๆ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_123_Hoodwink_LocHeroName" "ฮูดวิงก์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_126_VoidSpirit_LocFieldNotes" "\"ระนาบมิติของเจ้านั้นไม่จีรัง\" นั่นคือสิ่งที่อินาอิ เดอะวอยด์สปิริตเอ่ยออกมา เขาอุตส่าห์ให้เกียรติเดินทางมาถึงบ้านของข้าเพื่อให้สัมภาษณ์ เป็นท่าทีที่น่ายินดี แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับเขา
\"นี่เป็นเพียงหนึ่งในระนาบมิติอันไร้สิ้นสุด พับทบและคลี่ออกไป ทั้งแยกจากกันและเชื่อมโยงถึงกัน\"
นั่นเป็นประโยคที่ฟังดูเข้าท่าที่สุดเท่าที่เขาพูดมาตลอดหลายชั่วโมงที่เราคุยกัน อย่างน้อยก็สำหรับหูของข้า หากข้าขอให้เขาอธิบายซ้ำหรือทำให้ชัดเจนขึ้น เขาก็จะแค่มองมาที่ข้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
สิ่งที่ข้าพอจะปะติดปะต่อได้ก็คืออินาอิเดินทางผ่านหลายระนาบมิติโดยมีเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่าทุกระนาบมิติจะไม่เบี่ยงเบนไปจากอดีตที่ถูกกำหนดไว้แล้ว แต่เขาไม่สนใจที่จะพูดถึงตัวเองเลย เขาสนใจการดำรงอยู่ในภาพรวมมากกว่า คำพูดของเขาคงจะทำให้ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดต้องงุนงงอย่างไม่ต้องสงสัย (และข้าไม่ใช่หนึ่งในนั้น) \"อืม อืม\" ข้าตอบ พลางวาดรูปเล่นในสมุดบันทึก
หลังจากที่เขาพร่ำพูดคนเดียวอยู่นานมาก เขาก็ถามขึ้นว่า \"เจ้าเข้าใจทั้งหมดที่ข้าพูดหรือไม่?\"
ข้าโกหกและตอบว่าเข้าใจ ใบหน้าสงบเสงี่ยมของเขากลับดูเคลือบแคลง \"ไหนลองทวนให้ข้าฟังหน่อย\"
ข้าพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทวนจากความทรงจำ \"เอ่อ... ท่านบอกว่า การดำรงอยู่มันก็แค่... การวนซ้ำของกรอบความคิดเกี่ยวกับภาวะวิทยา ข้าว่านะ... มันกำลังจะพังทลายลงภายใต้... มันคือญาณวิทยาใช่ไหม? ญาณวิทยาลวงตา? จิตหลงผิด?\"
เขาถอนหายใจอย่างแรง ก่อนจะเปิดประตูมิติใต้ร่างของเขาเองแล้วหายวับเข้าไป ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาไปที่ใด
ความย้อนแย้งทางญาณวิทยา นั่นแหละคือคำที่ข้าพยายามนึก"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_126_VoidSpirit_LocHeroName" "วอยด์สปิริต"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_128_Snapfire_LocFieldNotes" "\"การสร้างของที่ระเบิดใส่ศัตรูได้น่ะ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย นั่งลง มอร์ติเมอร์\" เบียทริกซ์ สแนปไฟร์ กล่าว
พวกเรานั่งอยู่ในเพิงโทรม ๆ ของนางกลางทะเลทรายนานารัคอันร้อนระอุ รายล้อมไปด้วยเครื่องจักรที่สร้างไม่เสร็จซึ่งประกอบขึ้นจากเครื่องมือที่เกือบจะพัง ข้าชี้ให้นางเห็นว่า เพิงของเพื่อนบ้านที่ระเบิดไปแล้วนั้นน่าจะบ่งบอกว่าการสร้างระเบิดไม่ได้ง่ายอย่างที่นางกล่าวอ้าง
\"เป็นเรื่องง่ายสำหรับใครก็ตามที่มีสติปัญญาสักหน่อย\" นางพูดแก้ต่าง \"หมอบ มอร์ติเมอร์ รับชาเพิ่มอีกสักหน่อยไหมจ๊ะ?\"
ในที่สุดสัตว์เลี้ยงตัวใหญ่ยักษ์ของนางก็หยุดเลียหน้าข้าเป็นเวลานานมากพอที่ข้าจะปฏิเสธข้อเสนอของนาง ชานั้นมีรสพริกไทยมากไปนิดสำหรับข้า แต่ก็ยังดีกว่าคุกกี้ซึ่งมีรสพริกไทยมากเกินไปสำหรับข้า
\"ชาวบ้านแถวนี้มีสติปัญญาไม่มากนัก\" เบียทริกซ์ส่ายหัว \"นับว่าโชคดีที่พวกเขามีข้ากับเจ้ามอร์ติเมอร์ มอร์ติเมอร์ หมอบ!\"
พูดจบ นางก็เริ่มเชื่อมท่อโลหะยาวเข้ากับเศษเหล็กขึ้นสนิมชิ้นหนึ่ง ซึ่งดูเก่าแก่ยิ่งกว่าตัวนางเสียอีก
\"สิ่งที่พวกเขาลืมกันหมดก็คือว่าดินปืนน่ะต้องใส่ทีหลังสุด\" นางบ่นพร้อมกับมีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวอยู่ไม่ไกลนัก"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_128_Snapfire_LocHeroName" "สแนปไฟร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_129_Mars_LocFieldNotes" "\"ข้าเคยยโสโอหัง\" มาร์ส เทพเจ้าสงครามโบราณแผดเสียงก้องมาจากบัลลังก์ทองตระหง่านของเขา \"แต่ก่อนข้าเคยอวดดี ข้าทำสงครามก็เพื่อจะได้เห็นสีหน้าหวาดกลัวของมนุษย์ตอนที่ข้าใช้หอกแทงทะลุร่างพวกเขา\"
หากโถงบัลลังก์อันโอ่อ่าของเขาในวันนี้เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่ามาร์สผู้นี้อ่อนน้อมลงแล้วล่ะก็ เมื่อก่อนเขาคงจะเย่อหยิ่งจนน่ารังเกียจเป็นแน่ ผนังทุกด้านมีพรมผนังทอผืนมหึมาแขวนอยู่ แต่ละผืนเฉลิมฉลองให้เขาในฐานะผู้ชนะศึกยิ่งใหญ่ ดูแล้วราวกับจะบดบังชัยชนะในสงครามยิ่งใหญ่บนพรมผนังทอผืนอื่น ๆ รูปปั้นมากมายหลายสิบองค์ต่างแย่งชิงพื้นที่ โดยแต่ละรูปแสดงท่วงท่าของเทพเจ้าแห่งสงครามที่กำลังต่อสู้เยี่ยงวีรบุรุษในจังหวะเงื้อฟาด ซึ่งทำให้ดูราวกับว่าเขากำลังต่อสู้กับตัวเองในร่างอื่นไม่สิ้นสุดในมุมที่แออัดบางแห่ง
มาร์สกล่าวว่าเขาจะไม่ยอมให้สัญชาตญาณดิบนำพาเขาเข้าสู่สนามรบอีกต่อไปแล้ว เขาไม่ได้ปรารถนาความกลัวและความเคารพจากมนุษย์อีกแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดเขาจากการแพร่กระจายสงคราม
\"สงครามเป็นสิ่งจำเป็น\" เสียงของเขาสะท้อนก้องทั่วห้องโถงขนาดมหึมา \"สงครามแสดงให้เห็นว่าใครคือผู้ที่คู่ควร\"
เขากล่าวว่าเหล่าเทพเจ้าโบราณต่างประมาทและอ่อนแอลง ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนและความรับผิดชอบที่เขาเพิ่งค้นพบนี้ เขาจึงตัดสินใจว่าเขาจะต้องทนรับภาระในการปกครองทุกสิ่งที่เขาเห็นด้วยกำปั้นเหล็ก
\"แต่ก่อน ข้าเคยคิดว่าข้าควรได้เป็นราชาเหนือเทพเจ้าทั้งปวงเพียงเพราะความทะนงตัวและโง่เขลา\" เขาเอ่ยปากยอมรับ \"แต่ตอนนี้ ข้าเห็นแจ้งแล้วว่าข้าต้องเป็น... เพราะข้านั้นเฉลียวฉลาด\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_129_Mars_LocHeroName" "มาร์ส"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_12_PhantomLancer_LocFieldNotes" "แอซเรธมองดูสายน้ำที่ไหลเอื่อย มือของเขากำหอกแน่นราวกับอยู่ในสนามรบ ทว่าเขาไม่สนใจจะเอ่ยถึงฝีมือการใช้หอกที่เขาได้ใช้ในการรบกับวอร์น หมอผีผู้น่ากลัวเลยแม้แต่น้อย
เมื่อพิจารณาว่าเขาเป็นเพียงผู้เดียวในหมู่เผ่าพันธุ์ที่รอดชีวิตจากการโจมตีอันเหี้ยมโหด ข้าก็ไม่อาจจะตำหนิเขาได้ เขาปัดคำถามของข้าด้วยประโยคสั้น ๆ ว่า \"พวกเราไม่เคยสนใจสงครามของผู้อื่น จนกระทั่งพวกเขาพาสงครามมาหาพวกเรา\"
ว่าแล้ว เขาก็หันไปสนใจผืนน้ำและปลามากมายที่แหวกว่ายอยู่ในนั้นอีกครั้ง เขาบอกข้าว่าตัวไหนกินได้ ตัวไหนมีพิษ ตัวไหนจับง่าย และตัวไหนจะต่อสู้ ข้าไม่ได้มาเพื่อเรียนวิชาว่าด้วยเรื่องปลา แต่การเปลี่ยนเรื่องก็พิสูจน์แล้วว่าไร้ประโยชน์
แล้วข้าก็เลือกที่จะดื่มด่ำกับความสงบของวัน ข้าเกือบจะสัปหงกอยู่รอมร่อเมื่อเห็นแอซเรธใช้หอกแหย่น้ำอย่างเงอะงะ ทำให้ปลาทั้งหมดกลัวจนแตกฝูงไปอีกฝั่ง ข้าเริ่มคิดว่าเขาอาจไม่เหมาะกับชีวิตเรียบง่ายของชาวประมงเสียแล้ว... จนกระทั่งร่างเงาของเขาปรากฏขึ้นบนฝั่งตรงข้าม แทงปลาสามตัวที่เขาเลือกไว้ว่าเป็นตัวที่กินได้มากที่สุดด้วยการจ้วงแทงเพียงครั้งเดียว และปรากฏว่าปลาเหล่านั้นอร่อยอย่างน่าเหลือเชื่อ แล้วเราก็ฉลองด้วยการกินเลี้ยงรอบกองไฟในคืนนั้น "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_12_PhantomLancer_LocHeroName" "แฟนท่อมแลนเซอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_131_Ringmaster_LocFieldNotes" "การเรียกช่างตีเหล็กคนนี้ว่าเป็นเพียงแผ่นหินก้อนหนึ่งก็คงเป็นการดูแคลนแผ่นหินเกินไป เขามีขนาดตัวใหญ่ยักษ์แต่กลับนั่งสะอื้นจนอกสั่น ข้ากับเขานั่งอยู่ในโรงงานที่เต็มไปด้วยเศษเหล็กซึ่งเขาใช้สร้างชิ้นส่วนอะไหล่ให้กับริงมาสเตอร์
\"ทีแรกข้าบอกปัดไปก่อนเลยคำเดียวว่าไม่ แต่แล้วเขาก็ลากล้อบ้าบอนั่นออกมา รู้ตัวอีกทีข้าก็ยื่นฟันเฟืองเวรนั่นให้มันเสียแล้ว ตัวข้ากับลูกชายก็ต้องไปอัดกันอยู่ในเต็นท์ที่คนแน่นขนัดเพื่อรับชม 'การแสดง' ของเขา\"
เขาตัวสั่นเทา พลางแกะผ้าพันแผลที่เท้าซ้ายออก เท้าของเขาเละเป็นโจ๊กจากการแสดงที่มีคนดูเข้าร่วมที่เรียกว่า \"คมดาบหรือท่อนทุบ\" แต่สิ่งที่ทำให้เขาเดือดดาลยิ่งกว่าสิ่งใดคือเรื่องลูกชายของเขา ที่เจ้าคอลิยอสโตร เคตเทิลอาสาจับไปแสดงมายากลหายตัว มันบอกว่าจะปล่อยตัวลูกชายของเขาออกจาก \"กล่องปริศนา\" หากฟันเฟืองที่ช่างตีเหล็กสร้างขึ้นนั้นใช้งานได้
ข้าคิดว่ามันใช้งานได้นะ มีเสียงเคาะประตูพร้อมกับเสียงเล็ก ๆ ร้องเรียก \"ป๊ะป๋า?\" ช่างตีเหล็กกะเผลกอย่างว่องไวไปที่ประตูแล้วกระชากเปิดออก สิ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเหมือนหุ่นยนต์กลไกมากกว่าเด็กชาย เฟืองเปลือยหมุนหวือ สปริงดีดเด้ง ลูกสูบจิ๋วโยกขึ้นลง นี่คืองานฝีมือของช่างตีเหล็กเอง ซึ่งถูกนำมาใช้ทรมานเขาให้หนักยิ่งขึ้น
\"คอลิยอสโตรสั่งให้ข้ามาคอยดูแลท่าน\" เจ้าตัวน่าชังส่งเสียงเจื้อยแจ้ว หัวของมันกระดกเอียงไปด้านข้างด้วยกลไก
ช่างตีเหล็กร้องไห้ และใช่ ข้าก็ร้องไห้เช่นกัน "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_131_Ringmaster_LocHeroName" "ริงมาสเตอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_135_Dawnbreaker_LocFieldNotes" "ปกติแล้ว ถ้ามีคนบอกให้ \"เดินเข้าหาแสงสว่าง\" คงทำให้ข้ามองบนและขอคุยกับคนที่เพ้อพกกลอนกวีน้อยกว่านี้และมีข้อมูลจริง ๆ มากกว่านี้หน่อย แต่สำหรับในกรณีของวาโลรา เดอะดอว์นเบรกเกอร์นั่นเป็นข้อมูลใกล้เคียงที่สุดที่ชาวบ้านใกล้เคียงพงไพรไนต์ซิลเวอร์จะทราบได้
เธอเพิ่งเข้าไปในป่ามืดนั้นเมื่อไม่กี่วันก่อน และพยานที่อยู่ห่างออกไปหลายไมล์อ้างว่าเห็นทรงกลมสว่างจ้าปรากฏขึ้นเหนือป่าไม้
โชคดีสำหรับสืบสวนครั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่แค่คำพูดเกินจริงทั่วไปจากชาวบ้านตาแป๋วที่หวังว่าจะได้เห็นชื่อตนเองอยู่ในหนังสือ ความมืดมิดของพงไพรไนต์ซิลเวอร์ทำให้การติดตามแสงสว่างวาบนั้นง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีเสียงอึกทึกครึกโครมที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ จากค้อนของวาโลราที่ทุบทำลายทั้งไม้ หิน และศัตรู
ก่อนที่ข้าจะตาบอด — ซึ่งก็โชคดีที่ตาบอดไปเพียงสัปดาห์เดียว — ข้ามองเห็นเธอเพียงชั่วครู่: เธอคือดวงดาวที่มีชีวิต ทำลายความมืดที่คืบคลานเข้ามาด้วยพลังแห่งเจตจำนงอันแรงกล้า
ความมืดมิดมากเกินไปก็ไม่ดี ข้าคิดว่าเราทุกคนคงเห็นพ้องต้องกันที่จะกำจัดความมืดออกไปบ้าง แต่ถ้าจะให้กำจัดความมืดทั้งหมดเลยงั้นหรือ? ให้มีเพียงแสงสว่างจ้าตลอดเวลา? ข้าพอสัมผัสได้ถึงโลกในอุดมคติของเธอเพียงเสี้ยววินาที และจอประสาทตาของข้าคงไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_135_Dawnbreaker_LocHeroName" "ดอว์นเบรกเกอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_136_Marci_LocFieldNotes" "ข้าได้รับแจ้งว่ามาร์ซีเป็นคนเงียบ ไม่ได้พูดอะไร ซึ่งทำให้ข้าอยากพบเจอเธอมากขึ้นไปอีก เชื่อเถอะ เรื่องแบบนี้หาได้ยากมาก ใครกันจะที่มีชื่อเสียงโด่งดังเท่ามาร์ซี แต่กลับไม่คุยโวโอ้อวดแม้แต่น้อย
โชคดีที่คนรู้จักของเธอยินดีที่จะได้เล่าเรื่องราวแทนเธอเพื่อแลกกับเงินเล็กน้อย เราพบกันที่พงไพรไนต์ซิลเวอร์ พวกเขาเล่าเรื่องราวความทรงจำต่าง ๆ ให้ฟังขณะที่มาร์ซีเดินไปมาอยู่ใกล้ ๆ และคอยเฝ้าดูต้นไม้อย่างขยันขันแข็งเพื่อรอการกลับมาของเจ้าหญิงมิรานาซึ่งอยู่ในความดูแลของเธอ แต่ละคนมีเรื่องราวของตัวเอง พวกเขาอ้างว่าได้เห็นด้วยตาของตนเองทั้งหมด ยิ่งเล่าก็ยิ่งฟังดูน่าเหลือเชื่อ ด้วยหมัดมือเปล่าของเธอตามที่พวกเขากล่าวอ้าง มาร์ซีได้ฆ่ากองโจร กองทัพ และแม้แต่เทพเจ้าเป็นครั้งคราว
ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูใสซื่อของมาร์ซี ข้าได้แต่คิดว่าเรื่องราวที่เล่ามานั้นเหลวไหลทั้งสิ้น จนกระทั่งมาร์ซีผิวปาก เมื่อข้าหันศีรษะไป เธอก็พุ่งตัวเข้าไปในพงไพรด้วยจุดหมายบางอย่าง คนรู้จักของเธอกล่าวว่าเราไม่จำเป็นต้องติดตามไป ดังนั้นเราจึงรอคอย และในไม่ช้ามาร์ซีก็กลับมาในสภาพที่อาบด้วยเลือด เดินเคียงคู่กับเจ้าหญิงมิรานาผู้เปล่งปลั่งไร้ร่องรอย "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_136_Marci_LocHeroName" "มาร์ซี"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_137_PrimalBeast_LocFieldNotes" "บางคนเชื่อว่าเจ้าไพรมอลบีสต์นั้นเป็นเพียงแค่ลูกน้อยของสัตว์ร้ายเท่านั้น เมื่อข้าสำรวจซากปรักหักพังรอบหมู่บ้านชาวประมงอันดูจาร์ที่บัดนี้ไม่เหลือเค้าเดิม ก็มีร่องรอยของการอาละวาดราวกับเด็กยักษ์กำลังอารมณ์เสีย ทว่าความพินาศนั้นได้ทิ้งร่องรอยเจตนาร้ายที่เด็กน้อยไม่อาจเข้าใจได้
สิ่งก่อสร้างทั้งหลายถูกทุบทำลายกลายเป็นเศษหิน ดาดฟ้าเรือแตกเป็นเสี่ยง ๆ เรือทั้งลำถูกกระแทกจนแหลกละเอียดอยู่บนฝั่ง เป็นการอาละวาดที่ไม่มีเหตุผลแน่ชัด แล้วชาวบ้านล่ะ? หายหมด ข้าได้แต่หวังว่าพวกเขาจะหนีไปได้ ไม่ใช่ถูกเขมือบ
ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเพิ่มชื่ออันดูจาร์เข้าไปในรายชื่ออาณานิคมที่เจ้าไพรมอลบีสต์กวาดล้างจนไม่เหลือบนแผนที่ มีช่วงที่มันหยุดอาละวาดได้ไม่นานเมื่อถูกล่อเข้ากับดักและผูกมัดด้วยเกลปเนียร์ โซ่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหน่วงเหนี่ยวสิ่งมีชีวิตระดับเทพเจ้า แต่เจ้าไม่อาจหน่วงเหนี่ยวสัตว์ร้ายที่ทรงพลังและดุร้ายเช่นนี้ได้นานนัก บัดนี้มันเที่ยวเหยียบย่ำไปทั่วทุกดินแดนอย่างอิสระ
ขณะที่ข้ากำลังสำรวจความเสียหาย ข้าก็อดคิดไม่ได้ว่า: หากเจ้าไพรมอลบีสต์เป็นเพียงแค่ลูกน้อยของสัตว์ร้ายจริง ๆ ขอให้พระเจ้าทั้งหลายโปรดช่วยเราด้วยหากว่าพ่อแม่ของมันโผล่มา"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_137_PrimalBeast_LocHeroName" "ไพรมอลบีสต์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_138_Muerta_LocFieldNotes" "เจ้าของโรงเตี๊ยมผุพังที่สีซีดจางเพราะแดดปาดเหงื่อบนหน้าผาก แม้จะอยู่ใต้ร่มเงาของอาคารแสนว่างเปล่าที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางทุ่งราบรกร้างฝุ่นตลบ แต่อากาศก็ยังคงร้อนระอุ
\"นางมาจากเมืองเก่าชื่อสเกิร์ม เคยตั้งอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้นัก\" เขากล่าว \"ตอนนั้นนางยังเป็นแค่สาววัยรุ่น\"
\"พวกโจรเคยแวะเวียนมาแถวนี้บ่อย ๆ พวกใจทรามชั่วช้า ปล้นทุกเมืองในรัศมีหลายไมล์ พวกมันยิงนางทิ้งอย่างเลือดเย็น แถมยังฆ่าญาติพี่น้องของนางด้วย\"
เขารินเหล้าควันโขมงให้เราอีกคนละเป๊ก มันแผดเผาคอของข้าแทบไหม้ แต่ก็ทำให้เขาปากสว่างขึ้น ตราบใดที่เขายังคงพูดต่อ ข้าก็จะยอมทนกระดกเข้าปากต่อไป
\"จากนั้น...ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น\" เขาด้อม ๆ มอง ๆ ไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดต่อ \"ข้าได้ยินมาว่านางเอาชนะเทพเจ้าแห่งความตายเสียเอง ได้ยินมาว่านางกำลังหาทางแก้แค้นพวกที่ทำเลวกับนางไว้\"
เขาปาดเหงื่อบนหน้าผากอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะความร้อน สีหน้าของเขาซีดเผือดราวกับผี
\"พวกโจรนั่นโหดเหี้ยมและชั่วร้ายมาก\" เขากระซิบด้วยเสียงแหบแห้ง \"พระเจ้า ข้าสงสารพวกมันเสียจริง\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_138_Muerta_LocHeroName" "มูเอร์ตา"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_13_Puck_LocFieldNotes" "หมู่ผีเสื้อหลากสีสันขนาดมหึมากระพือปีกบินอยู่ท่ามกลางหมู่ใบไม้ระยิบระยับแห่งป่าเฟเฉดทางตอนใต้ของเรฟเทล ขณะที่ข้ากำลังตื่นตะลึงอยู่กับการบินว่อนเริงระบำของพวกมัน มังกรเทวดาที่เป็นที่รู้จักกันในนามว่าพั๊กก็โผล่จากที่ไหนไม่รู้มาอยู่ข้าง ๆ ไหล่ขวาของข้า
\"เจ้าตัวประหลาด\" มันเอ่ยด้วยเสียงที่ตะกุกตะกักและลังเล ราวกับว่าจะเลียนแบบคำที่ตัวมันเองไม่ค่อยจะเข้าใจนัก \"เจ้าเป็นตัวอะไรเนี่ย?\"
ก่อนที่จะข้าจะได้ตอบ พั๊กก็โผบินเวียนเป็นวงกลมรอบ ๆ ผีเสื้อราตรีสีแดงชาดตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ พลางหัวเราะคิกคัก ข้าดูมันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมันก็บินหายวับไปจากสายตา แล้วก็โผล่กลับมาใหม่ตรงไหล่ซ้ายของข้า
\"ข้าถามว่า เจ้าเป็นตัวอะไร\" พั๊กถามซ้ำอีก น้ำเสียงเริ่มจะไม่พอใจ ว่ากันว่าพวกมังกรเทวดามีชีวิตยืนยาวกว่าโลกทั้งหลายทั้งปวง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ทำให้พวกมันมีความอดทนมากเท่าไหร่
\"ข้าเป็นเอลฟ์ป่า\" ข้าตอบอย่างอึกอัก มันยื่นมือหนึ่งในสี่มือที่มีนิ้วสามนิ้วของมันออกมาแตะหน้าข้า นิ้วของมันนุ่มนวลราวกับอากาศ และมีกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าผสมธาตุกำมะถัน
\"เจ้าไม่เห็นเหมือนทำจากป่าไม้เลย\" มันตอบ รอยยิ้มของมันไม่บ่งบอกใด ๆ ว่ากำลังพูดติดตลกหรือกล่าวหาว่าข้าโกหกกันแน่
พั๊กโฉบบินจากไปอีกครั้ง ฝูงผีเสื้อบินกระจัดกระจายไปเช่นกัน และตอนนี้ผืนป่าก็เงียบสงัดไร้เสียงใด ๆ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_13_Puck_LocHeroName" "พั๊ก"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_145_Kez_LocFieldNotes" "ครุกเก็ดบีกเป็นโรงเตี๊ยมหรูที่ตั้งอยู่บนหมู่เมฆสูงในแกสต์ลีเอียรีย์มีลูกค้าแน่นขนัด ปกติแล้วในวันขึ้นครองราชย์ก็จะแน่นแบบนี้ แต่ปีนี้ดูจะต่างไปจากเดิม
ตรงที่ที่ปกติจะเต็มไปด้วยพวกผู้สูงศักดิ์ยืนเบียดกัน ตอนนี้มีพวกมนุษย์นกตัวเตี้ย ๆ ยืนปะปนอยู่ด้วย มนุษย์นกตนหนึ่งเลื่อนเครื่องดื่มไปไว้ตรงหน้าร่างเพรียวบางสีฟ้าที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับข้า แล้วตบหลังเขาเบา ๆ
\"ข้าไม่ได้ทำไปเพื่อชื่อเสียงเกียรติยศหรอกนะ แต่ต้องยอมรับว่าถ้าได้ก็ดี\" เขาบอก
เคซ ซึ่งเป็นชื่อที่รู้จักกันทั่วไป ใช้เหล็กและเล่ห์เหลี่ยมช่วยในการโค่นล้มอิมพีเรีย ราชินีผู้แย่งชิงบัลลังก์ งานนั้นไม่ใช่งานง่าย ๆ แต่ก็ทำให้เขา—และเหล่าพี่น้องไร้บังเหินของเขา—ได้รับการให้เกียรติที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ก่อนหน้านั้นพวกเขาถูกพวกสกายแรธที่เย่อหยิ่งมองว่าเป็นชนชั้นที่ต่ำกว่า
\"เรามีคนช่วย\" เขายอมรับ \"ที่จริงเราต้องการความช่วยเหลือ เพราะอิมพีเรียไม่ยอมคืนมงกุฎของนางง่าย ๆ ต้องเสียเลือดเนื้อกันไปเยอะทีเดียว\"
ทุกวันนี้ เคซเดินทางท่องไปเพื่อค้นหาสิ่งผิดที่เขาจะช่วยทำให้ถูก และมักจะกลับมายังแกสต์ลีเอียรีย์เมื่อมีการเฉลิมฉลองที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเท่านั้น พวกไร้บังเหินตนหนึ่งเลื่อนเบียร์มาให้เขาอีกเหยือก
\"ได้เบียร์ฟรีนี่ก็ไม่แย่เหมือนกัน\" เขายิ้ม"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_145_Kez_LocHeroName" "เคซ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_14_Pudge_LocFieldNotes" "กู๊ดไคนด์ทำทีเป็นว่าการมอบหมายให้ข้าไปเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับพัดจ์เป็นการให้ของขวัญ แต่ข้ามองเห็นเจตนาของนางอย่างทะลุปรุโปร่ง ใครสนกันเล่าว่าผู้อ่านจะชื่นชอบเรื่องเล่าความกระหายในการสังหารของพัดจ์? พวกเขาไม่ใช่คนที่ต้องเข้าใกล้ตะขอเกี่ยวของพัดจ์ และที่แย่กว่านั้นคือกลิ่นของพัดจ์ พวกเขาไม่ใช่คนที่ต้องย่ำไปในโคลน เครื่องใน และสสารอื่น ๆ ที่ข้าไม่อยากจะนึกถึงด้วยซ้ำ
แต่เมื่อข้ามองดูเขาจากระยะปลอดภัยด้านนอกควอดจ์ ข้าก็สรุปได้ว่าพัดจ์นั้นมีความซับซ้อนมากกว่าที่ข้าเคยคาดคิด อย่าเข้าใจผิด เขายังคงน่าขยะแขยงอยู่เหมือนเดิม แต่เมื่อเจ้ามองข้ามความสกปรกโสมมไป เจ้าจะสังเกตเห็นแนวทางในการชำแหละของพัดจ์
เขากินได้ทุกสิ่ง แต่เขาชอบเหยื่อที่ยังคงกรีดร้องอยู่ โดยจะทำให้เหยื่อมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาจะค่อย ๆ เลาะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายออกทีละชิ้น แล้วเอาชิ้นเนื้อใบหน้าส่วนที่หลุดรุ่ยเสียบไว้บนตะขอ
ไม่ว่าส่วนนั้นจะเป็นอาหารที่เก็บไว้กินภายหลังหรือเป็นของประดับตกแต่ง ข้าก็ไม่คิดจะเข้าไปใกล้เพื่อค้นหาคำตอบ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_14_Pudge_LocHeroName" "พัดจ์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_14_Pudge_LocPersonaFieldNotes" "เจ้าหน้าที่จัดงานศพในเมืองวีปปิงโรส ยังคงเย็บศพอยู่เมื่อข้ามาถึง สมาชิกคนสุดท้ายของตระกูลที่มีชื่อเสียงเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถม้า ตอนแรกข้าก็รู้สึกหงุดหงิดที่ต้องฟังทหารเมาพูด อุบัติเหตุประเภทนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมแน่นอน แต่เป็นเรื่องไม่ปกติรึเปล่า?
เมื่อเห็นว่าคำถามนั้นปรากฏบนใบหน้าของข้า เจ้าหน้าที่จัดงานศพก็ชี้ไปทางศพที่วางอยู่บนโต๊ะเรียงกันเหมือนเตียงหินอ่อน แล้วข้าก็เห็นสิ่งที่ผิดปกติ นอกจากกระดูกหักและบาดแผลฉกรรจ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแล้ว ร่างกายยังถูกหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ และเป็นรูอีกด้วย บางชิ้นยังมีเศษด้ายโผล่ออกมาจากเนื้ออีกด้วย ข้าเห็นนิ้วถูกดึงออก ดวงตาที่ดูเหมือนถูกกระชากออกจากเบ้า ผิวหนังและเนื้อเล็ก ๆ ถูกลอกออก
ก่อนที่พวกเขาจะส่งเขาไปสถานบำบัด คนขับรถที่รอดชีวิตบ่นเรื่องตุ๊กตายัดไส้ที่พบอยู่ข้างถนนระหว่างจุดพักรถ มันหน้าตาน่าเกลียด แต่เด็ก ๆ ชอบมันมาก ขอให้พวกเขาไปสู่สุคติ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_155_Largo_LocFieldNotes" "ข้านัดพบเคอร์ริก มอสเกรฟ และควิบบินส์ที่เควลส์เฮด—ร้านแอ่งน้ำริมทะเลซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่เหล่านักเขียน เพราะที่นั่นเงียบสงบและ (ส่วนใหญ่) ไม่มีเรื่องชกต่อย—เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน แต่เมื่อข้าไปถึงก็พบว่าพวกเขานั่งอยู่กับคนแปลกหน้าตัวเขียวร่างใหญ่ที่แบกเครื่องสายไว้บนหลัง
\"เขาเพิ่งจะมานั่งกับพวกเราน่ะ\" เคอร์ริกพูดอ้อมแอ้มราวกับจะแก้ตัว \"เขาคือ—\"
\"ข้าชื่อลาร์โก\" คนแปลกหน้าพูดขัด ขณะที่ข้ากำลังหาที่นั่ง \"เด็กหนุ่มพวกนี้เพิ่งเล่าเรื่องเกี่ยวกับควิลล์คินให้ข้าฟังทั้งหมดเลย\"
มันไม่ปกติเลยที่ใครสักคนจะอยากสัมภาษณ์พวกเรา ซึ่งเป็นพวกผู้บันทึกเรื่องราว การสนใจผู้อื่นคืองานของพวกเรา ข้าถามลาร์โกว่าเขามาจากไหน คำถามที่เขาปัดป้องด้วยการโบกมือไปยังทะเลและพูดอย่างคลุมเครือว่า \"โอ้ ไกลโพ้นเลยน่ะ\"
เขายิงคำถามใส่เราอย่างต่อเนื่องด้วยท่าทีที่เป็นมิตรโดยปราศจากความหวาดระแวง พวกเราเองก็ลดกำแพงลงและเปิดใจเล่าเรื่องเกี่ยวกับควิลล์คิน แม้แต่มอสเกรฟจอมบูดบึ้งยังคุยจ้อกับผู้มาใหม่อย่างผิดวิสัย
ในที่สุดลาร์โกก็ยืนขึ้นและกล่าวอย่างร่าเริงว่า \"เชียร์ พรรคพวก\" ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์บาร์ แล้วเขาก็ระเบิดเสียงเพลง—เป็นเพลงบัลลาดที่ไพเราะและมีทำนองนุ่มนวลซึ่งมีพวกเราทั้งสี่เป็นตัวเอก ท่อนประสานเสียงคือเพลงสวดที่ชวนให้ร้องตามอย่างเร้าใจ: \"ไม่เช่นนั้นแล้ว ใครเล่าจะเชื่อพวกเรา?\"
เป็นครั้งแรกที่เควลส์เฮดส่งเสียงอึกทึกครึกครื้น ในไม่ช้าทั้งบาร์ก็เข้าร่วมวง ร้องเพลงเกี่ยวกับควิลล์คิน และถึงแม้ว่าพวกเราจะเป็นชนเผ่าที่ขึ้นชื่อเรื่องการเก็บความลับเป็นอย่างยิ่ง แต่ข้าไม่เห็นว่าจะมีใครที่โต๊ะถือสาเลย "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_155_Largo_LocHeroName" "ลาร์โก"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_15_Razor_LocFieldNotes" "ว่ากันว่า เมื่อเราตายไป วิญญาณของเราจะเดินทางไปยังแนโรว์เมซ ที่ซึ่งโชคชะตาของเราจะถูกตัดสินไปชั่วนิรันดร์ แม้ว่านี่จะดูเหมือนเป็นนิยายที่ต้องการให้เราดำเนินชีวิตไปในแนวทางที่ถูกต้อง แต่ชายผู้สวมใส่เสื้อผ้าขาดวิ่นที่เดินอยู่ข้างข้าในตลาดเฮลิโออิมพีเรียมที่พลุกพล่านผู้นี้สาบานว่ามันเป็นเรื่องจริง
\"เรเซอร์เป็นคนที่คอยเร่งให้พวกวิญญาณไปเร็ว ๆ\" เขาบอกด้วยท่าทางหวาดกลัว \"เขาจะเอาแส้ไฟฟ้าเฆี่ยนจนกว่าเจ้าจะวิ่งไปอย่างเร็วจนเทาแทบไม่ติดพื้นเลยล่ะ\"
ชายผู้นั้น—ซึ่งไม่ยอมบอกข้าว่าเขาชื่ออะไร—ลอบเร้นจากสายตาที่คอยจับจ้องของเรเซอร์ และหลบหนีออกมาจากแนโรว์เมซได้ เขาเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาให้ข้าฟัง ฟังแล้วเริ่มจะไม่ค่อยเป็นการพูดคุยกันธรรมดา แต่ดูเหมือนจะเขาจะพยายามโน้มน้าวใจข้ามากกว่า ในที่สุดเขาก็วนกลับมาพูดเรื่องเรเซอร์
\"เขามีหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อคนที่ตายไปแล้วทุกคนอยู่ในนั้น\" ชายผู้นั้นบอก \"ข้าไม่รู้ว่าชื่อข้ายังอยู่ในนั้นรึเปล่าหลังจากที่ข้าหนีออกมา แต่ยังไงข้าก็หนีอยู่ดีแหละ แค่ไม่อยากให้เขารู้ว่าข้าหายตัวไป แล้วออกตามล่าข้า\"
ทันใดนั้นบรรยากาศก็เงียบสงัดลงทันที แม้ว่าท้องฟ้าจะมีสีฟ้าสดใส แต่ก็มีสายฟ้าฟาดลงมา และตอนนั้นเองที่ชายคนนั้นได้หายวับไป"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_15_Razor_LocHeroName" "เรเซอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_16_SandKing_LocFieldNotes" "ตลาดแห่งคัลดินที่ถูกแดดเผาจนร้อนระอุนั้นคึกคักไปด้วยชีวิตชีวา พวกพ่อค้าแม่ขายตะโกนแข่งกับเสียงอึกทึกของกองคาราวานที่เพิ่งมาถึง กลิ่นเครื่องเทศหอมคละคลุ้งไปทั่วอากาศ พวกเดอร์วิชหมุนตัวร่ายรำทำพิธีกรรมอันลึกลับ ข้ากัดกินเนื้อแกะย่างเสียบไม้แล้วบอกวาซิม ผู้นำทางของข้าว่าอาณาจักรนี้ดูมีชีวิตชีวามากเพียงใดท่ามกลางทะเลทรายที่ไร้ชีวิตชีวา
วาซิมหัวเราะ \"ทะเลทรายน่ะมีชีวิตชีวามากเลยล่ะ! แดนทรายระยิบระยับมีความคิด เคลื่อนไหวได้ และเมื่อใดที่มันต้องการใช้ร่างมันก็จะส่งแซนด์คิงมา\" เขาอธิบายต่อว่าร่างอวตารนี้ปรากฏกายเป็นสัตว์คล้ายแมงป่องขนาดมหึมาที่เรียกว่าคริกแซลิสหรือ \"วิญญาณแห่งทราย\" เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ \"แล้วใครกันที่สร้างชุดเกราะที่ทำให้มันมีรูปร่างขึ้นมาได้? ก็ญินแห่งคัลดินน่ะสิ!\" ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความอภิรมย์—หรือไม่ก็ความภาคภูมิใจ
ข้าสงสัยว่าเหตุใดญินจึงทำเช่นนี้? วาซิมยักไหล่ \"บ้างก็ว่าเพื่อให้ทะเลทรายมีรูปร่างที่สามารถเจรจาต่อรองได้ เพื่อที่มันจะไม่กลืนกินคัลดิน บ้างก็ว่าเพื่อสร้างสัตว์ประหลาดมาทรมานมนุษย์ บ้างก็ว่าก็แค่มันน่าสนุกดีเท่านั้นเอง\"
ข้าถามวาซิมว่าเหตุใดเขาจึงคิดว่าญินร่ายมนตร์สร้างแมงป่องทรายวิเศษขึ้นมา
วาซิมขำกลิ้ง \"ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าญินทำอะไรไปทำไม?\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_16_SandKing_LocHeroName" "แซนด์คิง"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_17_StormSpirit_LocFieldNotes" "สำหรับผู้เป็นครึ่งเทพครึ่งคนที่ดูเหมือนจะทำจากไฟฟ้าบริสุทธิ์ไรจินธันเดอร์เคกนั้นมีความติดดินเกินคาดถึง
เขาเป็นที่รู้จักในถิ่นนี้ด้วยนามสตอร์มสปิริต แต่เขายืนกรานให้ข้าเรียกเขาว่า \"ไรจิน\"
\"ชื่อนี้แหละที่เพื่อน ๆ ใช้เรียกข้า และทุกคนที่ข้าพบก็คือเพื่อนทั้งนั้น\" เขาหัวเราะคิกคัก
ข้าคิดว่ามันคงไม่จริงเสมอไป และขณะนั้นก็เขาเล่าเรื่องราวการต่อสู้ที่เขาได้รับชัยชนะให้ข้าฟังระหว่างเราท่องไปในแดนมรสุม สายฟ้าดูน่ากังวล แต่ดูเหมือนว่าเขาจะบังคับให้สายฟ้าผ่าใส่เขาเพียงผู้เดียว เขาบอกว่ามันทำให้รู้สึกจั๊กจี้ ซึ่งข้าว่าคงไม่จริงเสมอไปเช่นกัน
จากนั้น ไรจินก็เล่าเรื่องราวการได้มาซึ่งพลังของเขา เขาพยายามเรียกฝนลงมาเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่อดอยากด้วยเวทมนตร์ ซึ่งทำให้เทพแห่งพายุฝนพิโรธและพยายามฆ่าเขา เมื่อเขาร่ายเวทอีกคาถาโดยหวังว่าจะสละชีพตนเองเพื่อช่วยหมู่บ้าน กลับกลายเป็นหลอมรวมนักเวทและเทพนั้นให้เป็นหนึ่งเดียวกันแทน
อารมณ์ของเขาหม่นหมองราวกับเมฆพายุที่ลอยอยู่เหนือศีรษะ แต่เขาก็กลับมาสดใสอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
\"ตอนนี้ข้าพยายามใช้พลังแห่งพายุให้เป็นเรื่องที่ดี\" เขายิ้มร่าและตบหลังข้าอย่างแรง ซึ่งน้ำหนักมือก็รุนแรงอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้ข้ากระเด็นออกไปทันทีคือพลังไฟฟ้าสถิตจากมือของเขา "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_17_StormSpirit_LocHeroName" "สตอร์มสปิริต"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_18_Sven_LocFieldNotes" "เปลือกหอยและกระดองปูที่ถูกทิ้งส่งเสียงกรอบแกรบใต้เท้าที่สวมเกราะของสเวน ขณะที่เขาเดินทัพไปตามชายหาดทรายสีเลือดของแนร์โรว์แชนเนล ข้าติดตามเขามาด้วยระยะห่างยี่สิบก้าวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เคยโบกมือให้ทีนึง แต่ไม่มีการตอบกลับ
นี่คือสิ่งที่ข้ารู้: เขาวิ่งราวกับว่ากำลังลงโทษพื้นดินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา เขาคุ้นเคยกับน้ำเหมือนกับบนบก ดังนั้นบางทีเรื่องเล่าที่ว่าแม่ของเขาเป็นสิ่งมีชีวิตในทะเลอาจเป็นเรื่องจริง และเขาก็เก่งกาจในการล่าสัตว์ด้วยเอาต์แคสต์เบลดพอ ๆ กับที่ใช้ในการต่อสู้
นั่นไม่ใช่เล่น ๆ เลย ข้าเห็นเขาขว้างมันไปเป็นร้อยหลาใส่กวางกุงกาที่กำลังวิ่งเผ่นแทงเข้าที่กระดูกสันหลังอย่างจังบนต้นไม้เนื้อแข็ง—แถมยังฝังเข้าไปในต้นไม้เนื้อแข็งอีกหกนิ้ว เขายังทิ้งซี่โครงที่ปรุงสุกอย่างดีของกวางกุงกาไว้ข้างกองไฟในเช้าวันรุ่งขึ้นด้วย จารีตอัศวินส่วนตัวของเขางั้นหรือ? เครื่องบรรณาการแห่งสันติ? หรือบางทีเขาอาจจะแค่อิ่มแล้ว
ในที่สุดข้าก็ได้รับความสนใจจากเขา ข้าพยายามเริ่มการสัมภาษณ์ของเรา และถามเขาว่าเป็นเรื่องจริงใช่ไหมที่เขาเป็นลูกครึ่งเมแรนธ์ เขาชำเลืองมองข้า แล้วเดินออกไปยังหนึ่งในท่าเรือจำนวนมากของช่องแคบ กระโดดลงจากตรงนั้นทั้งชุดเกราะ แล้วดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดของแนร์โรว์แชนเนลโดยไม่มีแม้แต่ระลอกคลื่น
\"ใช่\" ข้าเขียนลงไป ข้าเพิ่งเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีใครทำได้กับสเวน ไม่เลวเลย "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_18_Sven_LocHeroName" "สเวน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_19_Tiny_LocFieldNotes" "อากาศกำมะถันในหุบเขาที่อยู่ระหว่างสองภูเขาเล็ก ๆ ของวูเครกทำให้ข้าไออย่างหนัก ข้ากำลังดิ้นรนเพื่อที่จะตามให้ทันก้าวเดินมหึมาของยักษ์หินที่รู้จักกันในชื่อว่าไทนี ซึ่งดูจะไม่ตรงกับตัวเอาซะเลย ในขณะที่พวกเราเดินไป ดูเหมือนเขาจะตัวใหญ่ขึ้นอีกเรื่อย ๆ เดี๋ยวนะ ก้าวของเขาจะยาวขึ้นอีกเหรอ? นี่เขาดูดซับหินรอบตัวเขาเข้าสู่ร่างกายของเขาหรือเปล่า?
\"ใช่แล้ว ข้าอาจจะเริ่มจากการเป็นลาวา\" เขากล่าว ตอบคำถามที่ข้าไม่รู้ว่าถามออกไปเสียงดังโดยไม่รู้ตัว \"หนึ่งในภูเขาไฟเหล่านี้สักลูกอาจจะสามารถสร้างข้าขึ้นมาก็ได้ ขอบคุณนะ เจ้าตัวเล็ก\" เขาส่งเสียงดังกึกก้อง
ข้าได้เจอเขาฝึกขว้างต้นไม้อยู่ที่ขอบป่าในหุบเขาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้ เมื่อข้าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเส้นโค้งมนที่อยู่เหนือศีรษะของเขา แนะนำว่ามันอาจจะเป็นเบาะแสถึงต้นกำเนิดของเขาก็เป็นได้ เขาดูสับสน เขาอ้างว่าเขาไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อนเลย หลังจากที่ข้าเหลือบมองเขาด้วยแผ่นสะท้อนแสงจากกระเป๋าของฉัน ข้ามั่นใจได้ว่าเขายิ้มออกมา
\"ครั้งหนึ่งข้าเคยปีนขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาวูเครก จากตรงนั้นไปทุกช่วง เทือกเขาต่างมีรูปร่างเหมือนวงกลมเหล่านั้นกันทั้งหมด\" ไทนีเคยพูดไว้
ขณะที่ข้าเขียนอยู่นี้ เขาก็กลิ้งไปไกลแล้ว เขาเร่งความเร็วไวขึ้น ข้าไอจนตัวสั่น \"โชคดีนะเจ้าเพื่อนตัวโต\" ข้าพูดด้วยเสียงหายใจหวีดหวือ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_19_Tiny_LocHeroName" "ไทนี"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_1_Antimage_LocFieldNotes" "การเสาะหาแอนติเมจของข้า ในที่สุด ก็พาข้ากลับมาที่วิทยาลัยอัลติมีร์ — สถานที่ซึ่งเขายินดีจะเผาทิ้งพร้อมทุกคนที่อยู่ข้างในอย่างที่สุด
หลังจากที่ข้ายืนยันตัวตนกับประตูเวทมนตร์แล้ว ข้าก็ตรงไปโรงอาหาร ข้าพบพ่อมดคนหนึ่งซึ่งเป็นสายลับที่ข้าไว้ใจได้พอตัวตรงที่ข้าเคยทิ้งเขาไว้ครั้งล่าสุดเป๊ะ: นั่งอยู่บนเก้าอี้สูง จ้องมองแก้วเหล้าน้ำผึ้งที่เติมตัวเองไม่รู้จักจบด้วยสายตาพร่ามัว
เขาผู้นี้คือคนที่พร้อมจะพูดถึงเกือบทุกเรื่องใต้หล้า ตั้งแต่เรื่องเทพเจ้าพิโรธผู้ผูกใจแค้น ยันสงครามพ่อมดครั้งใหญ่ จนถึงเกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับดวงจันทร์ สิ่งเดียวที่เขาไม่ยอมเอ่ยถึง ดูเหมือนจะเป็นคนที่ข้าเอาแต่ถามถึงนั่นเอง คมดาบที่ดูดเวทมนตร์ของแอนติเมจน่ะหรือ? \"ท่านเคยได้ยินเรื่องแมงมุมยักษ์แห่งป่าเดรดวูดไหมล่ะ?\" ผลงานของแอนติเมจที่จับสหายของเขาคุมขังไว้ที่คฤหาสน์ไทเลอร์น่ะรึ? \"ให้ข้าบอกแหล่งซื้อเสื้อคลุมคุณภาพดีราคาสมเหตุสมผลจะดีกว่า\" แล้วท่านพบเห็นเขาเมื่อไม่นานมานี้บ้างไหม?
เขาตัวสั่นสะท้าน หมดหนทางที่จะเปลี่ยนเรื่องแล้ว ด้วยสติที่กลับมาอย่างฉับพลันแต่ไม่ปรกติสุข เขาสบตาข้าอย่างอ่อนล้าแล้วกล่าวว่า \"อย่าทำให้ข้าต้องพูดถึงเขาเลย\" จากนั้นเขาก็หันหลังให้ข้า พร้อมกับความสนใจที่หวนกลับไปสู่เหล้าน้ำผึ้งที่วนเป็นเกลียวอยู่ในแก้วของเขาอีกครั้ง "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_1_Antimage_LocHeroName" "แอนติเมจ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_1_Antimage_LocPersonaFieldNotes" "เว่ยเดินไปมาขณะที่ข้าทรุดตัวนั่งลงในห้องพักอันว่างเปล่าของอาจารย์เธอในคฤหาสน์ไทเลอร์ สถานบำบัดสำหรับพ่อมดแม่มดอาชญากร ตอนแรกเราต่างก็ผิดหวังไม่ต่างกัน ข้าหวังว่าจะได้สัมภาษณ์แอนติเมจเสียที ส่วนเธอหวังว่าเสียงเคาะประตูจะหมายถึงโอกาส \"สนุก\" อีกครั้งในการสังหารนักโทษแหกคุก แต่เมื่อข้าเอ่ยว่ากู๊ดไคนด์เป็นคนส่งข้ามา เว่ยก็ยิ้มและบอกข้าด้วยความกระตือรือร้นอย่างมากว่าเธอแอบหวังมาตลอดว่าจะได้เห็นชื่อตัวเองตีพิมพ์ \"แต่อย่าเขียนส่วนนั้นลงไปนะ\" เธอกล่าวเสริม ข้าจึงแสร้งทำเป็นลบประโยคที่ทุกท่านเพิ่งอ่านไป
การเสวนาของเราเป็นดั่งการพยายามควบคุมสายน้ำ เรื่องราวเกี่ยวกับการสังหารหมู่ครอบครัวของนางด้วยน้ำมือของแม่มดผู้รุกรานหยุดลงอย่างกะทันหันและกลายเป็นคำบ่นเกี่ยวกับอาหารที่แอนติเมจควบคุมอย่างเข้มงวด ซึ่งได้เปลี่ยนไปเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับหัวแรกที่นางตัดจากพ่อมด และจากนั้นก็วกไปวนมาจนกลายเป็นว่านางแนะนำหนังสือเล่มเดียวบนชั้นของครูฝึกของนางที่ไม่ได้ \"โคตรน่าเบื่อ\"
ในที่สุดข้าก็เอ่ยถามไปว่าแอนติเมจมาหาพบนางได้อย่างไร \"แน่นอน นั่นเป็นเรื่องที่เหมาะสำหรับสมุดบันทึกของเจ้าเลย\" หลังจากได้รวบรวมความคิดแล้ว นางก็กล่าวเสริมอีกว่า \"ขอโทษนะ เราคุยถึงไหนกันแล้วนะ?\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_20_VengefulSpirit_LocFieldNotes" "\"เรียกข้าว่าเชนเดลแซร์ก็ได้\" ราชินีแห่งแกสต์ลีเอียรีย์กล่าวอย่างมีเมตตา
ชื่อเล่นของนางที่รู้จักกันในอาณาจักรจะแสดงให้เห็นถึงความคลั่งไคล้ใน... การล้างแค้นมากกว่านี้ แต่ถึงอย่างไรนางก็ปกครองราชอาณาจักรแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี และดูเหมือนว่าจะเป็นที่รักของทุกคน การที่อิมพีเรียผู้เป็นน้องสาวของนางและครอบครองบัลลังก์นี้มาก่อน เป็นผู้ครองอำนาจที่ร้ายกาจและเหี้ยมโหด ก็ยิ่งช่วยให้ผู้คนรักนาง ถ้าเจ้าอยากเป็นผู้ครองอาณาจักรที่เป็นที่ชื่นชอบ ก็ควรจะทำตามอย่างนาง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่ออิมพีเรียเป็นคนขโมยเอาบังลังก์ไปจากเชนเดลแซร์ก่อน โดยตัดปีกของนางออกตอนที่ก่อกบฏในพระราชวัง และโยนนางลงมาจากหอคอยที่สูงที่สุดให้นอนรอความตายอยู่ตรงนั้น นางรอดชีวิตมาได้ก็เพราะบังเอิญได้เจอกับเทพีแห่งความซุกซนเท่านั้น
เป็นแบบนั้นเสียส่วนใหญ่ล่ะนะ เพราะที่จริงนางต้องติดอยู่ระหว่างความเป็นและความตายอยู่นานหลายปี ข้าเดาว่าเหตุนี้เองที่ชื่อเล่นของนางมีคำว่า \"วิญญาณ\" ข้าเดาอีกด้วยว่า การที่น้องสาวร้ายกาจของนางแย่งชิงบังลังก์ไปและเกือบทำให้นางต้องตายคงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มีคำว่า \"การล้างแค้น\"
ดูเหมือนว่าเชนเดลแซร์จะมีจิตใจที่สุขสงบแล้วในตอนนี้ การล้างแค้นใด ๆ ที่เคยผลักดันชีวิตนางดูเหมือนว่าจะทำให้นางพึงพอใจแล้ว (ขอบอกอีกอย่างด้วยว่า หมู่นี้นางดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะ) กบฏหนึ่งครั้งและลอบปลงพระชนม์หนึ่งครั้ง แล้วความสงบสุขก็กลับคืนสู่สกายแรธ
เป็นแบบนั้นเสียส่วนใหญ่ล่ะนะ ยังมีเรื่องที่ต้องจัดการคือพวกไร้บังเหิน ซึ่งเป็นชนชั้นนกที่ทุ่มกายใจเข้าช่วยเชนเดลแซร์ช่วงชิงบัลลังก์กลับมาจากน้องสาวของนาง เพื่อแลกเปลี่ยนกับการได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในราชอาณาจักร ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรอดูว่านางจะทำตามที่สัญญาไว้หรือไม่ และหมู่นี้ดูเหมือนจะยังมีอะไรขลุกขลักอยู่บ้างหลังการเปลี่ยนบังลังก์
ถึงอย่างไรนางก็มั่นใจว่านางจะสามารถนำสันติภาพมาสู่อาณาจักรได้ หากนางครองราชย์ด้วยความเที่ยงธรรมและยุติธรรม พูดอีกอย่างก็คืออย่าเป็นเหมือนน้องสาวของนางนั่นแหละ ช่วงหลัง ๆ นี้นางดูจะไม่ค่อยสนใจกับการล้างแค้นเท่าไหร่ \"การล้างแค้นอาจจะทำให้ข้าได้ราชอาณาจักรกลับคืนมา\" นางบอก \"แต่ไม่ใช่ว่ามันจะทำให้ข้าชนะใจพสกนิกรของราชอาณาจักรนั้นได้\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_20_VengefulSpirit_LocHeroName" "เวนจ์ฟูลสปิริต"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_21_Windranger_LocFieldNotes" "หมู่ไม้ด้านนอกซารุคินาดูราวกับเคลื่อนไหวไปพร้อมกับมือของไลราเล เคราะห์ร้ายที่สายลมเดียวกันกับที่พัดผลักและดึงกิ่งก้านเหล่านั้นกำลังทำให้ข้าหนาวสั่นไปทั้งตัว ไม่มีครั้งไหนราบรื่นเลยสินะ
\"อ๊ะ ขอโทษนะ\" นางกล่าวพร้อมยักไหล่อย่างร่าเริง
นางถอดผ้าคลุมออกแล้วยื่นให้ข้า แม้ว่าข้าจะมีเหตุให้ลังเลที่จะรับของกำนัลจาก \"เพื่อน\" ใหม่ แต่ข้าก็รีบรับมาห่มกายอย่างละโมบ
\"เจ้าถามข้าว่าทำไมข้าถึงรักสายลมได้ทั้งที่พายุฆ่าพ่อแม่ของข้า\" นางกล่าวด้วยความเบิกบานใจที่แปลกประหลาดเช่นเดิม \"แต่สิ่งที่เจ้าไม่เข้าใจคือสายลมต่างหากคือพ่อแม่ของข้า ไม่ใช่คนพวกนั้น สายลมเป็นแม่ให้กับข้ามากกว่าใครก็ไม่รู้ที่ให้กำเนิดข้าเสียอีก สายลมขับกล่อมข้าให้นอนหลับ สายลมสางเส้นผมของข้า\"
นางโบกมืออีกครั้งโดยไม่ทันฉุกคิด ทำให้ประกายไฟจากกองเพลิงปลิวมาทางข้า ข้าผงะถอยกรูด และนางก็กล่าวขอโทษอีกครั้งพร้อมหัวเราะคิกคัก
\"วันนี้แม่ของข้าดูคึกคักเป็นพิเศษนะ ว่าไหม?\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_21_Windranger_LocHeroName" "วินด์เรนเจอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_22_Zeus_LocFieldNotes" "สายฟ้าผ่าแลบทะลุท้องฟ้าด้านนอกโรงเตี๊ยมไนท์เฉด สว่างจ้าเสียจนข้ามองเห็นแสงของมันลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่าที่ช่วยกันฝนอยู่ด้านนอก พายุที่เลวร้ายขนาดนี้มีเพียงความหมายเดียวเท่านั้น:
ซูสกำลังพิโรธ
เป็นจริงดังคาด ประตูโรงเตี๊ยมถูกถีบเปิดออก และบิดาแห่งทวยเทพนั่นเองเหยียบเท้าเข้ามา
\"โต๊ะของนายท่านพร้อมแล้วขอรับ!\" บาร์เทนเดอร์ร่างท้วมโพล่งออกมาอย่างประจบประแจง เขาวิ่งไปยังโต๊ะกลางห้อง แล้วโบกไม้โบกมือไล่แขกที่นั่งอยู่ตรงนั้น เพียงแค่เหลือบเห็นสายฟ้าที่พุ่งออกมาจากดวงตาและปลายนิ้วของซูสก็บอกเหล่าลูกค้าว่าควรหลีกทางให้ไว
ซูสพุ่งเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งอย่างแรงบนเก้าอี้ซึ่งส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดภายใต้ร่างของเขา เหยือกเบียร์เอลถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าเขาก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากขอเสียอีก
\"ข้าต้องพิสูจน์ตนเองท่ามกลางมรรตัยชนพวกนี้นานอีกแค่ไหนกันกว่าจะได้กลับสู่โอลิมปัส?\" ซูสตวาดเสียงดังลั่น บาร์เทนเดอร์ตอบเสียงอ่อย \"...แน่นอนว่าอีกไม่นานหรอกขอรับ\" ก่อนจะนึกได้ว่าเขาควรเงียบปากไว้น่าจะดีกว่า
สายตาของซูสจับจ้องไปยังสาวเสิร์ฟหุ่นสะบึม ก่อนจะส่ายหัวและกระดกเบียร์เข้าปาก เขาเคยนอกลู่นอกทางมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งนั่นเป็นเหตุให้ชายาของเขาสั่งเนรเทศเขาออกมา
\"ยังมีศึกอีกมากรอข้าอยู่\" เขาถอนหายใจเสียงดัง ก่อนจะย่ำเท้ากลับออกไปท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_22_Zeus_LocHeroName" "ซูส"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_23_Kunkka_LocFieldNotes" "คลื่นสูงมหึมาซัดเข้าหาหน้าผาที่ด้านตะวันตกสุดของเกาะเทรมบลิง ข้ายืนอยู่ห่าง ๆ จากขอบเพื่อความปลอดภัย เมื่อข้ากับคนเลี้ยงแกะชาวแคลดชื่อทาร์นเดินอยู่บนทุ่งโล่งใกล้ ๆ กันนั้น
\"มันเกิดขึ้นตรงโน้น\" ทาร์นบอก พลางชี้ไปออกไปไกลในทะเล \"พวกปีศาจมากันเป็นหมู่ ทหารเรือของเราพยายามต้านพวกมันกลับไปอย่างยากลำบาก\"
ถ้าเป็นกองเรืออื่นคงจะพ่ายแพ้ไปในทันที เขาบอก กองเรืออื่นที่ไม่มีกังค์ก้านะ พลเรือผู้เข้มแข็งนำทัพเข้าต่อสู้ข้าศึกที่ดูเหมือนจะไม่อาจเอาชนะได้ และไม่ยอมล่าถอยหรือยอมแพ้ไม้ว่าเรือรบจะค่อย ๆ ล่มไปทีละลำก็ตาม
\"พวกเมจคงบอกว่าพวกเขาช่วยเรา ซึ่งก็อาจจะช่วยจริง ๆ ก็ได้ แต่ถ้าเจ้าให้เรือข้ามาสักลำ แล้วให้กังค์ก้าเป็นคุมเรือ ข้าว่ามีโอกาสชนะได้แน่\" ทาร์นบอก
แน่ละว่าทั้งปีศาจทั้งกองเรือของแคลดไม่มีทางสู้เมลรอว์น อสูรกายร่างมหึมาแห่งท้องทะเลที่โผล่ขึ้นมาจากห้วงน้ำลึกและทำลายล้างทุกคนได้ บางคนบอกว่าสัตว์ประหลาดตนนั้นที่ทำให้เรือของกังค์ก้าล่มลง แต่ทาร์นไม่เชื่อหรอก
\"ในคืนที่ฟ้าไร้เมฆหมอก เจ้าจะยังเห็นเรือของเขาแล่นตระเวนอยู่ในน่านน้ำนี้\" เขาพูดอย่างมั่นใจ \"และตราบใดที่ยังมีเขาอยู่ พวกเราก็ปลอดภัย\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_23_Kunkka_LocHeroName" "กังค์ก้า"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_25_Lina_LocFieldNotes" "ดวงอาทิตย์สาดแสงจ้าเหนือทะเลทรายแห่งมิสรูลท่ามกลางท้องฟ้าไร้เมฆ
สายฟ้าร้อนฉ่าของลีนาเผาแมงป่องขนาดหนึ่งฟุตจนกรอบโดยข้าไม่ทันสังเกตจนเกือบสายเกินไป กลิ่นเหมือนไก่ฟ้า แต่ก็อาจเป็นไก่ฟ้าที่ไม่น่ากินที่สุด \"ทางนี้\" ลีนากล่าวพลางเตะศพแปดขาลงเนินทรายและเดินอวดโฉมเข้าไปในปากถ้ำ
\"ข้าเจอเวิร์มทะเลทรายตอนข้าอายุเก้าขวบ เขามองตัวเองว่าเป็นเหมือนพ่อคน แม้ที่จริงจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานก็เถอะ ดังนั้นอย่าขยับตัวแรง ไม่งั้น –\" นางเสกลูกไฟขึ้นมา
\"เข้าใจแล้ว\"
เราเลี้ยวหัวมุมไปพบเขากำลังคลายตัว รูม่านตาข้างหนึ่งจ้องเขม็งมาที่ข้า จากนั้นเขาก็ขยิบตา สั่นร่างเหมือนสุนัข และคำรามด้วยเสียงหัวเราะ
\"หายใจได้แล้ว\" ลีนาสะกิดข้า
ทั้งสองใช้เปลวไฟจำลองฉากการต่อสู้อันดุเดือดที่สุดของลีนาขึ้นมาให้เห็น เรื่องราวนั้นน่าประทับใจไม่แพ้การแสดงเปลวไฟอันน่าตื่นตะลึง
จากนั้นการแสดงก็กลายเป็นลีนาเผาภาพวาดของน้องสาวที่ไม่น่าดูนักบนผนังถ้ำ ยิ่งเผาก็ยิ่งทำให้นางหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้าจึงขอตัวออกไปอย่างเงียบ ๆ และรู้สึกดีใจจังที่เกิดมาเป็นลูกคนเดียว "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_25_Lina_LocHeroName" "ลีนา"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_26_Lion_LocFieldNotes" "\"ข้ารวบรวมวิญญาณมาได้หลายต่อหลายพันดวง\" ปีศาจอซาการ์เอ่ยออกมาจากวงกลมเรียกปีศาจที่กักขังเขาอยู่ \"ปีศาจทุกตนต้องรวบรวมวิญญาณมาให้ได้หมื่นดวงถึงจะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปเป็นอัครปีศาจ เหลืออีกสองข้าก็จะได้ครบแล้ว\"
อซาการ์เคยเป็นหนึ่งในดาวเด่นแห่งขุมนรก เขาได้รวบรวมวิญญาณที่บริสุทธิ์ที่สุด หลอกลวงพวกผู้นำทางศาสนา ผู้ที่ต่อสู้เพื่อผู้อื่น หรือแม้แต่นักบุญจริง ๆ และไลออน จอมเวทปีศาจถือเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรางวัลหนึ่งของเขา
\"เขาต่อสู้เพื่อคนที่ไร้ทางสู้เสมอ\" เจ้าปีศาจกล่าว \"แต่ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่เขาคลั่งไคล้มากกว่าการทำความดี คือคำยกย่องสรรเสริญที่ได้มาพร้อมกัน\"
อซาการ์สัญญากับไลออนว่า เขาจะได้มีชื่อเสียงเกียรติยศที่ไร้ขีดจำกัดถ้าเขาทำตามคำสั่ง เจ้าปีศาจทำให้ความรู้ถูกรู้ผิดของไลออนบิดเบือนไป และหันเหความพยายามของเขาไปยังคนที่ชอบธรรม เมื่อจิตวิญญาณของไลออนได้เสื่อมโทรมอย่างแท้จริง อซาการ์ก็ละทิ้งเขา โดยนำวิญญาณของเขากลับไปสู่ขุมนรก และปล่อยให้ไลออนเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขากระทำ
\"ข้ากำลังวางแผนทำลายนักบวชผู้อุทิศตน เพื่อให้ได้วิญญาณดวงที่หนึ่งหมื่นของข้า ตอนที่ไลออนโผล่มาที่ขุมนรกเพื่อเรียกร้องให้ได้วิญญาณของเขาคืน\" อซาการ์เล่า
แต่ในขุมนรกไม่มีการได้กลับคืน ไลออนไม่สามารถกู้คืนจิตวิญญาณของเขาได้ ด้วยความโกรธ เขาจึงฟันมือของเจ้าปีศาจหลุดกระเด็น และตอนที่เดินทางกลับออกจากนรก จิตใจของเขาก็เต็มไปด้วยความเดือดดาลและเกลียดชัง
\"นี่ เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าหยุดพักจากการรวบรวมวิญญาณเดือนหนึ่ง ตัวเลขวิญญาณของเจ้าจะกลับไปเป็นศูนย์\" อซาการ์ถามอย่างขุ่นเคือง \"ข้าไม่รู้มาก่อนเลย\"
\"ข้าเลยต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น ดูเหมือนหมึกเจ้าใกล้จะหมดแล้วนะ ให้ข้าหามาเติมให้แบบไม่มีวันหมดไหม แต่ไม่ได้ให้เปล่า ๆ นะ\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_26_Lion_LocHeroName" "ไลออน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_27_ShadowShaman_LocFieldNotes" "รัสตา เดอะแชโดว์ชาแมน ยื่นมือของเขาออกมา ด้วยความรำคาญเล็กน้อยและความกังขาอยู่ไม่น้อย—เพราะว่าข้าก็ไม่ใช่คนโง่—ข้าก็จับมือนั้นไว้ โทรลตัวนี้นั้นมีทั้งชื่อเสียงและชื่อเสีย และข้ารู้ก็ดีว่าพวกที่เรียกตัวเองว่า \"หมอผี\" พวกนี้มีความสามารถในการอ่านใจคนที่กำลังหลอกมากกว่าการผูกมิตรกับคนตาย รัสตาหลับตาสีขาวอันหยาบกระด้างของเขาและฮัมเพลง
นี่ไง ถึงคิวพี่มิจท่องตามบทละ ข้าคิด ต้องมาเสียเวลาและเสียเงินอีกแล้ว แต่ในขณะที่ทำนองเพลงยังคงดำเนินต่อไป มันก็กระตุ้นอะไรบางอย่างในหัวของข้า เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยมาก ราวกับเป็นกลิ่นที่ดึงดูดจิตวิญญาณเพื่อค้นหาความทรงจำ รัสตาเดาะลิ้นและถามคำถามส่วนตัวอย่างมากกับข้าซึ่งข้าจะไม่แบ่งปันเรื่องเหล่านั้น ณ ตรงนี้
ข้าพยายามซ่อนปฏิกิริยาของตัวเองเมื่อรัสตาเริ่มพูดด้วยสำเนียงที่แปลกใหม่ เหมือนเป็นคนที่ข้ารู้จักเมื่อนานมาแล้วที่พูดผ่านลำคอของเขา หลังจากที่เขาหรือที่ควรเรียกว่าเธอพูดจบ รัสตาก็ลืมตาขึ้น
เขาหยิบหมวกปีกกว้างขึ้นมาและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
\"คราวนี้มาถึงช่วงลำดับถัดไปซี่งเป็นส่วนที่ดีที่สุด: ถึงเวลาการบริจาคของเจ้า\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_27_ShadowShaman_LocHeroName" "แชโดว์ชาแมน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_28_Slardar_LocFieldNotes" "เรือพายเล็กเวอร์ดาวูดที่ยืมมาจากเพื่อนของศัตรูของศัตรูกระเด้งไปมาน่าหัวหมุนบนคลื่นของเฉดชอร์ที่ซัดสาด ในขณะที่ข้าพายเรือทวนลม มันมักจะทวนลมเสมอ ขอบใจมากกู๊ดไคนด์
แสงสีเขียวกะพริบขึ้นแล้วตกลงมาเป็นคำต้อนรับ คนที่ข้าติดต่อด้วย ในการหมุนแบบเต้นบัลเลต์ท่าหนึ่ง นากา ผู้ซึ่งเป็นอดีตผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ใต้น้ำ ก็หมุนมาอยู่ข้าง ๆ เรือพายของข้า และเรียกร้องให้จ่ายเงินล่วงหน้า นางยังพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าตอนนี้นาง \"ไม่มีคู่\"
เมื่อจ่ายเงินให้นางแล้ว (เป็นเหรียญและเหรียญเท่านั้น) นางเล่าว่านางและสลาร์ดาร์เคยไล่ตามเมอแรนธ์ ผู้ขโมยไม้เท้าไฟอะไรศักอย่างและหนีไปไกล สลิทเธอรีนผู้นั้นไม่สนใจเพราะอุปกรณ์นั้นแทบจะไม่มีประโยชน์เลยเมื่ออยู่ใต้น้ำ ซึ่งไฟของมันถูกดับไปก่อนที่มันจะติดได้ แต่หลักการเป็นสิ่งสำคัญ
ดังนั้นเมื่อสลาร์ดาร์ผู้ไร้ความปราณีจับตัวได้ เขาก็ลากเจ้าหัวขโมยขึ้นฝั่ง ผูกปลายไม้เท้าไว้ที่ท้องของมัน และปรุงมันอย่างช้า ๆ เป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม
\"กลิ่นเหม็นจนทนไม่ไหว\" นากาพูดอย่างชื่นชม \"แต่สลาร์ดาร์ได้มอบบทเรียนสุดท้ายให้เขาจดจำไปจนวันตาย\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_28_Slardar_LocHeroName" "สลาร์ดาร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_29_Tidehunter_LocFieldNotes" "ชายหาดทางตอนใต้ของสโมกฮาเบอร์มีทรายขาวบริสุทธิ์ แทรกแซมด้วยสายหมอกที่ลอยอ้อยอิ่งลงมาจากท่าเรือ ถ้าหมอกหนามาก ๆ เข้า ก็อาจจะบดบังป้าย \"ห้ามว่ายน้ำ\" ที่ตั้งอยู่ใกล้ชายคลื่นจนมองไม่เห็น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย สภาเทศบาลสโมกฮาเบอร์จึงได้ติดตั้งป้ายไว้ทุกสองสามฟุต พวกเขาไม่อยากให้คุณพลาดคำเตือนสำคัญนี้
บริเวณนี้เคยเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวที่ร่ำรวยชอบมาพักผ่อน เพลเลนซึ่งเป็นเจ้าของที่พักตากอากาศโทรม ๆ ที่ตั้งอยู่ห่างจากชายหาดขึ้นไปเล่าให้ข้าฟัง
\"พวกพ่อค้าชอบมาที่นี่\" น้ำเสียงของเขาขมขื่น \"พวกเขาพาครอบครัมาพักผ่อนเป็นสัปดาห์ หรือไม่ก็มาตกลงการค้ากับพ่อค้าคนอื่น\"
แต่แล้ววันหนึ่งไทด์ฮันเตอร์ก็ปรากฏตัวขึ้น
ตอนแรกน้ำเริ่มกระเพื่อม จากนั้นก็มีเสียงกรีดร้อง ตามด้วยเสียงกรีดร้องมากขึ้น และมากขึ้นเรื่อย ๆ ใครที่อยู่ในน้ำก็ตกเป็นเหยื่อง่าย ๆ ส่วนพวกที่อยู่บนบกยังมีโอกาสหนี แต่ก็แค่เพราะว่ามีคนอยู่บนบกจำนวนมาก เจ้าฆาตกรทำงานของมันอย่างสนุกสนานและเป็นระบบ เขาจัดการเหยื่อเหล่านั้นทีละคน ๆ
\"เห็นน้ำสีฟ้าตรงนั้นไหม? ตอนนั้นมันแดงเถือกไปหมดเลย ส่วนชายหาดสีขาวน่ะหรือ? ใช้เวลาตั้งหลายเดือนกว่าจะล้างเลือดออกหมด\" เพลเลนบอก \"มันก็ผ่านมาปีหนึ่งแล้ว แต่คนยังไม่เริ่มกลับมา บางทีอาจจะไม่กลับมาอีกเลยก็ได้\"
เขาจัดป้าย ๆ หนึ่งให้ตรง \"ชายหาดที่ลงเล่นน้ำไม่ได้ ข้าไม่โทษพวกเขาหรอกนะ\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_29_Tidehunter_LocHeroName" "ไทด์ฮันเตอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_2_Axe_LocFieldNotes" "ในบรรดาฮีโร่ทั้งหมดที่เคยย่างกรายบนระนาบมิติโลก มีฮีโร่น้อยมาก แทบจะไม่มีใครเลย ไม่มีผู้ใดที่จะเทียบเคียงความยิ่งใหญ่ของโมกุลข่านหรือแอกซ์ แอกซ์ผู้ยิ่งใหญ่ แอกซ์ผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรและทรงพลังที่คนทั้งโลกต่างรู้จัก ข้าได้เห็น ความป่าเถื่อน ความชำนาญของเขามาแล้วอย่างใกล้ชิด และข้ากล้าพูดได้อย่างเต็มปากโดยไม่ลังเลเลยว่าเขาคือ หนึ่งในนักสู้ที่กล้าหาญที่สุด ยอดนักสู้ที่กล้าหาญที่สุดที่โลกนี้เคยเห็นอย่างไม่ต้องสงสัย
แม่ทัพเรดมิสต์ ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเผ่าโอกลอดีนั้น ไม่หวั่นต่อความตาย ไม่หวั่นต่อความตาย ซึ่งหมายความว่าเขาไม่สะทกสะท้านต่อความตาย หล่อวัวตายความล้ม
เขายังมีความใส่ใจถึงตำนานชื่อเสียงของเขาเองอย่างน่าทึ่ง แท้จริงแล้ว คงไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่าข้าได้รับการส่งเสริมให้บันทึกคุณงามความดีนานัปการของเขา
โมกุลบอกข้าว่าเขาชอบประโยคสุดท้ายเกี่ยวกับคุณงามความดีนานัปการของเขา เขายังต้องการให้ข้าชี้แจงว่า เขาไม่ได้กำลังบังคับให้ข้าจดบันทึกทุกสิ่งที่เขาพูดเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของเขา
แต่เขาก็ยิ่งใหญ่เกรียงไกรมากจริง ๆ ข้าเพิ่งเขียนเอง โดยตัวข้าเอง "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_2_Axe_LocHeroName" "แอกซ์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_30_WitchDoctor_LocFieldNotes" "\"เจ้ามารักษาตัวหรือ? หรืออยากได้คำสาปดี ๆ สำหรับอดีตคนรัก?”
ซาร์วักโก เดอะวิตช์ดอกเตอร์ เดินอุ้ยอ้ายไปรอบ ๆ กระท่อมของเขา ซึ่งใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านของเขาบนผืนป่าแห่งเกาะพรีเฟกทูรา ชั้นวางของที่จะพังมิพังแหล่เต็มไปด้วยของถักกระจุกกระจิก ซากกิ้งก่า และหัวกะโหลกนานาชนิด กะโหลกมากมายเต็มไปหมด
\"ไม่ว่าจะอยากได้อะไรก็เถอะ เจ้ามาหาหมอถูกคนแล้ว\" เขากล่าวอย่างร่าเริงซึ่งข้าไม่ได้คาดไว้
แต่พอข้าอธิบายว่าข้าไม่ได้มารักษาหรือขอคำสาป เขาก็ดูสลดลง แต่แล้วก็เบิกบานขึ้นอีกครั้งเมื่อข้าบอกว่าข้าจะจ่ายเงินให้ แต่จ่ายค่าเรื่องราวของเขานะ ไม่ใช่ค่ายา
\"เจ้าอยากรู้เรื่องของข้าหรือ? เจ้าจะมีเวลาพอหรือ?\" เขาขำ \"เรื่องราวของข้าสนุกสุด ๆ\"
\"ตอนที่ข้ายังหนุ่ม ๆ ข้าต้อยต่ำและน่าเกลียดน่ากลัว แต่พวกเทพเจ้า พวกเขาเมตตาข้า พวกเขามอบพลังให้ข้า ทำให้ข้าเปลี่ยนตัวเองได้\"
เขายืดตัวขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งก็ยังหลังค่อมและเอียง ๆ อยู่ดี เขากางแขนออกพลางสูดหายใจลึก ๆ ด้วยความภาคภูมิใจ และปัดโดนกองกระดูกกองหนึ่ง
\"และตอนนี้ ...หล่อไม่ใช่เล่นเลยใช่ไหม?\"
ขณะที่หัวกะโหลกหัวหนึ่งกลิ้งหลุน ๆ มาที่เท้าของข้า ข้าก็ทั้งไม่กล้าทั้งไม่อยากที่จะบอกเขาเป็นอย่างอื่น"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_30_WitchDoctor_LocHeroName" "วิตช์ดอกเตอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_31_Lich_LocFieldNotes" "ข้ามองไม่เห็นหนทางที่หลุมลึกไร้ก้นบึ้งจะมีอยู่จริงได้ นอกจากห้าทางดังนี้
ทางแรก: มันเป็นอุโมงค์ที่ทะลุผ่านโลก ทางที่สอง: เป็นประตูสู่ความว่างเปล่าอันไร้สิ้นสุด ทางที่สาม: เป็นประตูสู่นรก ทางที่สี่: เป็นการขยายขนาดของเวลาที่ทำให้เมื่อตกลงไปแล้วจะคืบคลานช้า ๆ ลงเรื่อย ๆ จนไม่มีที่สิ้นสุด ทางที่ห้า: มันเป็นอย่างอื่นไปเลย
เติมน้ำลงในหลุม หลุมก็กลายเป็นบ่อน้ำ พอทำให้มันไร้ก้นบึ้ง ก็กลายเป็นบ่อน้ำมืดลึก ไม่มีใครศึกษาบ่อนี้อย่างจริงจังไปมากกว่าลิช แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม เขาคือจอมเวทน้ำแข็ง นามเดิมว่าเอเธรียอิน ผู้เป็นทรราช ถูกโค่นล้ม และก็ถูกเขวี้ยงร่วงลงไป เขาใช้เวลาหนึ่งปีในการร่วงหล่น และอีกหลายปีนับไม่ถ้วนเกาะอยู่กับหน้าผาเอาไว้ ทำให้มีเวลาพินิจพิเคราะห์เหลือเฟือ
ข้าถามเขาว่าบ่อน้ำนั้นไร้ก้นบึ้งจริงหรือ เขายิ้มกว้าง ใบหน้าของเขาเป็นกะโหลกไร้ริมฝีปาก เขาจึงทำหน้าแบบอื่นไม่ได้มากนัก ถึงกระนั้น ก็ดูน่ากลัวเสียทีเดียว
\"มีคนถามข้าแบบนั้นครั้งหนึ่ง เขาชื่อว่าอันฮิลมั้ง? ช่างเป็นคนอยากรู้อยากเห็น เกินเบอร์ไปหน่อย\" เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ เปล่งน้ำเสียงเริงร่า \"ข้าชอบรสชาติของนักธรณีวิทยาที่โง่เขลาเบาปัญญาเสียจริง\"
ลืมเรื่องบ่อน้ำมืดลึกไปได้เลย แค่นี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าความป่วยจิตของลิชนั้นไร้ก้นบึ้ง "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_31_Lich_LocHeroName" "ลิช"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_32_Riki_LocFieldNotes" "ถนนในเมืองสลอมมีหมอกหนา แสงจากโคมไฟถนนสลัว ๆ ทำให้พื้นถนนเต็มไปด้วยเงาที่มืดมิด แต่ไม่ใช่ว่าข้าจะสังเกตเห็นเขาเข้ามาใกล้ได้แม้ในแสงแดดตอนเที่ยงวันหรอกนะ การแนะนำตัวของเขามาในรูปแบบของคมมีดที่คอของข้า
\"ทำไมเจ้าถึงถามหาเกี่ยวกับข้า?\" ริกิขู่ \"พูดให้ไวหน่อย ข้าไม่มีเวลาทั้งวันที่จะตัดสินว่าเจ้าควรจะอยู่หรือตาย\"
ข้าได้ยินมาว่ากองทัพที่สังหารราชวงศ์ของเขาได้ตั้งรกรากอยู่ที่สลอม เมื่อข้ามาถึงเพื่อพูดคุยกับพวกเขา พวกที่ไม่ได้ถูกซุ่มโจมตีและสังหารก็ได้หนีไปแล้ว ข้าพูดอย่างช้า ๆ – เหล็กที่จี้คอทำให้ข้าต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากที่จะไม่ให้เส้นเสียงขยับเยอะเกินไป – ข้าถามผู้จับกุมข้าว่าการสังหารครั้งนี้จะช่วยดับความกระหายในการแก้แค้นของเขาหรือไม่
\"แก้แค้นเหรอ?\" เขาดูประหลาดใจ \"แก้แค้นอะไร? ข้าไม่ได้รักครอบครัวของข้าขนาดนั้น และข้าก็ไม่ได้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์ด้วย
\"ข้าไม่ได้ฆ่าฆาตกรของพวกเขาเพื่อแก้แค้น ข้าฆ่าพวกมันเพราะข้าทำได้\"
และเมื่อพูดจบ เขาก็หายไป แต่เมื่อเทียบกับเสียงหัวใจที่เต้นแรงของข้าแล้ว ก็ไม่มีวี่แววว่าเขาอยู่ที่นั่นเลยแม้แต่น้อย"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_32_Riki_LocHeroName" "ริกิ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_33_Enigma_LocFieldNotes" "มีเรื่องราวมากมายแตกต่างกันไปเกี่ยวกับอีนิกมาว่าคือใครหรือเป็นอะไร: นักเล่นแร่แปรธาตุต้องคำสาป หลุมดำที่มีความรู้สึกนึกคิด หรือเหวนรกมาจุติ ข้าไม่ได้กระตือรือร้นที่จะพบเจอสิ่งเหล่านั้นเลย
เงื่อนงำที่ดีที่สุดของข้าคือ บันทึกของโจวัต คาซรานซึ่งได้รับมาจากลูกชายของนักเล่นแร่แปรธาตุที่เสียสติไปแล้ว
\"ดีใจที่ได้กำจัดมันทิ้งไปสักที\" เขากล่าวอย่างเกือบจะขอโทษ \"ข้าแนะนำว่าเจ้าไม่ควรอ่านมัน\"
ถึงแม้เขาจะเตือนแล้ว ข้าก็พยายามแล้ว ข้ายอมรับว่าหนังสือเล่มนี้เกินความเข้าใจของข้าไปมาก ส่วนใหญ่เป็นการครุ่นคิดเรื่องเวทมนตร์ดำที่ไม่ค่อยมีใครรู้ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยที่หน้าสุดท้ายหายไป ข้าไปหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อมาอธิบายเรื่องนี้ ซึ่งทำให้ข้าได้พบกับนักเล่นแร่แปรธาตุอีกคนหนึ่งที่ชื่อเซดริก
ข้าพบห้องทดลองของเขาในห้องใต้หลังคาที่เปิดโล่งมองเห็นดวงดาว หนังสือและขวดวางกระจัดกระจายไปทั่ว วงกลมเวทมนตร์ถูกเขียนด้วยชอล์กสีแดงบนพื้นหิน โดยมีซากตอเทียนล้อมรอบ แต่เซดริกจากไปนานแล้ว
ถึงทางตัน งานจบแล้ว แบบนั้นน่าจะลดภาระลงได้ แต่ข้ากลับรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก หนังสือที่สัญญาว่าจะเป็นอมตะแต่หน้าสุดท้ายดันหายไป ข้าสงสัยว่าข้าคงไม่ใช่คนสุดท้ายที่จะพยายามไล่ตามมัน "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_33_Enigma_LocHeroName" "อีนิกมา"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_34_Tinker_LocFieldNotes" "แม้ว่าจะไม่ได้ถูกใช้งานและถูกละทิ้งมาหลายปี — ผนังถ้ำมีของเหลวหยดลงมา ซึ่งเมื่อตรวจสอบอย่างใกล้ชิดพบว่าอาจไม่ใช่น้ำ — แต่หอจดหมายเหตุสีม่วงก็ยังคงเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่ากระท่อมทั่ว ๆ ไปของชาวคีน ข้าคาดคิดไว้อยู่แล้ว จึงทำให้สามารถหลีกเลี่ยงกับดักความตายที่พวกคีนชอบวางทิ้งไว้สำหรับผู้มาเยือนที่อยากรู้อยากเห็นคลังความรู้ของพวกเขา ข้าใช้เวลาตามหาอยู่สักพัก แต่หลังจากหลบกระสุนปืนใหญ่และกับดักหอกในทางเดินที่นำไปสู่ห้องด้านข้าง (และหลุมหนาม) ในที่สุดข้าก็พบบันทึกของบูชเกี่ยวกับสิ่งที่นำไปสู่เหตุการณ์ที่ราบสูงสีม่วง
ข้าไม่ใช่วิศวกร แต่ข้ามีความรู้เพียงพอที่จะติดตามงานเขียนของบูชได้บ้าง งานของเขานั้นก้าวไปไกลเกินกว่าชาวคีนคนอื่น ๆ ที่ข้าเคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อรู้จัก บูชเชี่ยวชาญเรื่องแสงด้วยการใช้ท่อและทรงกลมโลหะที่ซับซ้อนเพื่อบิดเบือนแสงตามความต้องการของเขา
น้ำเสียงของบันทึกนั้นเปลี่ยนจากความดีใจเป็นความตื่นตระหนกเมื่อบูชสูญเสียการควบคุมของเล่นชิ้นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างโล่ป้องกันระหว่างมิติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แสงสว่างพับเข้าหาตัวเอง แล้วพับซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่ง — เหมือนสปริงที่ใกล้ถึงจุดสูงสุดของความตึงเครียด — มันดีดกลับเข้าที่อย่างรุนแรงและฉีกช่องว่างระหว่างโลกของเรากับโลกอีกใบที่มืดมิดกว่าจนเกิดเป็นรู
นั่นคือบทสรุปของบันทึกฉบับสุดท้ายในจดหมายเหตุ ข้าเปิดฉบับสุดท้ายและพบเพียงรายการเดียว: \"โล่ป้องกันระหว่างมิติ: ความพยายามครั้งที่สอง...\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_34_Tinker_LocHeroName" "ทิงเกอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_35_Sniper_LocFieldNotes" "คาร์เดลไม่ยอมให้ข้าสัมภาษณ์ จนกว่าข้าจะยอมเล่นเกมงี่เง่าเสี่ยงตายร่วมกับเขา ข้าเดินห่างออกจากเขาหนึ่งร้อยก้าว ยกเศษกระดาษที่ฉีกจากสมุดบันทึกที่มีใบหน้าที่วาดไว้แบบหยาบ ๆ ขึ้นมา ก่อนที่ข้าจะกะพริบตา เสียงกระสุนดังเฉียดผ่านเหนือศีรษะ เป้ากระดาษพรุนเป็นรูอยู่ตรงกลางอย่างแม่นยำ
\"ถอยไปอีกหนึ่งร้อยก้าวสิ\" เขาตะโกน ข้าฉีกกระดาษออกมาอีกหน้าแล้วเดินออกไปอีก กระสุนก็ทะลุผ่านกระดาษเช่นเดิม
\"เดินต่อไปอีก\" ข้าเดินตามที่บอก \"ไม่ใช่แค่นั้น ไกลออกไปอีก\" ข้าแทบไม่เห็นเขาอีกต่อไป เสียงก็แทบไม่ได้ยินแล้ว แต่กระสุนก็ทะลุผ่านตรงกลางเป้าดังเดิม
ระหว่างที่เราคุยกันในภายหลังขณะดื่มเอล คาร์เดลสารภาพว่าเขาก็รู้สึกลำบากกับการเป็นคีนที่แม้แต่ชาวคีนคนอื่น ๆ ก็ไม่ไว้ใจ ด้วยเหตุคำทำนายไร้สาระ คนส่วนใหญ่มักยอมรับเขาเฉพาะเมื่อมีเงินหนาและต้องการให้ฆ่าใครสักคน ไม่น่าเชื่อว่าคาร์เดลพบช่วงเวลาพักผ่อนสั้น ๆ จากช่วงชีวิตแห่งความเงียบเหงาเมื่ออยู่กับข้า "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_35_Sniper_LocHeroName" "สไนเปอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_36_Necrophos_LocFieldNotes" "กลิ่นเน่าเหม็นปกคลุมหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อบริลส์วูดราวกับผ้าหนา ๆ ห่อหุ้มศพ ข้าหายใจผ่านผ้าที่ปิดจมูกขณะเดินไปตามตรอกอันเงียบเชียบ พลางมองหาใครสักคนที่พอจะเล่าเกี่ยวกับพระศีลเสื่อมที่ชื่อโรทุนด์เจียร์ได้
เห็นได้ชัดจากศพขึ้นอืดที่ระเกะระกะอยู่ตามถนนว่าเขาเพิ่งผ่านมาที่นี่เมื่อไม่นานมานี้ ศพเหล่านั้นเต็มไปด้วยตุ่มหนองสีดำที่ส่วนใหญ่แตกแล้ว ทำให้พื้นชุ่มโชกไปด้วยน้ำเน่าเหม็นที่ไม่ยอมแห้งสนิท
บางคนกระอักออกมาเป็นสิ่งที่ข้าเดาว่าเป็นเลือด ส่วนคนอื่นโชคดีที่ตายไปก่อนที่โรคจะลามไปถึงปอด
ข้าหวังว่าเวลาจะผ่านไปนานพอนับตั้งแต่ที่โรทุนด์เจียร์มาเยือนบริลส์วูดจนละอองโรคระบาดนั้นจางหายไปแล้ว แต่ข้าก็ไม่ได้แตะต้องอะไรเลยจนกระทั่งออกมาจากที่นั่น
ข้าออกมาได้เป็นเวลา 24 ชั่วโมงแล้ว แต่ทุกครั้งที่ข้ารู้สึกคันคอ ข้าก็รู้สึกหวาดกลัวจนเหงื่อแตก ข้าได้แต่ภาวนาว่า ถ้าโรคของเนโครโฟสผู้นั้นจะคร่าชีวิตข้าไปจริง ๆ ตอนนี้ข้าก็น่าจะตายไปแล้ว"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_36_Necrophos_LocHeroName" "เนโครโฟส"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_37_Warlock_LocFieldNotes" "\"ที่นี่ไม่ต้อนรับเขาอีกแล้ว\" อัมโบลต์ ทาร์นาธ คณบดีแห่งวิทยาลัยอัลติเมียร์ พึมพำอย่างไม่พอใจ
ในห้องทำงานอันสูงส่งของเขา ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งห้องสมุดอันหรูหรา (และเป็นห้องปฏิบัติการเพดานโค้งด้วย) คณบดีเดินวนไปมาพลางบ่นถึงเดมน็อกแลนนิก เดอะวอร์ล็อก
แลนนิกสร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะหัวหน้าภัณฑารักษ์และหัวหน้าฝ่ายจัดหาของวิทยาลัยอัลติเมียร์ ชื่อเสียงของเขายิ่งเพิ่มพูนเมื่อเขาแสดงความสามารถที่หาตัวจับยากในด้านศิลปะเวทมนตร์
น่าเสียดายที่เขายังแสดงความหลงใหลในคำเยินยอและหมกมุ่นในการฝึกฝนพลังลี้ลับ เขาไม่พึงพอใจเพียงแค่วิชาพ่อมดธรรมดา เขาเสาะหาวิธีการทำพิธีกรรมที่ลึกลับและอันตราย ความคลั่งไคล้เข้าครอบงำเขา ผลักเขาให้ดำดิ่งลงสู่เส้นทางที่มืดมิดยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
\"ท้ายที่สุด เขาก็แกะสลักไม้เท้าจากไม้เดรดวูด และใช้ไม้เท้านั้นอัญเชิญปีศาจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องห้ามเป็นอย่างยิ่งในเขตวิทยาลัย\" ทาร์นาธกล่าว
ตอนนี้มีเสียงร่ำลือกันว่าแลนนิกกำลังเขียนคัมภีร์มนต์ดำของเขาเอง ซึ่งทาร์นาธเชื่อว่าบรรจุคาถาต้องห้ามและมนตร์มืดอันน่าสะพรึงกลัวเอาไว้
\"นั่นมันเกินขอบเขตสำหรับอัลติเมียร์ไปแล้ว\" คณบดีถอนหายใจ \"ที่นี่ไม่ต้อนรับเขาอีกแล้ว และสักวันจะต้องมีใครสักคนที่กล้าพอจะไปบอกเขา\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_37_Warlock_LocHeroName" "วอร์ล็อก"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_38_Beastmaster_LocFieldNotes" "ในเมืองสูงสลอมที่พังทลาย มีคนดูแลม้าสาบานว่าครั้งหนึ่งคาร์โรชเคยทำให้หมูป่าตกใจ ไม่ใช้ด้วยค้อน แต่ด้วยการโต้ตอบที่สมบูรณ์แบบ
\"มันส่งเสียงร้องใส่เขา เขาส่งเสียงครางตอบ ทำให้มันพูดไม่ออก\"
ตอนนี้เขามีชื่อว่าบีสต์มาสเตอร์ ซึ่งคาร์โรชผงะเมื่อได้ยิน ข้าถามว่าเขาชอบชื่อไหนมากกว่า เขากล่าวอย่างฮึดฮัด: \"บีสต์เฟรนด์\"
คาร์โรชเติบโตมาท่ามกลางเหล่าสัตว์ร้ายในสวนสัตว์ของราชวงศ์: ทั้งสิงโต ลิง และสิ่งมีชีวิตแปลก ๆ มากมาย (\"ข้าเคยโกยดินออกจากที่นั้น\" คนดูแลคอกม้าอาสา \"เคยเห็นมูลกริฟฟินไหม? ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดหรอก\")
สิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งพูดออกมา—ไม่ได้พูดออกมาเสียงดัง แต่พูดจากจิตถึงจิต—และร้องขออิสรภาพ กษัตริย์หัวเราะแล้วตีมันจนเลือดไหล คาร์โรชพยายามรักษามันโดยผูกพันกับมันด้วยความสิ้นหวังเพื่อช่วยชีวิตมัน
ในคืนที่มันตายในที่สุด สิ่งมีชีวิตนั้นก็ร้องเพลงแห่งความตายที่ดังก้องไปตามผนังของสวนสัตว์ ตามมาด้วยเสียงร้องของวิญญาณดวงเดียวที่แผ่วเบา และแล้วก็มีเสียงกรงนับร้อยถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ ทีละกรงอย่างเป็นระบบ
เช้าวันรุ่งขึ้น มีผู้พบกษัตริย์ถูกทำร้ายร่างกายจากทั้งกีบและปาก ฟันและกรงเล็บ ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งสุดท้ายที่เขาได้ยินคืออะไร แต่ดูจากสีหน้าของเขาแล้ว เขาไม่แฮปปี้เท่าไหร่ที่ได้ยินเสียงนี้ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_38_Beastmaster_LocHeroName" "บีสต์มาสเตอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_39_QueenofPain_LocFieldNotes" "อุลดาไมน์ ผู้เรียกตนเองว่านักประวัติศาสตร์แห่งนครเอลเซที่ล่มสลาย หนังสือของนางนั้นได้รับความนิยมอย่างน่าประหลาด นางเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษยุ่งเหยิงที่จดจ่ออยู่ นางมอบรอยยิ้มอันเย็นชาให้ข้า
ในห้องสมุดรก ๆ ของนางนั้นมีตำรามากมายนับไม่ถ้วน บางเล่มในนั้นเป็นผลงานการประพันธ์ของนางเอง ปกของบางเล่มก็บอกเป็นนัยว่าไม่ได้เป็นแค่บันทึกทางประวัติศาสตร์อย่างเดียว
\"เจ้าอยากรู้เรื่องอาคาชาใช่ไหม\" นางพูดใส่ข้า \"เลื่อนเก้าอี้เข้ามาสิ\"
ข้านั่งลงขณะที่นางเล่าเรื่องราวของ อาคาชา เดอะควีนออฟเพน กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งเอลเซได้มีรับสั่งให้นักอสูรศาสตร์ของเขาเรียกอสูรตนหนึ่งซึ่งอุทิศตนให้กับการสร้างความทรมาน
ชาวเมืองเอลเซนั้นเป็นผู้เคร่งศาสนา ความคิดที่จะมีสัตว์ประหลาดถูกเรียกมาเพื่อทรมานนักโทษนั้นเป็นที่ฉาวโฉ่ในหมู่ชาวเมือง แต่เมื่อพวกเขาได้รู้ว่าแท้จริงแล้วอาคาชาถูกเรียกมาเพื่อทรมานกษัตริย์ในห้องบรรทมของเขา พวกเขาถึงกับอยากมุดแผ่นดินหนี
\"เสียงครวญครางของเขาดังไปทั่วแคว้นเอลเซเลยล่ะ\" นางเอ่ย พลางแก้มแดงระเรื่อเล็กน้อย \"ข้าได้เขียนบันทึกเรื่องราวทั้งหมดไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งของข้า ... ให้ข้าหาดูก่อนนะ\"
ขณะที่นางค้นหา นางก็พูดถึงเรื่องที่ชาวเมืองเอลเซได้โค่นล้มกษัตริย์ลงเพราะความ... อยากของเขา นั่นจึงปลดปล่อยอาคาชาให้เป็นอิสระจากอำนาจของเขา และตอนนี้ นางก็กระจายความทรมานไปทุกหนแห่ง
\"ข้ากำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตอนนี้เลย\" นางเผย \"รับรองขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่นอน\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_39_QueenofPain_LocHeroName" "ควีนออฟเพน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_3_Bane_LocFieldNotes" "สำหรับอารามที่แกะสลักลึกเข้าไปในพื้นผิวของเกาะเทรมบลิงนานแสนนานมาแล้ว และซ่อนไว้จากสายตาที่ไม่พึงประสงค์ด้วยเวทมนตร์ลี้ลับ วิหารนิกทาชาดูสว่างอย่างไม่น่าเชื่อ
ไฟคบเพลิงบนผนังส่องนำทางเป็นระยะ ๆ ทุกสองสามฟุต และผนังทาสีขาวเพื่อสะท้อนความสว่างนั้น
\"ผนังพวกนี้เคยเป็นสีดำและสีแดงเข้ม\" นักบวชหญิงแห่งนิกทาชากระซิบ \"ตอนที่เรายังเชื่อว่าความกลัวเป็นแค่อารมณ์อย่างหนึ่งเท่านั้น ความรู้สึกอย่างหนึ่งของจิตใจ\"
คำพูดที่มาจากปากศิษย์ของเทพีแห่งความกลัวนั้นน่าแปลกใจไม่น้อย แต่แม้ว่านิกทาชาจะสร้างความหวาดกลัว แต่นางก็ไม่ได้เพลิดเพลินกับมันนัก
\"นางแค่แผ่ความกลัวของนางเองเข้าไปในโลกแห่งสิ่งมีชีวิต\" นักบวชหญิงกล่าวอย่างเคร่งขรึม \"แต่ก็ยังสามารถควบคุมได้ ความกลัวนั้นมีวัตถุประสงค์ของมัน ไม่ใช่เพราะความโหดเหี้ยม\"
คือไม่โหดเหี้ยมจนกระทั่งฝันร้ายของเทพีเองที่ทำให้เบน — ร่างตัวตนแห่งความกลัวอย่างใหญ่หลวงถือกำเนิดขึ้นมา จนนิกทาชาเองตัดสินใจตัดให้ขาดออกจากจิตใจของนางเพื่อไม่ให้ตนเองต้องเสียสติ และนางยังหลับไม่ลงตั้งแต่นั้นมา
\"ตอนนั้นเองที่ความกลัวกลายเป็นสิ่งอื่นที่มากกว่านั้น\" นักบวชหญิงตัวสั่น \"ตอนนั้นเองที่ความกลัวกลายเป็นความรู้สึกพื้นฐานในใจเรา\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_3_Bane_LocHeroName" "เบน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_40_Venomancer_LocFieldNotes" "ท่ามกลางไอหมอกหนาทึบสีเขียวขจีของป่าแห่งกรดบนเกาะจิดี ข้านั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหน้าโอคอตหัวหน้าเผ่าโยโมโค ขณะที่หนุ่มน้อยคนหนึ่งที่สวมผ้าคลุมขนนกพยายามเรียบเรียงคำพูดของนายพรานชราคนนั้นให้เป็นภาษาของข้า
\"ในกาลก่อน\" หนุ่มน้อยกล่าว \"คนของอักท็อกบุกถล่มที่นี่ ลักพาลูกชายและลูกสาวของชาวบ้านมาบูชายัญ เพื่อปลุกเทพอสรพิษ\"
หัวหน้าเผ่าถ่มน้ำลายลงในมอส \"เทพโฉดชั่ว สวาปามโลกทั้งใบ\"
\"แต่บัดนี้\" หนุ่มน้อยเล่าต่อพลางทำท่าทางประกอบ \"หลายเพลาผ่านไป ไม่มีการบุกโจมตี เราออกมองหา เฝ้าดูจากบนต้นไม้\" เขาเหลือบมองหัวหน้าเผ่าซึ่งพยักหน้ารับ \"หายหน้ากันไปหมด ทั้งหมู่บ้านเลย กระดูกเกลื่อนกลาด กระท่อมพังทลาย\"
ข้าถามว่าแล้วไม่น่าโล่งใจหรอกหรือ หนุ่มน้อยถ่ายทอดคำพูดของข้า แล้วชายชราก็หัวเราะอย่างขมขื่น
\"เจ้าไม่เข้าใจหรอก\" หนุ่มน้อยแปลคำตอบ พร้อมลดเสียงให้ต่ำลง \"พวกนั้นไม่ได้ล้มเหลวนะ เพราะปลุกอักท็อกขึ้นมาได้ เราเห็นเขาคลานขึ้นมาจากดิน ผิวสีเขียว มีดอกไม้บนหลัง ฟันใหญ่แหลมคม น้ำลายพิษหยดติ๋ง ๆ\"
หัวหน้าเผ่าโน้มตัวเข้ามาใกล้ ฟันดำคล้ำด้วยหมาก ส่งเสียงร้องเป็นภาษาของตัวเอง ล่ามหนุ่มกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ก่อนพูดต่อว่า
\"เขาเลื้อยหนีไป เราหวังว่าเขาจะไม่กลับมาอีก แต่ตอนนี้อักท็อกยังคงอยู่\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_40_Venomancer_LocHeroName" "เวนอมแมนเซอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_41_FacelessVoid_LocFieldNotes" "ด้วยความรู้ที่เรามีเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตจากอาณาจักรอันไกลโพ้นอย่างคลาสซูรีม ข้าจึงตัดสินใจศึกษาเฟซเลสวอยด์จากระยะที่ปลอดภัย แน่นอนว่าเมื่อเป้าหมายดังกล่าวเป็นที่รู้จักในนามเฟซเลสวอยด์หรือดาร์กเทเรอร์ก็ยากที่จะบอกได้อย่างแน่ชัดว่าระยะปลอดภัยนั้นอยู่ที่เท่าใด หรือมีระยะนั้นอยู่จริงหรือไม่
โชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่ทราบได้ ข้าไม่ได้รับทางเลือกมากนักในเรื่องนี้ ข้าติดตามเขาไปใต้ร่มเงาหนาทึบของป่าเฟลสแตรธเป็นเวลา...หนึ่งวัน? ห้าวัน? บอกไม่ได้เหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่ข้าได้เห็นร่างอันน่าสะพรึงกลัวของเขา ขาของข้าก็แข็งทื่อ ฝีเท้าข้าชะลอลง ขณะที่เขายังคงเดินต่อไปอย่างไร้ข้อจำกัด
บางครั้ง ข้าก็เข้าไปใกล้พอที่จะยลโฉมเขาได้อย่างชัดเจน แต่แล้วเขาก็ปรากฏตัวไกลออกไปเป็นสองเท่าจากเมื่อวินาทีก่อนในทันที
ในที่สุด ข้าก็พบว่าตัวเองถูกแช่แข็งสนิท และเขาก็รีบเข้ามาดมกลิ่น ดูเหมือนเขาจะไม่เห็นข้าเป็นภัยคุกคาม ซึ่งต้องขอบคุณพระเจ้าด้วย เขาแค่เอียงศีรษะ มองข้าหัวจรดเท้าด้วยใบหน้าที่ไร้แววตา แล้วก็เดินจากไป ข้าได้แต่ยืนจ้องมองเขาอย่างตะลึงงัน
หลังจากนั้น ข้าก็ตัดสินใจว่าไม่ควรไล่ตามเขาไปต่อ ดาร์กเทเรอร์ถือเป็นหนึ่งในปริศนาที่คงไม่ควรไปไขให้รู้มากนัก"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_41_FacelessVoid_LocHeroName" "เฟซเลสวอยด์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_42_WraithKing_LocFieldNotes" "หลังจากพลิกดูหนังสือเล่มหนาขนาดมหึมาในห้องสมุดหลังคาโค้งแห่งคาลดิน ในที่สุด อัลดริก แบรมเบิลธอร์นก็พบสิ่งที่เขากำลังมองหา
\"นี่ไงล่ะ\" เขากล่าวพร้อมชี้ด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก \"น่าสยดสยองใช่มั้ยล่ะ?\"
เพรนทิส นักประวัติศาสตร์ที่เชี่ยวชาญในเรื่องราวของกษัตริย์ออสตาเรียนในตำนาน ได้พบหน้ากระดาษที่มีภาพวาดปราสาทที่สร้างด้วยกระดูก กะโหลกวางตัวเป็นวงกลมอยู่บนเสาที่ทำจากกระดูกหน้าแข้ง ขนาดของปราสาทบ่งชี้ว่ามีผู้คนนับหมื่นช่วยกันจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง และข้าจินตนาการไม่ออกเลยว่าวัสดุเหล่านั้นจะได้มาด้วยความเต็มใจ
\"ออสตาเรียนต้องการปกครองอาณาจักรทั้งหมด แต่ยิ่งไปกว่านั้น เขาต้องการปกครองอาณาจักรทั้งหมดชั่วนิรันดร์\" แบรมเบิลธอร์น ผู้เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานกล่าว \"ปราสาทของเขาเป็นทั้งป้อมปราการและคำเตือน\"
เพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว กษัตริย์จึงทรงเข้ารับพิธีกรรมต้องห้าม เขาใช้ทั้งดวงวิญญาณของศัตรูและผู้คนของเขาผูกมัดตัวเองไว้กับอาณาจักรไปตลอดกาล ไม่ใช่ในฐานะมนุษย์ แต่ในฐานะวิญญาณร้าย
\"เขาไม่ได้มีชีวิตอยู่จริง ๆ แต่เขามีชีวิตเพียงพอ...สำหรับจุดประสงค์ของเขา ถีงอย่างนั้นก็เถอะนะ\" แบรมเบิลธอร์นกล่าว \"อาณาจักรของเขาล่มสลายแล้ว แต่เขายังคงอยู่ที่ไหนสักแห่ง เรียกร้องความจงรักภักดีหรือความตาย หรือบ่อยครั้งก็ทั้งสองอย่าง\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_42_WraithKing_LocHeroName" "เรธคิง"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_43_DeathProphet_LocFieldNotes" "\"ท่านพ่อเป็นหนึ่งในคนท้าย ๆ ที่ได้รับการทำนายจากโครเบลัส\" ดัชเชสกล่าวเสียงต่ำ ๆ ในห้องกระจกที่ตกแต่งอย่างสวยหรูของเธอ สาวรับใช้รินชาให้ขณะที่เธอนั่งลงบนเก้าอี้
โครเบลัสเป็นหมอดูสำหรับพวกมหาเศรษฐี และสามารถมองเห็นผ่านม่านบาง ๆ ที่แยกระหว่างความเป็นและความตาย สิ่งที่นางมองเห็นทำให้นางล่วงรู้ถึงอนาคต
\"นางบอกท่านพ่อของข้าถึงความมืดที่จะเข้ามาครอบคลุมท่านในอีกสองปีข้างหน้า\" ดัชเชสเล่า \"แต่ตอนนั้นท่านพ่อแข็งแรงดี และทะนงตัว\" ท่านถามหมอดูว่า หากนางมีความสามารถในการทำนายอนาคตของผู้อื่นมากนัก ทำไมนางถึงไม่เคยทำนายอนาคตตัวเอง
ซึ่งดูเหมือนจะเป็นคำถามที่ผิด เพราะมันกลายเป็นคำถามที่โครเบลัสไม่สามารถตอบได้ นางล้อเลียนความตายมานานหลายปี ด้วยการขายความลับของม่านบาง ๆ นั้นให้กับผู้ที่จ่ายราคาสูงที่สุด แต่เมื่อนางต้องหันกลับมามองตัวเอง ความตายก็ล้อเลียนเธอกลับ โชคชะตาของนางถูกซ่อนจากตัวนางเอง
ดังนั้นเธอจึงข้ามผ่านม่านนั้นไปแทน เสียสละตัวเองเข้าไปคว้าความลับเหล่านั้น แต่ความตายไม่ยอม และส่งนางกลับออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ละครั้งที่กลับออกมาใหม่นางผ่ายผอมลงและเปลี่ยนแปลงไป โดยที่ไม่เคยได้หยุดพัก ไม่เคยได้คำตอบที่แท้จริง
\"สุดท้าย โชคชะตาของท่านพ่อก็กลายเป็นความจริง\" ดัชเชสหายใจติดขัด \"เพราะโครเบลัสไม่ได้ทำนายความตายอีกต่อไปแล้ว นางนำความตายมาด้วยตัวเอง\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_43_DeathProphet_LocHeroName" "เดธพรอเฟต"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_44_PhantomAssassin_LocFieldNotes" "ข้าลองสัมผัสไปตามผนังหินที่เย็นยะเยือกด้านนอกโบสถ์น้อย ไม่มีรอยต่อใด ๆ เป็นที่น่าสนใจยิ่งนัก ผู้คุ้มกันของข้านักพรตหญิงอาวุโสที่แต่งกายเรียบร้อยในชุดพิธีกรรมหนักอึ้งกล่าวว่าการพูดคุยกับ มอร์เทรด—กับภคินีแห่งผ้าคลุมคนใดก็ตาม—นั้นเป็นเรื่องต้องห้าม นางเปรยว่าการไล่ข้าไปนั้นเป็นความเมตตา หากข้ายังอยู่ นางบอกไม่ได้ว่ามอร์เทรดจะทำอะไรกับข้าบ้าง
เยี่ยมเลย สองเดือนแห่งการติดตามร่องรอยเบาะแส สืบข่าวลือ พูดคุยกับผู้นำที่เหี้ยมโหดของสมาคมนักฆ่า (แต่ไม่ยอมปริปาก) ข้ามีทางเลือกคือการยอมแพ้หรือไม่ก็โดนฆ่า ข้าบอกนักพรตหญิงอาวุโสไปว่า ข้ายินดีที่จะเสี่ยง
พลันทันใดนั้นนักพรตหญิงอาวุโสในชุดพิธีกรรมก็พร่าเลือนไป ภคินีแห่งผ้าคลุมหน้าที่ข้าตามหาก้าวออกมาจากเงาสั่นไหวนั้น
ถึงกระนั้นข้าก็สะดุ้งสุดตัว
\"ลางมรณะมิได้อยู่ที่เจ้า\" นางรับรองกับข้า
\"ดีใจที่ได้รู้\" ข้าพยายามฝืนยิ้ม
\"บัดนี้...เจ้าถามได้หนึ่งคำถาม\"
ข้าจึงถามเกี่ยวกับวัยเยาว์ของนาง
นางถูกรับตัวไปตามคำสั่งจากบ้านของพ่อค้าชาวทาเรสที่นางแทบจะจำไม่ได้ วัยเยาว์ของนางเป็นวงจรไม่จบสิ้นของการฝึกฝนเพลงดาบ การทำสมาธิ และการซ่อมแซม นางเลี่ยงที่จะกล่าวถึงพิธีกรรมแรกรับ แต่นางยอมรับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ว่าเป็นคนอายุน้อยที่สุดที่เคยสวมผ้าคลุม เมื่อตอนอายุ 12
การสังหารครั้งแรกของนางน่ะหรือ? เป็นความลับระหว่างนางกับศพเท่านั้นที่รู้ การสังหารครั้งที่สองของนางล่ะ? กษัตริย์หนุ่มแห่งไวท์แคป ไม่เคยได้ยินชื่อเขาเลยใช่ไหมล่ะ? ก็แหงล่ะ
ก่อนที่ข้าจะได้ลองถามเพิ่มเติม \"ชุดพิธีกรรม\" เก่า ๆ นั่นก็กลับมาอีกแล้ว เฮ้อ
น่าจะเห็นเค้าลางมาก่อนแล้วเชียว "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_44_PhantomAssassin_LocHeroName" "แฟนท่อมแอสซาสซิน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_44_PhantomAssassin_LocPersonaFieldNotes" "ตรอกแห่งนี้มีกลิ่นน้ำมันตะเกียงไหม้และหญ้าฝรั่น กลิ่นฉุนที่ยังคงอบอวลอยู่ในโพรงจมูก เลือดยังคงกระเซ็นไปทั่วถนนที่ปูด้วยหินกรวด แต่ร่างของพ่อค้าถูกยามของเรฟเทลหามไปแล้ว ลบทิ้งอย่างไร้ร่องรอยราวกับรายการในสมุดบัญชี
คมดาบเย็นเฉียบกดนาบลงบนลำคอของข้า \"ฝีมือใคร?\" เสียงหนึ่งถามหาคำตอบ เป็นเสียงทุ้มต่ำ เร่งเร้า ไม่ต้องการคุยเล่น
ข้ากะพริบตา \"ข้า...บอกได้เท่าที่รู้มาเท่านั้นนะ\" ข้าชี้ไปที่คราบเลือด ตรงช่องว่างใต้ส่วนโค้งของอาคารที่ออกแบบมาอย่างประณีต \"ดาบสองคม มีพยานเห็นคนที่มีผ้าคลุมหน้า และ—ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในหนึ่งชั่วโมง\"
คอของข้าเป็นอิสระจากคมดาบ ขณะที่ร่างผอมบางคมก้าวออกมาจากเงามืด นัยน์ตาของเขาเคลื่อนมาจับที่ใบหน้าของข้า พยักหน้าเล็กน้อย \"ถ้างั้น นางคงไปได้ไม่ไกล\"
ข้าปล่อยลมหายใจออก—แต่ก่อนที่จะหายใจออกเสร็จ ร่างของเขาก็หายวับไปแล้ว ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเสียงกรอบแกรบใด ๆ เพียงแค่น้ำหนักแห่งความว่างเปล่า และความรู้สึกว่าแคลคูลัสระดับไหนก็ตามที่พาเขามาที่นี่จะเกิดซ้ำรอยต่อไปในภายหน้า และทำให้เลือดนองตามเขาไปทุกที่ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_45_Pugna_LocFieldNotes" "อารามแห่งนี้ทรุดโทรมจนเป็นซากปรักหักพัง คานโครงสร้างสีดำชี้ขึ้นฟ้าราวกรงเล็บทมิฬ ข้าเดินเตร่ไปบนกองเถ้าพลางจดบันทึกข้อสังเกตลงในสมุดบันทึก
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้น ทำให้มือของข้าหยุดชะงักกลางประโยค ข้าเงยหน้าขึ้นมอง เห็นโครงกระดูกอสูรห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีเขียวและเสื้อคลุมบางเบาแต่สง่างาม แววตาสุกใสเปล่งประกายอำมหิตแฝงความเจ้าเล่ห์
ความตื่นตระหนกจู่โจมใจข้าทันที \"ข้า—เจ้าต้อง—\"
ร่างอสูรนั้นคว้าสมุดบันทึกของข้าไปพลิกดูภาพร่างลายเส้นและข้อความบันทึกตามขอบกระดาษด้วยความอยากรู้อยากเห็นราวเด็กน้อยที่เด็ดปีกแมลงปอทิ้งด้วยความสนเท่ห์ หน้ากระดาษพลิกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาพบบันทึกเกี่ยวกับหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงและตำนานท้องถิ่นที่นำพาข้ามาถึงที่แห่งนี้เพื่อตามหาพักน่า ตอนนี้ข้าพบเขาแล้ว และรู้สึกเสียใจที่ออกตามหาเขาแต่แรก
รอยยิ้มของพักน่าดูเหมือนจะกว้างขึ้นกว่าเดิม เขาตวัดนิ้วอย่างฉับพลัน แล้วหน้ากระดาษที่บันทึกเกี่ยวกับตำแหน่งที่อยู่ของเขาก็ลุกเป็นไฟโชติช่วงสีเขียวสว่างไสว เขาโยนสมุดบันทึกทิ้งอย่างไม่แยแส ก่อนจะดึงปากกาขนนกออกจากมือของข้า เขาหัวเราะคิกคัก \"ของข้า!\" แล้วก็หายวับไปกับตา
ข้าหยิบสมุดบันทึกที่หลงเหลืออยู่ขึ้นมา แล้วทรุดตัวลงพิงกำแพงที่ไหม้เกรียม ข้าเจอเศษถ่านชิ้นหนึ่ง และเริ่มจดบันทึกอีกครั้ง "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_45_Pugna_LocHeroName" "พักน่า"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_46_TemplarAssassin_LocFieldNotes" "หมอกังวลใจโบกมือเรียกข้าอย่างรีบร้อนเข้าไปในห้องผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ตกแต่งอย่างหรูหรา
\"สุขภาพของเขากำลังแย่ลงเรื่อย ๆ\" เขาถอนหายใจ \"ไม่มีเวลาให้ชักช้า\"
ชื่อเสียงเรื่องความชักช้าของข้าหวนกลับมาหาข้าอีกครั้ง
นอนอยู่บนหมอนอิงนุ่ม ๆ บนเตียงสี่เสาพร้อมดวงตาที่เฉียบคม อดีตดยุกแห่งอูฮาตูขอร้องให้เล่าเรื่องราวของเขา
ความกระหายใคร่รู้ในเวทมนตร์ลี้ลับทำให้เขาได้พบกับจารึกอันทรงคุณค่าที่กล่าวกันว่าสามารถเปิดประตูที่ซ่อนอยู่สู่ความรู้ทั้งปวง น่าเสียดายที่ข่าวการใคร่หาความรู้ของเขาได้รับการสนใจในทางที่ผิด ขณะที่เขากำลังร่ายมนตร์เพื่อไขความลับที่ซ่อนในจักรวาลอยู่นั้น คมมีดพลังงานของลานายาก็ฟาดลงเข้าที่ขมับของเขา เจ้านายของเธอสั่งให้เธอลอบสังหารเขา แต่เพื่อแลกกับความรู้ที่เขาจะได้รับ เธอตอบตกลงข้อเสนอ
จิตใจของเขาต้องถูกลบออกไปมากพอจนถือว่าเขานั้นได้ตายไปแล้ว แต่เขาควรได้รับการยกเป็นตัวอย่าง โดยตื่นขึ้นมาวันละครั้งเพื่อแบ่งปันเรื่องราวของเขา ดาบของเธอเลื่อนฝังเข้าไปในจิตใจของเขา ความรู้ในชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ นอกเหนือจากเรื่องราวโศกนาฏกรรมของเขาฝังเข้าไปในจิตใจของลานายา
ดวงตาของดยุกสูญเสียการโฟกัส เขาล้มตัวไปด้านหลัง หายใจอยู่แต่ตัวยังคงนิ่งเฉย
อย่างน้อยเขาก็มีเตียงนอนที่นอนสบาย "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_46_TemplarAssassin_LocHeroName" "เทมพลาร์แอสซาสซิน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_47_Viper_LocFieldNotes" "ฝนที่ตกปรอย ๆ อย่างอ่อนล้าพยายามอย่างที่สุดที่จะเยียวยาพื้นที่โล่งเตียนที่ส่งควันคลุ้งตลอดแนวป่า ป็อป-ฉ่า-ฉ่า- ทุกครั้งที่ฝนหยดลงบนตอไม้สีเขียวเรืองแสงของต้นเอล์มที่มีตาไม้ตะปุ่มตะป่ำบอกอายุนับพันปี
อาร์โรลมัคคุเทศก์พิทักษ์ป่าของข้าหยิบเหรียญทองแดงออกมาโยนลงไปในของเหลวที่หลอมละลายอยู่ มันหายไปทันทีพร้อมกับควันพิษ
\"บอกเจ้าแล้วไงว่ามันเป็นอะไรที่น่ารังเกียจ\" เขาหัวเราะเบา ๆ ข้าผิวปากด้วยความชื่นชมอย่างสุดซึ้ง ข้ากำลังมองดูผลงานการโจมตีด้วยกรดครั้งล่าสุดจากเนเธอร์เดรกที่น่าสมเพศตนหนึ่งนามว่าไวเปอร์
ผู้ที่อาศัยอยู่ในป่า ตั้งแต่ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แนวป่าไปจนถึงผู้ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่อันมืดมิดที่สุดที่ยังไม่มีใครสำรวจ ได้รวมพลังกันและจ้างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าให้ฆ่าเจ้าเนเธอร์เดรกนั่น ทั้งนี้เพราะไวเปอร์เรียกร้องไม่หยุดหย่อนและค่อนข้างก้าวร้าวให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในป่าเคารพบูชามัน จนถึงยามนี้ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าช่วยปัดป้องให้พ้นจากการโจมตีได้น้อยมาก ลูกศรและคมดาบไม่มีประสิทธิผลมากนักเมื่อนำมาใช้กับสัตว์ร้ายที่ปล่อยพิษออกมาละลายคันธนูและดาบได้
ข้าถามพวกเขาว่าเคยลองบูชามันหรือยัง คำถามนี้ทำให้อาร์โรลจ้องเขม็งมาที่ข้า ตอนแรกข้าเข้าใจผิดคิดว่าเขาฟังไม่ได้ยิน จึงถามซ้ำอีกครั้ง คราวนี้เขาตอบด้วยสายตาที่บอกว่าได้ยินที่ข้าถามตั้งแต่แรกแล้ว โชคดีที่ฝนปรอย ๆ กลายเป็นฝนห่าใหญ่ และเรารีบวิ่งไปหาที่หลบภัยที่ยังเหลือในป่าที่คุกรุ่นอยู่ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_47_Viper_LocHeroName" "ไวเปอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_48_Luna_LocFieldNotes" "\"เจ้าได้พบกับโนวาแล้วสินะ\" นักรบสวมหมวกกล่าวขณะย่างก้าวออกจากพงไพรไนต์ซิลเวอร์ เธอถือกงจักรที่ส่องประกายระยิบระยับท่ามกลางแสงจันทร์เจือสีโลหิต
แน่นอนว่าข้าได้พบแล้ว แมวร่างใหญ่กดข้าแนบกับต้นไม้จนขยับไม่ได้ พนันได้เลยว่ามันสามารถกลืนข้าได้ภายในสองคำ หรืออาจสามคำถ้าอยากค่อย ๆ กินให้อร่อย
\"กล่าวธุระของเจ้ามา และจงพูดแต่ความจริงเท่านั้น\" ลูนาเตือน \"เทพธิดาจะทรงเผยให้เราทราบหากเจ้าพยายามหลอกลวง\"
ข้าพยายามหายใจเข้าลึก ๆ ขณะที่อุ้งเท้าแมวขนาดเท่าทั่งวางอยู่บนหน้าอก ข้าอ้าปากเอ่ยอธิบายว่ามาตามหาเรื่องราวของนาง แสงของจันทราเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเงิน และโชคดีที่แมวหมดความสนใจกับข้าและเดินหนีไป แต่ก็ไม่ไกลนัก
ลูนาเล่าว่าครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งกองทัพได้ถูกทำลายล้าง เธอเร่ร่อนไปอย่างไร้จุดหมาย เตร็ดเตร่เจียนตาย และถูกความหิวโหยผลักดันให้คลุ้มคลั่ง เมื่อเทพธิดาแห่งดวงจันทร์เซเลเมเนส่งโนวามาทดสอบเธอ ก็เห็นได้ว่าเธอผ่านการทดสอบ
\"ณ บัดนี้ เมื่อข้าออกรบ ก็อยู่ในความอารักขาของพระองค์\" เธอกล่าวด้วยความเคารพ \"เมื่อข้าหลั่งเลือด ก็คือเพื่อพระองค์\"
เมื่อกล่าวเสร็จ เธอจึงกระโดดขึ้นหลังโนวา และทั้งคู่ก็กระโจนจากไป เซเลเมเนได้ช่วยเหลือนางจากความอดอยาก แต่ช่วยจากความคลุ้มคลั่งด้วยไหมนั้น ข้าไม่แน่ใจนัก"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_48_Luna_LocHeroName" "ลูนา"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_49_DragonKnight_LocFieldNotes" "เซอร์เดเวียนผู้กล้าหาญ เซอร์เดเวียนผู้รอบรู้ เซอร์เดเวียนผู้สูงศักดิ์ ต้องเป็นเรื่องยากเย็นเสียนี่กระไรกับการเป็นอัศวินที่ทุกคนที่พบเห็นต่างรักใคร่ชื่นชม แม้เดเวียนไม่เคยหลงใหลได้ปลื้มกับความสนใจที่ตนได้รับ แต่ข้าสังเกตเห็นรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าของเขา เมื่อหญิงสาวในท้องถิ่นต่างใช้ข้อศอกสะกิดกันเพื่อลอบมองวีรบุรุษของตน
ทว่ามีหนึ่งสมญานามที่ทำให้เขารู้สึกขุ่นเคือง: เซอร์เดเวียนผู้พิฆาตมังกร ฉายานี้ทำให้ข้ารู้สึกเกือบเหมือนได้ยินเรื่องขบขันไร้สาระ เพราะเขามิใช่หรือที่มีชื่อเสียงเลื่องลือจากการสังหารมังกรฉาวโฉ่นามสไลแร็ก? แล้วเขานำเกล็ดของศัตรูมาสวมใส่เป็นเกราะมิใช่หรือ?
ข้าเคยเห็นความถ่อมตนจอมปลอมมาก่อน จึงถามเขาตรง ๆ ขณะที่บริวารของเขาเดินทางไปยังเฮาพท์ชทัดท์นับเป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นว่าดวงตาของเขาไม่ใช่ของเขาเพียงคนเดียว ในการสังหารสไลแร็กนั้น เขามิเพียงแค่ซึมซับพลังมังกรมหาศาลมาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น—ช่างน่าสงสารยิ่งนัก เขายังดูดซับความเห็นอกเห็นใจศัตรูตัวฉกาจของเขามาอย่างไม่พึงประสงค์อีกด้วย (นั่นคือ ไม่พึงประสงค์ ถ้าเจ้าเป็นผู้พิฆาตมังกรชื่อดัง)
แล้วนั่นหมายความว่าเขาวางมือจากการพิฆาตมังกรแล้วงั้นเหรอ? ไม่จำเป็นหรอก เพราะไม่ใช่ว่าสไลแร็กเป็นมิตรกับพวกเวิร์มทุกตัวหรอกนะ ข้าได้ยินมาว่าเขาทนพวกนั้นไม่ได้เท่าไหร่ แถมยังมีเรื่องที่ต้องสะสางกันอีกนับไม่ถ้วน บางทีทั้งสองฝ่ายอาจจะแค่ปรับความเข้าใจกันได้เท่านั้นเอง "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_49_DragonKnight_LocHeroName" "ดราก้อนไนต์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_4_Bloodseeker_LocFieldNotes" "ดังสำนวนที่ว่า \"อิกซ็อกซ์โทเทกอยู่ที่ใด สตริกเวียร์ไปนองเลือดที่นั่น\"
แน่นอนว่ามีเพียงเหล่าสหายนักล่ากระดูกเท่านั้นที่เรียกเขาว่าสตริกเวียร์ ส่วนศัตรูมักจะเรียกเขาว่าบลัดซีกเกอร์ ส่วนเพื่อนล่ะ? เอาเป็นว่าเขาไม่ค่อยจะมีเพื่อนน่ะ
เรื่องก็มีอยู่ว่า ข้ากำลังติดตามนกยักษ์อิกซ็อกซ์โทเทกที่โฉบไปหาพวกทหารรับจ้างเผ่าโอกลอดีที่เจ้าบลัดซีกเกอร์กำลังไล่สังหารอยู่ นี่เป็นโอกาสเดียวที่ข้าจะได้เผชิญหน้ากับเขา หรือครึ่งหนึ่งของเขาก็ยังดี
ข้าเร่งฝีเท้าตามไปทันพอดีกับที่เขาฟันพวกที่พลัดหลงขาดเป็นสองท่อนอย่างเรียบร้อย กองเนื้อทั้งสองเหมือนกันอย่างประหลาด เกราะเวทมนตร์ของเขาดูดซับหยดเลือดทุกหยด ข้ากลืนน้ำลายลงคอ \"เจ้าเป็นแบบนี้ เอ่อ ตลอดมาเลยเหรอ?\"
เขามองเห็นข้าเป็นครั้งแรก และน่าแปลกใจที่เขาตอบกลับมา
\"ผู้ถูกถลกหนังต้องการเลือดสังเวย\" เขาหอบหายใจ \"ข้าต้องแสวงหามาให้ ไม่งั้นพวกเขาจะไปเอาเลือดจากคนของข้าแทน\"
ข้าค่อย ๆ ถอยห่าง ไม่จำเป็นต้องเป็นคนกระหายเลือดก็พอจะดูออกว่าใครกำลังเป็นอยู่ โชคดีที่ตอนนั้นเขาเหลือบไปเห็นทหารรับจ้างคนอื่น ๆ ที่กำลังกลับเข้าค่าย เป็นโชคดีสำหรับข้าเลยล่ะ แต่โชคร้ายเป็นอย่างยิ่งสำหรับชาวโอกลอดี
ข้าหนีออกมาตอนที่เขากำลังไล่ฟันพวกนั้น ข้าคงไม่มีโอกาสครั้งที่สองแล้วล่ะ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_4_Bloodseeker_LocHeroName" "บลัดซีกเกอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_50_Dazzle_LocFieldNotes" "\"ข้าไม่ใช่คนเลวร้ายนะ\" แดซเซิลบอกให้ข้าสบายใจ
ตอนที่ข้าเจอเขา เขากำลังก้มดูกวางตัวผู้ตัวหนึ่งที่กำลังจะตาย ในผืนป่าร่มรื่นห่างออกไปไมล์หนึ่งจากเทือกเขามิสต์วูด
\"เขาว่ากันว่าอาณาจักรโนธล์ทำให้ข้ากลายเป็นคนร้ายกาจ แต่สิ่งเดียวที่มันทำคือแสดงให้ข้าเห็นตัวตนที่สมบูรณ์แบบของข้าเท่านั้น\" เขาบอกอย่างขุ่นเคือง
ตอนที่แดซเซิลรับหน้าที่ทำพิธีกรรมอันตรายที่ทำให้เขาสามารถเดินทางไปยังดินแดนนั้นได้ เขาเป็นเพียงเด็กชายคนหนึ่งเท่านั้น สภาแห่งเดซูนซึ่งดูแลการประกอบพิธีกรรมเตือนเขาแล้วว่าไม่ควรไป เพราะเขายังเด็ก และยังไม่ได้รับการฝึกฝนเพียงพอ แต่เขาก็ยืนยันว่าเขาพร้อมแล้ว ดังนั้นสภาก็เลยอนุญาต และกำลังปลอบโยนแม่ของแดซเซิลเพราะเขาคงตายแน่ ๆ แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อเขาเดินทางกลับมา
\"อีกอย่าง คนร้าย ๆ ที่ไหนจะทำแบบนี้?\"
พูดจบ สายฟ้าสีส้มอมชมพูก็พุ่งออกมาจากมือของเขาไปโดนกวางตัวนั้น ทันใดนั้นเจ้ากวางก็ลุกขึ้นมายืน แล้วสะบัดหัวของมัน ราวกับว่ากำลังสลัดฝันร้ายออกไปจากหัว
ข้ากำลังว่าเรื่องนั้นคงเล่ากันมาผิด ๆ ตอนที่เขาหัวเราะเสียงดัง ปล่อยสายฟ้าสีขาวออกมาจากอีกมือหนึ่ง แล้วฟาดกวางตัวนั้นล้มลงอีกครั้ง บางทีเรื่องเล่าที่ว่าคงจะถูกแล้วจริง ๆ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_50_Dazzle_LocHeroName" "แดซเซิล"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_51_Clockwerk_LocFieldNotes" "ดูเหมือนแรตเทิลแทรป ชอบพูดจาซ้ำซากว่า \"อย่าแตะต้องไอ้นั่น\" ทุกครั้งที่ข้าขยับเข้าไปสำรวจใกล้ ๆ ในโรงฝึกงานสุดสยดสยองของเขาด้วยความรู้สึกสยองขวัญเต็มพิกัด ข้าบอกเขาว่าข้าไม่มีเจตนาที่จะทำเช่นนั้นเลย ข้าไม่ใช่คนโง่ แต่ข้าก็เข้าใจด้วยว่าคำเตือนของเขาเป็นเพียงแค่การโอ้อวดที่ฉาบไว้ด้วยความกังวล
แต่ต้องยอมรับนะว่าเขาคู่ควรกับความมั่นใจในตัวเองของเขาทีเดียวแหละ และเมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้เสียชีวิตจากการถูกทำร้ายร่างกายด้วยน้ำมือของแรตเทิลแทรปแล้ว คำแนะนำของเขาก็สมเหตุสมผลดี เมื่อข้าถามว่ารอยคราบทั้งหลายแหล่ที่อยู่บนและรอบ ๆ สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เป็นเลือดหรือสนิมกันแน่ เขาก็แค่พยักหน้าและยิ้ม ราวกับว่าเรากำลังเล่าเรื่องตลกวงในให้กันและกันฟัง ข้าตระหนักแล้วว่าอาสาสมัครบางคนที่เข้าร่วมการทดลองอาจไม่ได้รับคำเตือนแบบเดียวกับที่ข้าได้รับ
เปล่าเลย แรตเทิลแทรปไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใดกับการที่คนบริสุทธิ์โดนบดจนละเอียดในโรงฝึกงานของเขา แต่เขารู้ดีว่านั่นไม่ได้ช่วยให้ชื่อเสียงที่ย่ำแย่อยู่แล้วของเผ่าคีนดีขึ้นเสมอไป
\"สิ่งสุดท้ายที่ข้าต้องการคือชาวบ้านกลุ่มใหญ่โผล่มาพร้อมด้วยคบเพลิงกับคราด\" เขาบ่นพึมพำ \"การเคลื่อนย้ายของพวกนี้เป็นเรื่องน่ารำคาญสุด ๆ\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_51_Clockwerk_LocHeroName" "คล็อกเวิร์ก"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_52_Leshrac_LocFieldNotes" "พวกเขาบอกว่าภูมิปัญญาที่แท้จริงคือ การรู้ว่าคุณไม่รู้อะไรเลย แต่เมื่อคุณรู้มากเกินไปคุณจะเรียกสิ่งนั้นว่าอะไร?
ตามตำนานกล่าวว่า อดีตนักปราชญ์ เลอแชร็ก เป็นผู้แบกรับคำสาปดังกล่าว เพื่อแสวงหาการเปิดเผยความลึกลับของธรรมชาติ เขาจ้องมองไปที่ผลึกกาลทัศน์ ซึ่งเป็นหินอาถรรพ์ที่เล่าขานกันว่าให้มองเห็นแก่นแท้ของการสร้างสรรค์สิ่งทั้งปวง
สิ่งที่เขาเห็นนั้นช่างเลวร้ายมาก จนทำให้จิตใจของเขาแตกออกเป็นสองส่วน ขณะนี้จิตสำนึกของเขาอาศัยอยู่ในระหว่างอาณาจักรทั้งสอง ทั้งสองอาณาจักรนั้นชั่วร้ายและไร้ความปราณีถึงแก่นแท้
ปัจจุบันบางคนเรียกเขาว่าวิญญาณตรอมตรม ชื่อของเขาอาจฟังดูเร้าใจ แต่ผู้ที่เคยพบเขาและรอดชีวิตมาเล่าเรื่องราวได้ต่างบอกว่าชื่อนั้นไม่ได้น่าตื่นเต้นเลย แต่ที่พวกเขาบอกมันเหมือนกับการวินิจฉัยมากกว่า
ตามเรื่องเล่าที่เล่าต่อกันมา การเรียนรู้ของเขาไม่ได้ทำให้เขาบ้าคลั่งเท่ากับสิ่งที่ทำให้เขาโหดร้าย หากเขาต้องรู้ความจริงอันขมขื่นที่เป็นพิษต่อจิตใจของเขา เขาคิดว่าเป็นเรื่องยุติธรรมที่คนอื่น ๆ จะได้แบ่งปันความเจ็บปวดของเขา "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_52_Leshrac_LocHeroName" "เลอแชร็ก"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_53_NaturesProphet_LocFieldNotes" "คงไม่มีใครพลาดอ่านป้ายที่เขียนไว้มากมายเมื่อเข้าไปในป่าแมงเกิลวูด
\"เขาสั่งห้ามไม่ให้เจ้าทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง\" ป้ายหนึ่งเขียนไว้ \"เขาสั่งห้ามไม่ให้เจ้าโค่นสิ่งใด\" อีกป้ายเขียนไว้ \"เขาสั่งห้ามไม่ให้เจ้าเก็บอะไรไปกิน\" ป้ายที่สามเขียนไว้
ป้ายเหล่านี้ไม่ได้บอกให้ผู้มาเยือนถอยห่าง หากแต่บอกให้ผู้มาเยือนระวังตัวและไม่ทำอันตรายโดยไม่จำเป็น เป็นเรื่องง่ายที่จะเมินเฉยแต่ละป้ายเพราะคงเป็นเพียงแค่คำขู่ของผู้เฒ่าในหมู่บ้านที่ต้องการปกป้องที่ดินของเขา แต่ที่นี่คือป่าแมงเกิลวูด ดินแดนห่างไกลจากเมืองใหญ่และเต็มไปด้วยพืชพรรณที่บิดเบี้ยวแลดูไม่เป็นมิตร มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่กล้าลองดีกับคำขู่เบื้องหลังคำวิงวอนเหล่านี้ และข้าก็ไม่ใช่คนโง่
ข้าเข้าสู่ป่าด้วยความรอบคอบ และก็เป็นไปตามคาด ข้าได้พบกับขบวนคาราวานของเหล่าคนโง่ไม่นานนัก เถาวัลย์ที่หนากว่าขาของข้าพันธนาการร่างไร้วิญญาณของพวกเขาไว้กับพื้น กิ่งไม้คล้ายนิ้วมือยึดขวานของเหล่านักเดินทางไว้และฝังเข้าไปในเนื้อที่ปกคลุมด้วยมอสที่ลำคอของพวกเขาตลอดไป มีเห็ดงอกออกมาจากปากของพวกเขา
ข้าหยิบเศษไม้แผ่นหนึ่งมาแล้วรีบเขียนป้ายที่สี่อย่างรวดเร็ว จากนั้นปักไว้ใกล้กับซากปรักหักพัง: \"โปรดอ่านป้ายด้วย\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_53_NaturesProphet_LocHeroName" "เนเจอร์สพรอเฟต"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_54_Lifestealer_LocFieldNotes" "ดรอม พ่อค้าเนื้อแห่งแบร์โรว์เฮเวน เป็นชายบึกบึนที่มีคิ้วเหยียดตรงและจมูกแบนในแบบของคนชอบวิวาท แต่ถึงอย่างไรเขาก็ดูกระสับกระส่าย นัยน์ตาเบิกกว้างขณะมอบไปรอบ ๆ ห้องขังเล็ก ๆ ของเขา
\"คุกของเดวาร์กเป็นจุดสุดท้ายสำหรับพวกเราที่ถูกส่งมาที่นี่\" เขาบอก \"ข้าอยู่ในห้องขังของข้าตอนที่ได้ยินเสียงเอะอะ ข้ามองออกไปและเห็นพวกยามกำลังสับเฉือนร่างกันเอง พวกเราที่เป็นนักโทษร้องเชียร์กันใหญ่ ได้เวลาที่พวกมันจะโดนสักที แต่จู่ ๆ ก็เงียบสนิท แล้วข้าก็เห็นมัน\"
ยามคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะตกอยู่ในภวังค์เปิดประตูห้องขังของมัน และก็โดนฉีกเป็นชิ้น ๆ
\"เจ้าตัวนั่นดูสูง แต่ที่มากกว่านั้นคือตัวมันยาวอย่างมาก ฟันซ้อนทับกันเต็มไปหมด ตรงไหนที่ควรจะเป็นหนังก็เป็นกระดูก ตาของมันมุ่งมั่นที่จะประทุษร้าย\" ดรอมกลืนน้ำลาย
เช้าวันต่อมา บาทหลวงประจำคุกเข้ามาเพื่อเทศนาในช่วงเช้า หลังจากที่อาเจียนเมื่อเห็นซากการฆ่าฟันกันแล้ว เขาก็บอกว่านั่นคือผลกรรมที่สวรรค์ส่งมา
\"แต่ถ้ามีเทพเจ้าองค์ไหนที่ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ข้าจะไม่สวดขอพรเทพเจ้าองค์นั้นแน่\" ดรอมตัวสั่น
บาทหลวงเห็นว่านั่นคือสัญญาณ และปล่อยเหล่านักโทษให้เป็นอิสระ มีดรอมคนเดียวที่อยู่ต่อ
\"ตราบใดที่ไอ้ตัวนั้นยังอยู่ข้างนอกนั่น\" เขาบอก \"ข้าขออยู่ในนี้ดีกว่า\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_54_Lifestealer_LocHeroName" "ไลฟ์สตีลเลอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_55_DarkSeer_LocFieldNotes" "\"อีกหนึ่งแมตช์\" อิชคาเฟล เดอะดาร์กเซียร์ ยืนกราน
เขาเพิ่งท้าข้าเล่นเกมวางแผนรอบที่ 4 เกมกลยุทธ์อะไรสักอย่างที่เราสั่งการกองทัพจำลองบนสนามรบ ข้าแพ้สามรอบแรกไปอย่างรวดเร็ว ข้าสงสัยว่าคนอย่างเขา—นักวางแผนทางการรบผู้ยิ่งใหญ่—ยังสนุกมีความสุขกับเกมแบบนี้ได้ยังไง
\"สงครามไม่ใช่เรื่องของความสุข\" เขาตำหนิข้าเมื่อข้าถาม \"จิตใจที่เฉียบแหลมสามารถค้นพบกลยุทธ์ใหม่ ๆ ได้เสมอ ถึงแม้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีจิตใจอ่อนแอ\"
อืม แต่ก็นะ ถ้าไม่ใช่เพราะมีความสุข การเล่นเกมอย่างน้อยก็ดูเหมือนจะทำให้เขาสงบลง ขณะที่เราเล่นกันและข้าแพ้ เขาก็เปิดใจเกี่ยวกับอดีตของเขา
ก่อนที่จะได้รับความสามารถในการควบคุมพลังงาน เขาเล่าว่า เด็ก ๆ จากโลกบ้านเกิดของเขาต้องควบคุมร่างกายของตนเสียก่อน อิชคาเฟลได้รับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้หลายแขนงและได้รับชัยชนะในเทศกาลการต่อสู้ระดับอาณาจักรที่เรียกว่าเลเคล ดีวิต (แปลคร่าว ๆ ว่า การต่อสู้แบบเปิด?) นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่ค่อยโจมตีศัตรูทางกายภาพ \"คงไม่ยุติธรรม\" เขายิ้มเยาะ
นอกจากนี้ เขายังพบว่าการคิดนอกกรอบนั้นมีประโยชน์มากกว่าการต่อยเอาชนะศัตรูเพียงอย่างเดียว
เจ้าเห็นไหมว่าเจ้าปล่อยให้ปีกซ้ายของเจ้าไม่มีการป้องกัน ซึ่งทำให้กองกำลังของเจ้าเปราะบาง\" เขากล่าว ขณะจู่โจมโอบล้อมด้านข้างนายพลของข้าด้วยการเคลื่อนที่แบบคีมหนีบของกองทหารม้าทางใต้ที่ข้าลืมไปเลยว่ามีอยู่
\"อีกหนึ่งแมตช์\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_55_DarkSeer_LocHeroName" "ดาร์กเซียร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_56_Clinkz_LocFieldNotes" "มีเพียงสถานที่ที่เต็มไปด้วยน้ำมันดินอย่างเดอะโฮเว่นเท่านั้นที่สามารถให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตอย่างคลิงซ์ได้ และมีเพียงผู้คนที่นี่เท่านั้นที่จะสามารถรักเขาได้ ป่าอันอุดมสมบูรณ์ แอ่งหลุมบ่อสีดำ ทำให้นึกถึงเทพเจ้าที่หลับใหลติดอยู่ในสภาวะจักรวาลที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแต่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย
เป็นเรื่องง่ายที่จะคิดว่าดินแดนนี้กำลังทำสงครามกันเอง แต่หากคุณไม่ระวังนอกจากจะทำให้รองเท้าของคุณพังแล้ว เดอะโฮเว่นยังทำให้ได้พบกับความสมดุลที่แปลกประหลาดอีกด้วย
เป็นเรื่องน่าแปลกที่การปกป้องความสมดุลนี้ทำให้คลิงซ์ต้องยืนอยู่ระหว่างสถานะมีชีวิตและความตายของเขาเอง เรื่องเล่าจากภายนอกสถานที่แห่งนี้บอกเล่าถึงปีศาจไฟตัวหนึ่งที่ชอบยิงหน้าอกของนักเดินทางใจดีและไร้เดียงสาให้เป็นรู
ข้าไม่ได้คาดหวังว่าจะพบกับสิ่งอื่น แต่ข้าก็คิดผิด คลิงซ์ไม่ใช่ปีศาจ เขาได้สังหารปีศาจหนึ่งและถูกเผาทั้งเป็นจากการกระทำนั้น เขาได้รับชีวิตนิรันดร์เป็นรางวัลสำหรับชัยชนะของเขา—ซึ่งเป็นทั้งพรและคำสาปเมื่อพิจารณาจากรูปร่างอันร้อนแรงในปัจจุบันของเขา—เขาคือผู้พิทักษ์ที่ไม่เคยหลับใหล ไฟที่อยู่รอบศีรษะของเขาเป็นทั้งคำเตือนสำหรับผู้ที่ต้องการทำร้ายเดอะโฮเว่นและยังเป็นประภาคารแห่งความหวังสำหรับผู้ที่เรียกมันว่าบ้านอีกด้วย "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_56_Clinkz_LocHeroName" "คลิงซ์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_57_Omniknight_LocFieldNotes" "ข้าแทรกตัวเข้าไปแถวของผู้แสวงบุญที่กำลังเดินทางไปสู่หน้าผาสูงชันแห่งเอเมาราคัส ซึ่งเป็นที่พำนักของเหล่านักบวชของพระผู้หยั่งรู้ การเดินทางครั้งนี้ทำให้ข้าสูญเสียเวลาไปหลายสัปดาห์ รวมถึงรองเท้าแตะคู่ใจไปหนึ่งคู่ และความอดทนของข้าอีกครึ่งหนึ่งด้วย แต่ก็คุ้มค่ากับทุกบาดแผล ที่ทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้เบื้องหลังเล็กน้อยของ เพียวริสต์ธันเดอร์แรธ ดิออมนิไนต์
ในที่สุดหน้าผาก็เริ่มปรากฏขึ้นตรงหน้า หินสูงชัน ขรุขระ เต็มไปด้วยถ้ำราวกับดวงตาที่เฝ้ามองอย่างลึกซึ้ง เหล่านักบวชชั้นสูงต้อนรับผู้แสวงพรให้เข้าไปในถ้ำ ซึ่งมีความหวังว่าจะได้เห็นนิมิต ข้าเข้าไปหานักบวชชั้นผู้น้อยและถามเกี่ยวกับออมนิไนต์
\"ในตอนแรกเขามาด้วยความสงสัย\" เขากล่าว \"เราเตรียมที่จะโยนเขาลงไปในหลุมแห่งการบูชายัญแล้ว\"
จากนั้น เมื่อเขารู้สึกถึงสายตาของข้า จึงกล่าวเสริม \"ซึ่งก็เหมาะสมกับผู้ที่สงสัย แต่แล้วเขาก็เปล่งประกายด้วยพรจากพระผู้หยั่งรู้ และเราก็รู้ได้ว่าเขาเป็นผู้ถูกเลือกให้เข้าเฝ้าผู้หยั่งรู้ทุกสรรพสิ่ง\" เขามองมาที่ข้าพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย \"หากมีคำถามเพิ่มเติม เราสามารถจัดทัวร์ชมหลุมแห่งการบูชายัญได้\"
ทันใดนั้นข้าก็ตระหนักได้โดยพลันว่ามีข้อมูลเบื้องหลังเกี่ยวกับออมนิไนต์ครบถ้วนแล้ว ข้าจึงยิ้มและขอบคุณนักบวชสำหรับเวลาของเขา "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_57_Omniknight_LocHeroName" "ออมนิไนต์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_58_Enchantress_LocFieldNotes" "ในตอนแรกไออัชธาทักทายข้าในที่โล่งกว้างเขียวชอุ่มในผืนป่าลึกหนาแน่นของพงไพรไนต์ซิลเวอร์ – ทุ่งลึกลับที่ข้าคงหาไม่เจอหากเหล่านางไม้ไม่ได้ช่วยนำทางข้าไป
\"ข้าได้ยินว่าเจ้าตามหาข้า\" นางกล่าว เสียงของนางนุ่มนวลและทำให้ข้ารู้สึกผ่อนคลายในทันที \"ข้าส่งเพื่อน ๆ ไปพาเจ้ามาที่นี่ เจ้าต้องการอะไรหรือ?\"
เพื่อน ๆ ในแมกไม้ของเธอส่งเสียงจ้อกแจ้ก หวีดหวิว และกระซิบกระซาบด้วยความตื่นใจ ข้าเคยได้ยินว่าเอนแชนเทรสสามารถควบคุมสิ่งมีชีวิตที่จิตใจอ่อนแอได้ การที่ได้เห็นนางทำให้บรรดานางไม้ที่จิตใจอ่อนไหวเหล่านี้ตื่นเต้นดีใจได้ง่าย ๆ ด้วยตาของข้าเองช่างน่าทึ่งจริง ๆ
\"ข้าต้องการเขียนถึงพลังของท่าน\" ข้าน้อมคำนับ \"เพื่อประโยชน์ของคนรุ่นหลัง\"
เธอยิ้มอย่างอบอุ่น และน้ำเสียงที่ไพเราะของเธอก็ดังก้องในหูของข้าอีกครั้ง
\"เรื่องราวของข้ายืดยาวและไม่มีความสำคัญอะไร\" เธอกระซิบ \"แต่เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบตัวเรา – นั่นต่างหาที่ควรได้รับการเล่าขาน\"
และแน่นอนว่าเธอพูดถูก เห็นได้ชัดว่าเธอรอบรู้มากกว่าที่เราเขียนมากนัก อิสตรีรู้ดีที่สุดเสมอ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_58_Enchantress_LocHeroName" "เอนแชนเทรส"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_59_Huskar_LocFieldNotes" "มีคนเคยเตือนข้าถึงอันตรายของเฮาลิงวีลด์มาแล้ว—ทั้งพวกโอเกอร์ หมาป่าไดร์ เฮลแบร์—ข้าก็เลยไม่อยากตามรอยฮัสการ์มาที่นี่ โชคร้ายจริง ๆ ที่ฮัสการ์อยู่ที่นั่น
แต่โชคยังดีที่ตัวฮัสการ์เองเป็นมิตรกว่าที่ข้าคิดไว้มาก เขาก้มดูกองไฟที่ลุกโชน และเกือบดูเหมือนว่าเขาอยากนั่งกินอาหารและเล่าเรื่องราวของเขาให้ข้าฟัง แต่เมื่อเขาเริ่มเล่าเกี่ยวกับการเดินทางของตน ฝูงหมาป่าที่หิวโหยก็ย่างเข้ามาหาเรา
ขณะที่พวกมันเดินวนรอบ ๆ เรา ข้าตั้งใจว่าเขียนแค่นั้นก็พอแล้ว นักสู้แค่คนเดียว ไม่ว่าจะมีฝีมือแค่ไหน ก็ไม่มีทางสู้กับฝูงหมาป่าตัวมหึมาเป็นสิบ ๆ ตัวที่ล้อมเราอยู่ได้ ตัวแรกกระโจนใส่เขา ทำให้เขาล้มลง ข้าคงเป็นคนต่อไปแน่ ๆ
แต่จะขณะที่จ่าฝูงกัดเข้าไปในบ่าที่บึกบึนของฮัสการ์กล้ามเนื้อของนักรบคลั่งก็กระเพื่อมและยืดออก ในชั่วพริบตาเดียว เจ้าหมาป่าตัวนั้นก็ถูกเตะกระเด็นข้ามไปยังอีกฟากหนึ่งของที่โล่งนั้น อีกตัวหนึ่งกระโจนเข้าหาข้า แต่ลำคอของมันก็เจอเข้ากับกริชออบซิเดียนของฮัสการ์เข้าอย่างจังและรวดเร็วจนน่าตกใจ
หมาป่าตัวอื่น ๆ ยังไม่ละความพยายาม และก็ต้องล้มตายลงตาม ๆ กัน ทุกครั้งที่พวกมันกัด ก็ดูเหมือนจะยิ่งทำให้นักรบคลั่งโกรธขึ้นเป็นสองเท่า
กว่าที่หมาป่าตัวสุดท้ายจะค่อย ๆ ถอยหนีไปฮัสการ์ก็ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น โชกเลือดแต่ดูแข็งแกร่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ และเมื่อดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความโกรธ ข้าก็ตัดสินใจค่อย ๆ ถอยหนีไปเหมือนกัน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_59_Huskar_LocHeroName" "ฮัสการ์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_5_CrystalMaiden_LocFieldNotes" "ธารน้ำแข็งฤทัยสีครามนั้นหนาวเหน็บแม้อยู่ในฤดูที่ดีที่สุด แต่รายไลก็ทำให้ยอดเขาที่ลมกระโชกนั้นเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม
\"พี่สาวข้าส่งเจ้ามาหรือ?\" เธอถาม ดวงตาของเธอเปล่งประกายใส่แจ๋ว แต่น้ำเสียงของเธอคมกริบดุจเหล็กกล้า ข้าเดาไม่ออกว่าเธอชอบหรือกำลังจะฆ่าข้า หรืออาจทั้งสองอย่าง
\"ไม่แหละเนอะ\" เธอตอบคำถามด้วยเองพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก \"หากพี่สาวส่งเจ้ามาจริง เจ้าคงพยายามฆ่าข้าไปแล้ว\"
\"แล้วจากนั้นข้าก็ต้องฆ่าเจ้า\"
เสียงของเธอฟังดูกระดี๊กระด๊า แต่ดวงตาสีฟ้าใสของเธอกลับบ่งบอกถึงอะไรบางอย่าง ข้าไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แต่ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกวิ่งผ่านกระดูกสันหลังของข้า ซึ่งก็ไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศที่หนาวเหน็บแต่อย่างใด
คาถาดูเหมือนจะสลายลง พลังบางอย่างเหมือนจะหายไป \"ไงก็เถอะ ข้าคือผู้ดูแลของอาณาจักรนี้ ช่วยกล่าวธุระของเจ้าให้ทราบด้วย\" เธอพูดอย่างมีความสุขอีกครั้ง
ข้าพยายามอธิบายภารกิจของข้า ซึ่งก็คือการบันทึกเรื่องราววีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของโลก แต่รายไลกลับดูหมดความสนใจไปตั้งแต่ครึ่งประโยคแรก
\"โชคดีแล้วกันนะ! เชิญออกไปได้เลย\" เธอผายมือโดยไม่ทันได้ดู หรือไม่ได้สนใจ ว่าเราอยู่ด้านนอกอยู่แล้ว \"ถ้าเธอเจอพี่สาวข้า บอกนางให้มาเยี่ยมบ้างนะ!\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_5_CrystalMaiden_LocHeroName" "คริสตัลเมเดน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_5_CrystalMaiden_LocPersonaFieldNotes" "ข้าหมายมั่นมาพูดคุยกับจอมเวทน้ำแข็ง หวังว่าการจำศีลพันปีของเขาที่ธารน้ำแข็งฤทัยสีครามที่ลือกันนั้นจะพอมีเวลาตื่นสักไม่กี่ชั่วโมงบ้าง หากไม่เป็นเช่นนั้น ข้าคิดว่าข้าก็ต้องมานั่งดูจอมเวทน้ำแข็งแทน
สิ่งที่กลับพบข้าคือหมาป่าไอซ์แร็ก ขนของมันมีสีดั่งลานน้ำแข็งใต้แสงจันทร์ ดวงตาสีไพลินคู่นั้นคมกริบราวกับสว่านเจาะทะลุแผ่นน้ำแข็ง
\"เจ้ามาค้นหาพลังหรือ?\" หมาป่าถาม ทำข้าแทบจะล้มหงายตึงลงไปในหิมะที่กำลังไหลวน
\"ก็อาจเป็นเช่นนั้น\" ข้าพูดและพยายามตั้งสติ \"ถ้าความรู้ถือเป็นพลังน่ะ\"
ดวงตาของหมาป่าหรี่ลง จากนั้นสายตาก็มองไปที่ธารน้ำแข็ง \"ความรู้คือความกระจ่างชัดดุจผลึกน้ำแข็ง แต่ความรู้เองก็มีน้ำหนักไม่น้อย เป็นสิ่งปกปักษ์รักษา ... ทว่าก็เป็นสิ่งที่พันธนาการเช่นกัน\"
จากนั้นหมาป่าก็สะบัดขนเพื่อปลิดเกล็ดน้ำแข็งออกแล้วเดินหายเข้าไปในหิมะ ข้าตัวสั่น—ไม่ใช่เพราะความหนาว—แต่เพราะรู้ตัวว่าข้าอาจจะตามหาจอมเวทน้ำแข็งผิด \"คน\" มาโดยตลอด "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_60_NightStalker_LocFieldNotes" "ลัทธิบาลานาร์เป็นกลุ่มคนเร่รอนซึ่งมีสมาชิกไม่กี่สิบคนที่เดินทางไปไหนก็ได้ที่ช่วงกลางวันสั้นที่สุด ตอนที่ข้าพบพวกเขาตอนพลบค่ำ พวกเขากำลังตั้งแคมป์พักแรมที่ขอบเหนือสุดอันหนาวเหน็บของที่ราบสูงไอซ์ไบลต์
เนื่องจากอากาศหนาว การก่อกองไฟก็น่าจะดี แต่แสงใด ๆ ก็ตามเป็นสิ่งต้องห้ามภายในลัทธิของไนต์สตอล์กเกอร์
ถ้าได้พบกับพาซ ซึ่งเป็นผู้สูงอายุในกลุ่ม เธอแสดงให้เห็นถึงการอุทิศตนให้กับความมืดด้วยการควักดวงตาตัวเองออก
\"เจ้าชินกับช่วงเวลากลางคืนแล้วหรือยัง?\" นางถามอย่างร่าเริง ข้าโกหกโดยบอกว่าข้าชินแล้ว
\"ดีแล้ว\" นางยิ้มอย่างเคร่งขรึม ริมฝีปากเฉียบบาง \"เมื่อเขามาถึง เจ้าจะได้รางวัล\"
รางวัลที่ว่านั้น นางบอกว่าเป็นความตายที่น่าปลื้มปิติ และการได้อยู่เคียงข้างบาลานาร์ไปชั่วกัปชั่วกัลป์ แต่ตำนานบอกไว้อย่างชัดเจนว่าเขาท่องไปตามลำพัง — ปล่อยให้คนที่ไม่ใช่สมาชิกลัทธิสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงแน่ใจนักว่าไนต์สตอล์กเกอร์ต้องการเพื่อนร่วมทาง
ขณะที่แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ค้อมลงหลังหินผาสูงชัน ความเย็นก็แผ่กว้างขึ้น และแสงสลัวก็ล่าถอยออกไปเรื่อย ๆ รอยยิ้มที่ขมขื่นและไร้ดวงตาของพาซทำให้ข้าตัวสั่นมากกว่าความหนาวเหน็บจนถึงกระดูกนี่เสียอีก
\"เขามาแล้ว\" นางกระซิบอย่างมีความหวัง"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_60_NightStalker_LocHeroName" "ไนต์สตอล์กเกอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_61_Broodmother_LocFieldNotes" "ป้ายเก่าคร่ำครึของ \"คณะละครสัตว์ประหลาดเร่ร่อนของคุซ บอร์สต์\" แกว่งไกวตามแรงลมยามพลบค่ำที่พัดกระโชก \"อยากรู้อารายเกี่ยวกับแบล็กอาแร็กเนียเรอะ?\" คุซถาม พลางชำเลืองมองอย่างประหม่าไปยังเงาที่ค่อย ๆ ดำมืดของหุบเขาเรดมอว์
เขาเป็นนักผจญภัยเพียงคนเดียวที่โลกเคยรับรู้ว่าหนีรอดมาได้พร้อมกับมหาสมบัติแม่เหล็กของทอโลปทาเลส เขาได้เปลี่ยนมันให้กลายเป็นของสะสมหายากชั้นยอดที่สุดในแถบนี้ของไอซ์แร็ก จากนั้นพ่อค้าเร่หัวใสก็ลองเสี่ยงดวงหนักขึ้นไปอีก โดยกลับไปยังไพโรธีออสเพื่อ \"เกณฑ์\" ลูก ๆ ของแบล็กอาแร็กเนียมาร่วมการแสดงของเขา เขาก็เลยต้องหนีหัวซุกหัวซุนตั้งแต่นั้นมา
\"เจ้า...ลักพาแมงมุมมากี่ตัวกัน?\"
\"แทบเป็นศูนย์เลย สาบานอ่ะ เกือบจะ...สองร้อยตัวล่ะมั้ง?\"
เขาแอบเข้าไปในปล่องลาวาในขณะที่บรูดมาเธอร์กำลังเล่นอยู่กับอาหารของมัน (ฮิปโปกริฟฟ์เคราะห์ร้ายตัวหนึ่ง) \"ตาของนางจ้องหาอาหารมื้อต่อไปอยู่ตลอด แต่พอนางเริ่มใช้ใยห่อเหยื่อ นางก็หยุดไม่ได้จนกว่าจะทำเสร็จ\" นั่นคือตอนที่เขาฉกฉวยพวกมันมา
คุซตบม้าเทียมรถบรรทุกของของเขาให้ออกเดินทาง ข้าอวยพรให้เขามีโชค
เสียงของขาขนาดมหึมาตะกุยดังสะท้อนกึกก้องไปทั่วช่องเขา ก่อนที่เสียงเหล่านั้นจะถูกแทรกด้วยเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล
ข้าควรระบุให้ชัดเจนว่าขอให้เป็นโชคดี "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_61_Broodmother_LocHeroName" "บรูดมาเธอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_62_BountyHunter_LocFieldNotes" "ไม่ว่ากู๊ดไคนด์จะสนใจมากแค่ไหนและจะขอร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้าก็ปฏิเสธที่จะตามหา กอนดาร์ เดอะเบาน์ตี้ฮันเตอร์ ไปมากกว่านี้อีกแล้ว ข้าบอกนางครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเขาไม่มีจริง ข้าควรจะรู้ดี ก็ในเมื่อข้าอุตส่าห์ออกแรงไปตามหาเขาตั้งมากมายแล้ว
ลองไปถามเหล่าโจรสักสิบคนสิ แล้วเจ้าจะได้คำอธิบายถึงลักษณะกอนดาร์ที่แตกต่างกันสิบแบบ: สูง, เตี้ย, ผอม, อ้วน, เขียว, แดง... โจรทุกคนต่างยืนกรานกับเจ้าว่าพวกเขาเห็นกอนดาร์ด้วยตาของตัวเองโดยไร้ข้อกังขาอย่างแน่นอน โจรคนหนึ่งถึงขั้นสาบานบนหลุมศพพ่อทูนหัวของเขาเลยว่ากอนดาร์คือเงาที่มีชีวิต ข้าเคยเจอเงาที่มีชีวิต แถมยังหาหลักฐานได้ง่ายกว่าเจ้านักล่าค่าหัวที่ว่านี้เสียอีก
แม้แต่ศีลธรรมของกอนดาร์ก็ยังขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนเล่า ดูเหมือนว่าเขาจะสังหารเฉพาะอาชญากรที่เลวทรามที่สุด หรือเฉพาะสัตว์ส่งของที่แสนดีที่สุด หรือไม่ก็เฉพาะอาชญากรที่แสนดีที่สุด มันเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ ตอนนี้ข้ากล้าเอาชื่อเสียงของข้าเป็นเดิมพันเลยว่า กอนดาร์นั้นมีตัวตนอยู่แค่ในหัวของเหล่าอาชญากรปอดแหกที่พยายามจะอบรมสั่งสอนลูกหลานหัวขโมยของตนให้อยู่ในกรอบเท่านั้นแหละ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_62_BountyHunter_LocHeroName" "เบาน์ตี้ฮันเตอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_63_Weaver_LocFieldNotes" "ธัดเดอุส เกรย์แมนเทิล เป็นคณบดีคณะภววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยอัลติเมียร์ ว่ากันว่าตลอดเวลา 42 ปีที่เขาสอนวิชาจักรวาลวิทยาเชิงอัศจรรย์ขั้นสูงมา เขามีนักศึกษาสอบผ่านวิชานี้เพียง 5 คนเท่านั้น ทั้งนี้มิใช่เพราะเขาเป็นอาจารย์ที่ให้คะแนนโหดมาก แต่เป็นเพียงเพราะมหาวิทยาลัยอัลติเมียร์ไม่นิยมเผยแผ่ความลี้ลับในการร่ายเวทแห่งความเป็นจริง เว้นแต่ว่าคุณสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าคุณจะไม่สะกดคำผิดแม้แต่คำเดียวขณะที่คุณร่ายสกิล
ปรากฏว่าธัดเดอุสทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเกี่ยวกับวีเวอร์ และดวงตาของเขาก็เปล่งประกายทันทีเพื่อแสดงว่ารับรู้คำถามของข้า เขาอธิบายให้ข้าฟังว่า เหล่าวีเวอร์คือผู้พิทักษ์แห่งการดำรงอยู่นั่นเอง พวกเขาไม่ใช่สถาปนิก และพวกเขาไม่ใช่พระเจ้า — สำหรับวีเวอร์แล้ว จักรวาลเปรียบเสมือนผืนผ้าที่ขึงตึงอยู่บนกี่ทอผ้าขนาดใหญ่ พวกเขาซ่อมแซมรอยปริที่กาลเวลาค่อย ๆ ฉีกออก เย็บตะเข็บที่หย่อนคล้อยให้แน่น ปะชุนจุดที่ขาดรุ่ยก่อนที่อะไรบางอย่างที่มืดทมิฬ มิอาจเอ่ยถึง และไม่ได้มาจากระนาบที่เราดำรงอยู่จะเล็ดลอดเข้ามา
ฟังดูเหมือนงานที่ไม่มีใครเห็นคุณค่าและจำเจซ้ำซาก และในขณะที่ธัดเดอุสสามารถสร้างภาพให้เห็นได้อย่างรวดเร็วว่าสกิตสเกอร์เป็นมารร้าย แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธว่าพวกเราเองก็อาจแพ้พ่ายต่อความรู้สึกแบบเดียวกันนั้น สกิตสเกอร์เป็นหนึ่งในวีเวอร์ที่เก่งกาจที่สุด แต่เขากลับร้อนรนที่จะปะชุนรอยขาดเดิม ๆ นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าชั่วนิจนิรันดร์ เขาเบื่อหน่ายกับการคงไว้ซึ่งความเป็นจริง และโหยหาที่จะสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง
เขาเริ่มต้นทดลองจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย แต่ต่อมาไม่นาน บรรดาผู้พิทักษ์ก็สังเกตเห็น เขาเย็บตะเข็บจักรวาลแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกมากเกินเหตุ จนเส้นด้ายย้อนกลับมาชี้ที่ตัวเขา เหล่าผู้พิทักษ์จึงตัดโลกของเขาออกไป แล้วเนรเทศเขาออกจากแผนที่โลก และเข้าสู่โลกแห่งความผิดพลาดที่เขาอาจจะสร้างหรือไม่ได้สร้างไว้ นั่นคือโลกของเรา
ธัดเดอุสไม่ได้สอนวิชาใด ๆ เกี่ยวกับสกิตสเกอร์ ยิ่งมีคนรู้เรื่องราวของเขาน้อยเท่าไหร่ วีเวอร์ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น \"ความเป็นจริงของเราอาจไม่ได้สมบูรณ์แบบ\" เขากล่าว \"แต่ข้าก็มักจะพึงพอใจในแบบที่เป็นอยู่\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_63_Weaver_LocHeroName" "วีเวอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_64_Jakiro_LocFieldNotes" "เมื่อเลี้ยวครบสามสิบครั้งลึกเข้าไปในเขาวงกตของพ่อค้าชื่อดังแห่งเรฟเทลจะเห็นป้ายประกาศโทรม ๆ ที่มีข้อความว่า \"แบรมเบิลไทน์และลูก ๆ\" แม้ว่าจะมีรอยขีดฆ่าคำว่า \"แบรมเบิลไทน์\" ออก รวมทั้ง \"ๆ\" ที่ท้ายคำว่า \"ลูก\" ด้วย
ป้ายนั้นแขวนอยู่เหนือกระท่อมน้อยสีทึม ๆ หลังหนึ่ง เมื่อธุรกิจของคุณคือเนื้อมังกร ก็ควรพอใจกับภาพลักษณ์ที่ไม่โดดเด่นและไร้วี่แววมังกร
\"นักประพันธ์เหรอ?\" ชายคนหนึ่งที่ข้าคิดว่าน่าจะเป็นลูกชายคนสุดท้ายที่เหลืออยู่พูดขึ้นขณะที่ใช้มีดสับต้นขาเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเกล็ดอย่างสิ้นหวัง
\"ใช่ เนื้อมังกรไฟย่อมเผ็ดอร่อยถูกลิ้น\" เขาอวด \"ส่วนมังกรน้ำแข็งนั่นก็เผ็ดไปอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าเป็นไฟพร้อมน้ำแข็งด้วยแล้วล่ะก็? โห จะเรียกเงินได้เยอะเลย\"
เรื่องมีอยู่ว่า คนในครอบครัวแบรมเบิลไทน์ดั้นด้นเดินทางไปล่ามังกรสองหัวจาคีโร แล้วเห็นมันเดินโซเซอยู่ลิบ ๆ ดูเหมือนใกล้จะหมดลมหายใจอยู่รอมร่อ พวกเขาตามเจ้ามังกรนั่นผ่านช่องเขา เพียงเพื่อจะพบว่าตนโดนหลอก จาคีโรเสแสร้งเป็นบาดเจ็บเพื่อล่อพวกเขาให้เข้าใกล้ จากนั้นหัวหนึ่งของมันก็พ่นไฟเผาพ่อและพี่ชายของเขาตายไปครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกหัวก็แช่แข็งพี่ชายที่เหลือเหมือนมดในก้อนอำพัน
\"ธุรกิจครอบครัวไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว\" ลูกชายที่เหลืออยู่คนเดียวถอนหายใจ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_64_Jakiro_LocHeroName" "จาคีโร"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_65_Batrider_LocFieldNotes" "แม้ข้าได้ข่าวที่เชื่อถือได้มาว่าแบตไรเดอร์นั้น \"เป็นไอ้งี่เง่า\" และ \"ขี้ขลาด\" แต่อย่างน้อยเขาก็มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว เพราะหาตัวยากมาก
ข้าย่อตัวลงหลังก้อนหินที่ปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์ ใกล้ขอบอีกด้านหนึ่งของป่าดงดิบยามาราสกาฟ \"นี่คือจุดที่จะเฝ้าดูแบตไรเดอร์ได้ดีที่สุด\" มัคคุเทศก์ของข้ายืนยันขณะที่เพ่งมองข้ามก้อนหิน เขาเป็นชาวไร่ข้าวมาร์ชบาร์เลย์ที่มีความกระตือรือร้นมากจนเกินเหตุ
สมัยหนุ่ม ๆ แบตไรเดอร์ใช้เวลาทั้งวันไปกับการเผาป่าต้นบัลลิบูเพื่อแผ้วถางป่าไว้ปลูกไร่อ้อยเซเบิลของครอบครัว พ่อของเขา ซึ่งทุกคนต่างเรียกขานว่า \"เหยือกเบียร์เดินได้\" เป็นคนจุกจิกจู้จี้และเข้มงวดกับเด็กหนุ่มที่เขารู้จักเพียงแค่ว่าเป็น \"เด็กน้อย\"
อยู่มาวันหนึ่ง แบตไรเดอร์จุดไฟเผาอย่างเมามันจนลามไปถึงรังค้างคาวยักษ์ ค้างคาวตัวหนึ่งบินมาโฉบเอาเขาขึ้นฟ้าไป หวังว่าจะฟาดหนุ่มแบตไรเดอร์ลงบนก้อนหินเพื่อให้เละแล้วจะได้นำไปป้อนเป็นอาหารให้ลูกของมัน
\"คนส่วนใหญ่มักจะตื่นกลัวจนบ้าคลั่งเมื่อโดนค้างคาวยักษ์คว้าตัวไป\" มัคคุเทศก์ของข้ากระซิบพลางกวาดสายตามองไปทั่วขอบฟ้า \"แต่ไม่ใช่แบตไรเดอร์\"
ตรงกันข้ามเลย ไอ้หนุ่มแบตไรเดอร์กลับดิ้นจนหลุดจากกรงเล็บค้างคาวแล้วปีนขึ้นไปบนหลังของมัน จากนั้นใช้หูของมันเป็น \"พวงมาลัย\" บังคับให้บินกลับไปยังกระท่อมของพ่อ แล้วหย่อนถุงไฟลงบนบ้านของครอบครัว ค้างคาวยักษ์ตัวนั้นได้ลิ้มรสอาหารร้อน ๆ มื้อแรกและมื้อเดียวในชีวิตก่อนที่แบตไรเดอร์จะตัดหัวมันขาดจากคอ
\"จากนั้น แบตไรเดอร์ก็กลับไปและ—\"
เสียงกระพือจากปีกยักษ์เคล้าเสียงหัวเราะคิกคักอย่างบ้าคลั่งที่ดังอยู่บนท้องฟ้าทำให้มัคคุเทศก์ของข้าหุบปากเงียบ
\"ข้าคิดว่าเขาเพิ่งกลับมาเพื่อให้แน่ใจว่าพ่อของเขาตายไปแล้ว\" มัคคุเทศก์ของข้ากระซิบด้วยความกลัว สีหน้าตกตะลึงขณะที่เราจับตาดูร่างที่บินลัดฟ้า
ปัจฉิมลิขิต: ข้าได้รับข่าวที่เชื่อถือได้และได้รับคำเตือนจากสายสืบที่ข้าไว้วางใจว่า นอกจากจะงี่เง่าและขี้ขลาดแล้ว แบตไรเดอร์ยังหวาดกลัวแอกซ์อีกต่างหาก ข้าได้รับข่าวที่เชื่อถือได้ว่าข้าควรจารึกข้อความนี้ไว้ในขณะที่สายสืบของข้าจับตาดูอยู่ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_65_Batrider_LocHeroName" "แบตไรเดอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_66_Chen_LocFieldNotes" "เมื่อข้าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเชน อดีตอาชญากรผู้กลับใจมาสู่หนทางแห่งคุณธรรมเป็นครั้งแรก ข้าก็รู้สึกเคลือบแคลงสงสัย ข้ารู้มานานแล้วว่าเหล่าอัศวินในชุดเกราะที่ส่องประกายมักจะมีมลทินอยู่ไม่น้อย
ไม่มีชาวบ้านคนไหนที่ยอมรับเงินของข้าเคยพบเจอเชนด้วยตัวเอง แต่ส่วนใหญ่ก็มีญาติสนิทมิตรสหายที่ออกเดินทางไปตามหาเขาด้วยความหวังว่าจะเปลี่ยนใจไปเข้าร่วมในอุดมการณ์อันชอบธรรมของเขา แต่ก็อย่างที่ข้าคาดไว้ ไม่มีใครกลับมาเลย ข้าจึงออกเดินทางไปตามหา
ข้ารู้ว่ามาถูกทางแล้ว เมื่อข้าพบกับจุดนองเลือดที่ซึ่งการเดินทางแสวงบุญของเหล่าศิษย์ผู้เปี่ยมหวังต้องจบลงด้วยความรุนแรง การขอสัมภาษณ์เชนตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่อง...ไม่ฉลาดนัก ข้าจึงปีนขึ้นไปบนต้นไม้ที่ใกล้ที่สุด
จากจุดที่ข้าแอบซุ่มอยู่ ข้าได้เห็นชายคนหนึ่งกำลังร้องไห้คร่ำครวญวิงวอน ขอความเมตตาหรือการไถ่บาปกันแน่ ข้าไม่มีทางรู้ได้เลย
เชนได้เปลี่ยนสภาพชายคนนี้ให้เป็นเหมือนกับที่เขาเคยทำกับคนอื่น ๆ ด้วยลำแสงสว่างวาบ ร่างที่ยังคงมีไอคุกรุ่นได้ดึงดูดสัตว์เลี้ยงผู้ภักดีของเชนให้ออกมาลิ้มรสอาหารอันโอชะ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_66_Chen_LocHeroName" "เชน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_67_Spectre_LocFieldNotes" "เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ชนเผ่าอัซเมดดีร์และมัดดาราลทำสงครามกัน การต่อสู้ของพวกเขาทอดยาวไปถึงผืนทรายที่หยาบแข็งของรูแลนด์ และดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเจรจาสงบศึกกันได้ แต่แล้ววันหนึ่งมันก็เกิดขึ้น
หัวหน้าเผ่าทั้งสองพบกับข้าในเต็นท์ขนาดใหญ่คล้ายกับการประชุมชาวเมือง ในที่ตั้งรกรากที่ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ แต่ก็จำเป็นต้องอยู่ร่วมกันให้ได้
\"เรารบกันไม่จบไม่สิ้น\" หัวหน้าอัซเมดดีร์กล่าว \"การต่อสู้ไม่สิ้นสุดจนกว่าฝ่ายหนึ่งจะสิ้นซากไป\" สีหน้าของเขาสลดลง \"จนกระทั่งนางมา\"
เท่าที่ฟังดู ความขัดแย้งที่ไม่สิ้นสุดของพวกเขาดึงดูดใจเมอร์คิวเรียล เดอะสเปกเตอร์ ร่างมืดราวกับเงาของนางปรากฏขึ้นในวันหนึ่ง ท่ามกลางการต่อสู้ที่นองเลือดกว่าปกติ
\"แล้วนักรบก็เริ่มตาย\" หัวหน้าเผ่ามัดดาราลเล่า นัยน์ตาเบิกกว้าง \"ไม่มีดาบ ไม่มีธนู นางแค่ทำให้นักรบตายเป็นเบือ\"
เงามืด ๆ จับเหล่านักรบไว้ แล้วหันดาบของพวกเขาเข้าตัวพวกเขาเอง หลายคนเสียสติไป และเมื่อหมดหนทาง นักรบทั้งสองเผ่าก็รีบตกลงหยุดสู้รบ
\"ราห์คาซาล เทพเจ้าหนึ่งเดียวที่แท้จริงส่งนางมา เพื่อบอกให้เราหยุดสู้กัน\" หัวหน้าเผ่าอัซเมดดีร์บอก
\"ไม่ใช่!\" หัวหน้าเผ่ามัดดาราลตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด \"เทพเจ้าหนึ่งเดียวที่แท้จริงที่ส่งนางมาคือเอคโทบาร์ต่างหาก!”
ขณะที่เสียงของพวกเขาดังขึ้นและแข็งกร้าวมากขึ้น ข้าก็ปล่อยให้พวกเขาหาทางยุติความขัดแย้งล่าสุดกันเอง"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_67_Spectre_LocHeroName" "สเปกเตอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_68_AncientApparition_LocFieldNotes" "บรรดานักประวัติศาสตร์กล่าวว่าคัลเดอร์ได้รับการหล่อหลอมจากความว่างเปล่าที่เย็นยะเยือก และความว่างเปล่านั้นได้ให้กำเนิดเขาขึ้นมาให้เป็นทั้งทูตและคำเตือน บรรดานักปราชญ์กล่าวว่า เขาเป็นรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุดของความเหน็บหนาว และมาที่นี่เพื่อทำให้โลกให้โลกทั้งใบเย็นจนมีแต่น้ำแข็ง
สำหรับชาวบ้านในเทร็ลซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในที่ราบโคลด์แบงก์ของฮินเตอร์แลนด์แล้ว เขาคือยมทูต
ข้าได้ยินว่าเขามาที่เทร็ลเมื่อสองวันก่อน ตอนที่ข้าจะมาถึงเมื่อเช้านี้ หมู่บ้านนี้ก็ยังละลายไม่หมด ชาวบ้านหลายคนและหัววัวยังตั้งอยู่ราวกับรูปปั้น นิ่งแข็งอยู่ในท่าเดินขณะที่พยายามหนี บางส่วนล้มลงและแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยขณะกำลังหนี พื้นดินเหนียวเหนอะเมื่อเลือดที่ไหลนองของพวกเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากน้ำแข็งเป็นของเหลว
อย่างหนึ่งเกี่ยวกับคัลเดอร์ก็คือ—เขามีความพิถีพิถันพอ ๆ กับที่เดาใจได้ยาก ไม่มีใครรอดชีวิตเลย ไม่มีการบ่งบอกใด ๆ ว่าทำไมเขาถึงโจมตีหมู่บ้านนี้ เท่าที่รู้ ชาวบ้านที่นี่รักความสงบสุข ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ว่า ไม่ว่าเขาจะเดินทางไปที่ไหน หายนะก็จะเกิดขึ้นที่นั่น
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง—ถ้าการทำลายล้างของเขาไม่ได้เป็นสิ่งที่เขาตั้งใจ แต่เป็นผลพวงจากการที่เขาเป็นแบบนี้เอง—ก็คงจะไม่มีใครรู้แรงจูงใจที่แท้จริงของเขาต่อไป"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_68_AncientApparition_LocHeroName" "เอนเชียนแอปแพริชัน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_69_Doom_LocFieldNotes" "เขาว่ากันว่าดูมเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเดียวที่เดินทางไปมาระหว่างขุมนรกทั้งเจ็ดได้อย่างอิสระ นั่นหมายความว่าข้าไม่มีหวังเลยที่จะตามร่องรอยของเขาพบ ข้าจึงเริ่มจากจุดเริ่มต้น: ที่หลุมอุกกาบาต
คำว่า \"หลุมอุกกาบาต\" นั้นก็ตรงตัวดีอยู่หรอก แต่มันทำให้ความน่ากลัวของภาพที่เห็นลดลงไป ปากแผลเปิดอ้าในดินแดนรกร้างที่เขาถูกเหวี่ยงลงมาจากสวรรค์ยังคงสดใหม่และดำไหม้ มีเศษทรายที่หลอมรวมเป็นสันคมของแก้วที่บาดนิ้วได้ง่าย ๆ และอากาศที่ร้อนระอุจนมองเห็นเป็นคลื่น พร้อมกับกลิ่นไหม้ที่คละคลุ้ง ราวกับว่าหลุมแห่งนี้ไม่ได้ผ่านกาลเวลามาแม้แต่วันเดียวและไม่มีวันที่แผลจะสมานตัว ชาวบ้านส่วนใหญ่พากันหลีกเลี่ยงสถานที่แห่งนี้
ส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด มีเฒ่าเลี้ยงสัตว์คนหนึ่งอ้างว่าได้เห็นการร่วงหล่นนั้น \"เขาลุกขึ้นมาจากเปลวไฟโดยไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย เว้นแต่ปีกของเขาไหม้จนกลายเป็นตอตะโกที่ยังคงมีควันอยู่ งั้นก็คงจะบาดเจ็บอยู่บ้างล่ะมั้ง ตอนนี้แหละที่ข้าคิดได้ โอ๊ะ... แล้วดวงตาของเขาก็ลุกโชนด้วยความเกลียดชัง\" เขาครุ่นคิด \"ความเกลียดชังอย่างมหันต์เลยล่ะ\"
แต่ถ้าเรื่องเล่าเป็นจริง เขาไม่ได้ลุกขึ้นมาจากเปลวไฟ แต่เขาคือเปลวไฟ—ที่คอยกลืนกินและไร้ซึ่งความปรานี ดูมไม่ได้แค่ท่องไปในขุมนรก แต่เขาลากขุมนรกติดตัวไปด้วยทุกแห่งหนที่เขาไป "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_69_Doom_LocHeroName" "ดูม"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_6_DrowRanger_LocFieldNotes" "ข้าได้พบครอบครัวของแทร็กซิกส์ที่กระท่อมหลังคามอสใต้ต้นสน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นดินชื้นจนข้าแทบจะเคี้ยวได้เลย พวกเขาเป็นเจ้าบ้านที่อบอุ่น—แม้จะพูดจาโผงผางไปบ้าง
\"นางเป็นพวกเดียวกับเรามาตั้งแต่ต้น\" แม่บุญธรรมของนางกล่าวพลางยื่นชาเห็ดร้อน ๆ ถ้วยหนึ่งให้ข้า \"เงียบราวกับเงา ไวราวกับความคิด พวกเราคิดว่านางเป็นเด็กที่ถูกสลับตัวกลับมาเกิด\"
ลุงของนางพยักหน้า \"แทร็กซิกส์มีพรสวรรค์โดยกำเนิด แค่หกขวบนางก็สามารถสะกดรอยหนูบนใบไม้แห้งได้แล้ว\" เขาจิบชา \"แต่น่าเสียดายเรื่องใบหน้าของนาง\"
ป้าของนางถอนหายใจ \"หน้าเรียบเสมอกันทั้งสองข้าง ไม่มีทั้งหูดและหนวดเลย ช่างจืดชืด ไม่แปลกใจเลยที่การหายตัวไปเป็นเรื่องง่ายสำหรับนาง\"
พวกเขาเล่าให้ข้าฟังว่านางเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สูงเกินญาติพี่น้องจนหัวชนขื่อ วันหนึ่งนางก้าวเท้าออกไปแล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย \"ข้าไม่โทษนางหรอกนะ เพราะหัวนางโขกทุกอย่างตลอดเลย\" ลุงของนางกล่าว \"ไอ้เจ้าตัวโย่งน่าสงสาร\"
\"แต่ยังไงนางก็ยังเป็นแทร็กซิกส์ของเรา\" แม่ของนางกล่าวอย่างหนักแน่น \"เราคิดถึงนาง\" นางคิด \"แต่ไม่ได้คิดถึงการต้องซ่อมขื่อหรอกนะ\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_6_DrowRanger_LocHeroName" "ดราวเรนเจอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_70_Ursa_LocFieldNotes" "ข้าได้พบกับผู้รอดชีวิตในโรงเตี๊ยมที่อบอวลด้วยควันทางเหนือของแนวป่า แขนเสื้อข้างหนึ่งของเขาถูกพับขึ้นและอีกมือหนึ่งกำรอบแก้วเหล้าแน่น เขาตกลงที่จะเล่าเรื่องให้ข้าฟังหากข้าสัญญาว่าจะจดทุกถ้อยคำของเขาเอาไว้
เราเจอแต่รอยเท้าเต็มไปหมด รอยอวบ ๆ ใหญ่ ๆ สหายของข้าหัวเราะกันว่าการล่าครั้งนี้คงจะง่ายดาย เอิ่ม... ก็ง่ายจริง ๆ นั่นแหละ
มันโผล่ออกมาจากเงามืดราวกับดินถล่ม ฉีกบียอร์นออกเป็นสองซีก ตั้งแต่คอเสื้อจนถึงหว่างขา เนื้อภายในทะลักออกมาเหมือนกับแผงเขียงเนื้อที่ถูกคว่ำ มันกัดกะโหลกทอร์สเตนจนทะลุ ส่งเสียงเปียกแฉะราวกับแตงโมสุกหล่นลงบนถนนหิน ยันนิกออกวิ่ง ขาของเขาไปได้สิบก้าว ทว่าส่วนที่เหลือของร่างกายกลับไปได้เพียงห้าก้าวเท่านั้น
ส่วนข้า ถูกมันเอาแขนไป มันหักข้อต่อหัวไหล่ออกไปอย่างเฉียบขาด ข้าร้องลั่น แต่มันไม่แยแส มันแค่โน้มตัวเข้ามาใกล้ ลมหายใจของมันร้อนผ่าว แล้วมันก็พูดว่า: \"ไปซะ ไปบอกต่อเสีย ที่ดินแดนนี้ไม่ใช่ที่ล่าสัตว์\"
เขาชูแก้วขึ้นมาอีกครั้งอย่างเกือบจะร่าเริง \"แล้วข้าก็มาอยู่ตรงนี้ไงเล่า มาบอกต่อแล้ว\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_70_Ursa_LocHeroName" "เออร์ซ่า"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_71_SpiritBreaker_LocFieldNotes" "ข้าเดินทางผ่านซากกองคาราวานพ่อค้าที่ถูกทำลายลง ทางตะวันออกของโอเอซิสคาลาบอร์พอดี ข้ากำลังแกะรอยตามรอยกีบเท้าอันลึกล้ำซึ่งข้าได้แต่หวังว่าจะนำข้าไปพบกับบาราธรุม เดอะสปิริตเบรกเกอร์ ส่วนรอยเท้ามนุษย์นั้นกระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง
กองคาราวานขนสมบัติล้ำค่ามาด้วย—ทั้งอัญมณี เครื่องประดับ และพรมชั้นดี—แต่ตอนนี้กระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง พวกเขาคงยอมทิ้งสมบัติเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้
บาราธรุมกำลังขูดดินออกจากกีบเท้าของเขาเมื่อข้าเข้าใกล้ด้วยความระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้
\"เป็นคำสั่งของนายท่าน\" เขาตอบ เมื่อข้าถามว่าทำไมเขาถึงทำลายกองคาราวานจนย่อยยับ \"หากนายท่านสั่งมา ก็ต้องทำให้เสร็จสิ้น\"
ข้าถามว่าใครคือนายท่านของเขา เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า ความเงียบอันยาวนานของเขาทำให้ไม่แน่ชัดว่าตัวเขาเองรู้หรือไม่ แต่ที่แน่ชัดมากคือถึงแม้จะรู้ เขาก็ไม่คิดจะบอกข้า
\"ข้าเป็นเพียงผู้ส่งสาร\" ในที่สุดเขาก็กล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิใจ \"การทำลายล้างไม่ได้นำมาซึ่งความสุขใด ๆ ให้แก่ข้า เว้นแต่จะเพื่อรับใช้นายท่าน\"
จากนั้นดวงตาของเขาก็มืดลง \"นายท่านบอกว่าเจ้าจะรอดชีวิต\"
นี่เป็นข่าวดี ข้ายิ้ม
\"หากเจ้าจากไปตอนนี้\"
ข้าตัดสินใจที่จะไม่อยู่ร่ำลาให้ยืดยาวและเริ่มเผ่นสุดฝีเท้า ไม่มีทางที่ข้าจะวิ่งหนีเขาได้พ้นอย่างแน่นอนหากเขาตัดสินใจจะไล่ตาม นั่นเป็นเพียงการแสดงความเคารพเพื่อให้เขารู้ว่าอย่าออกแรงไล่ตามข้าเลย"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_71_SpiritBreaker_LocHeroName" "สปิริตเบรกเกอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_72_Gyrocopter_LocFieldNotes" "ไม่มีอะไรที่ชาวคีนโฟล์กชอบไปมากกว่าการระเบิดสิ่งของ การทำให้สิ่งของระเบิดเป็นประเพณีของครอบครัว - การโยนระเบิดด้วยความรักส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น การคิดค้นกฎการระเบิดใหม่ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวคีน
ไม่รู้ว่าทำไม ออเรลถึงสามารถตั้งเป้าหมายให้สูงกว่านั้นได้: เขาต้องการเรียนรู้วิธีการบิน เพื่อลิ้มรสสายลมที่พัดผ่านฟันของเขา ฟังเสียงใบพัดเครื่องบินที่ดังกึกก้องในหูของเขา และรู้สึกถึงระเบิดที่หลุดออกจากมือของเขาขณะที่ทิ้งลงสู่เหยื่อผู้ไม่ทันระวังด้านล่าง
\"ทุกคนบอกเขาว่ามันทำไม่ได้\" เดอร์วิล สวิฟต์แครกกล่าว \"พวกเราเหล่าคีนโฟล์กค่อนข้างจะเชื่ออะไรง่าย เราคิดว่าอะไร ๆ ก็ทำได้ทั้งนั้น นั่นแหละที่บอกถึงอะไรบางอย่าง\"
แต่แล้ววันหนึ่ง อยู่ ๆ ออเรลก็หายตัวไป เวิร์กชอปเงียบสงัด มีใบพัดหลายใบพิงอยู่กับผนังข้าง ๆ กองระเบิดเศร้า ๆ ที่ยังไม่ได้ระเบิด รอบ ๆ กองไฟในโรงเตี๊ยม การสนทนาเริ่มกลายเป็นเรื่องร้าย ๆ: เจ้าคนโง่คงจะหนีออกจากบ้านเพราะความอับอายไปแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเงาเริ่มเคลื่อนผ่านจัตุรัสเป็นครั้งแรก ไม่มีใครรู้ได้ทันว่าจะต้องวิ่งกันแยกแตกตื่น และแล้วก็มีสิ่งหนึ่งตกลงมาจากท้องฟ้า ตามมาด้วยอะไรอีกสักอย่าง ตามมาด้วยสิ่งอื่น ๆ อีกมากมาย"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_72_Gyrocopter_LocHeroName" "ไจโรคอปเตอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_73_Alchemist_LocFieldNotes" "ห้องทดลองของรัซซิล ดาร์กบรูว์ดูเหมือนโรงฝึกงานที่สร้างขึ้นบนลานเชียงกงในช่วงแผ่นดินไหว ลังใส่แร่ตั้งโยกเยกอยู่ข้าง ๆ หม้อกลั่นทำด้วยทองแดงที่กำลังส่งเสียงฟู่ ขวดจำนวนมากส่องประกายระยิบระยับทุกสีสัน บางขวดสั่นไหวเล็กน้อย อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นยี่หร่าฝรั่งไหม้ กิ้งก่าต้ม และไอเดียแย่ ๆ
สหายโอเกอร์ของเขา—ครึ่งผู้สมรู้ร่วมคิด ครึ่งสัตว์ส่งของ—สวมผ้ากันเปื้อนผืนเล็กที่เปรอะเปื้อน สีหน้าของเขาก้ำกึ่งระหว่างความอยากรู้อยากเห็นกับความหิวโหย เผ่าคีนส์พันธุ์เล็กที่เรียกว่าสมอลคีนวิ่งเข้ามาพร้อมกำขวดสีฟ้ามีฟองฟู่ในมือ \"จังหวะเหมาะเหม็งเลย! เรากำลังทดสอบอะไรบางอย่างอยู่\"
ก่อนที่ข้าจะคัดค้านได้ทัน ก็มีการรินของเหลวจากขวดเล็ก ๆ แล้วดื่มฉลองกันทั่วหน้า เครื่องดื่มนั่นมีรสชาติขมเข้มข้นคล้ายโลหะ ราวกับโดนไฟฟ้าช็อตขณะที่ลิ้นจุ่มอยู่ในน้ำมะม่วง
ทันใดนั้นเองเสียงของข้าก็ดังขึ้นเป็นเสียงแหลม ๆ ของหนู ส่วนโอเกอร์มีเสียงฟอลเซตโตผิดธรรมชาติ รัซซิลพูดด้วยความตื่นเต้นแต่ไร้เสียง สุนัขที่อยู่ใกล้ ๆ หอนอย่างโหยหวน เราสบตากัน—แล้วก็หัวเราะเสียงแหลมจนล้มฟุบลง
\"ไอ้นี่\" รัซซิลพูดเสียงแหลม \"น่าจะทำให้เราบินได้นะ\"
ขณะที่ข้าหัวเราะร่วนอยู่นั้น สายตาที่เหม่อลอยของข้าก็เหลือบไปเห็นชั้นวางขวดน้ำอมฤตของรัซซิลบางขวดมีสีรุ้ง บางขวดก็เรืองแสงชวนดื่ม แล้วด้านหลังชั้นเหล่านั้น ซึ่งแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า... ก็มีขวดอื่น ๆ มากมาย รวมทั้งขวดที่มีตราสัญลักษณ์รูปโครงกระดูกติดอยู่บนฉลาก หลายขวดกำลังเดือดปุด ๆ อย่างเงียบ ๆ ขวดหนึ่งดูเหมือนจะมีความว่างเปล่าสีหมึกพร้อมดาวสีซีดดวงเดียวลอยอยู่ อีกขวดหนึ่งดูเหมือนจะจ้องกลับมาที่ข้าด้วย
ท้องของข้าปั่นป่วน หากมองเผิน ๆ แล้ว ดูเหมือนการทดลองของรัซซิลไม่เป็นอันตรายเลย แถมยังสนุกอีกด้วย แต่ข้าอดสงสัยไม่ได้ว่าจะเจอกับอะไรถ้ามองดูชั้นวางน้ำยาที่ซ่อนอยู่ในห้องที่ติดป้ายว่า ห้ามเข้า "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_73_Alchemist_LocHeroName" "อัลเคมิสต์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_74_Invoker_LocFieldNotes" "ขณะที่อินโวกเกอร์พูด ลูกแก้วเวทมนตร์รอบตัวเขาก็สว่างขึ้น หรี่ลง และเปลี่ยนสี ราวกับจะเน้นย้ำอารมณ์ที่เกี่ยวข้องในเรื่องราวของเขา พอสัมภาษณ์ไปได้ 10 ชั่วโมง ข้าก็เริ่มตระหนักแก่ใจด้วยความหวาดผวาว่าชายคนนี้อาจจะพูดไม่หยุดเลย
เขาภูมิใจในวีรกรรมของตัวเอง ซึ่งก็นับว่าน่าประทับใจมาก ข้าปฏิเสธไม่ได้เลย ปรากฏว่าเรื่องราวชีวิตของจอมเวทที่เกือบเป็นอมตะนั้นต้องใช้เวลาเล่านานพอสมควร และอินโวกเกอร์ก็มีความทรงจำระดับตำนานเลยก็ว่าได้ เขาสามารถจดจำรายละเอียดเกือบทั้งหมดจากแทบทุกประสบการณ์ที่เขาพานพบในชีวิต ซึ่งข้าเรียนรู้อยู่ในขณะนี้ว่าเป็นชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยการผจญภัย น่าสนใจอย่างยิ่ง และยาวนานมากกกกกก
แน่นอนว่าเขาย่อมบรรยายชีวิตของเขาว่าเต็มไปด้วยการผจญภัยและน่าสนใจ เมื่อฟังโดยไม่หยุดพักเลย คำที่เหมาะสมกว่าที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ \"ยากเข็ญ\" มือของข้าเริ่มปวด และเมื่ออินโวกเกอร์สังเกตเห็น ก็ถามข้าว่าต้องการให้เขาร่ายสกิลเพื่อให้ปากกาของฉันจดบันทึกได้เองหรือไม่
ด้วยความเป็นมืออาชีพ ข้าจึงตอบปฏิเสธไปอย่างลังเลใจ แต่เมื่อได้เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นในวันที่สองของการสัมภาษณ์ ข้าก็เสียใจอย่างสุดซึ้งกับการตัดสินใจครั้งนี้ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_74_Invoker_LocHeroName" "อินโวกเกอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_74_Invoker_LocPersonaFieldNotes" "\"ข้าไม่ได้ตั้งใจให้ไปไกลขนาดนั้น\" คาร์ลร้องครวญครางท่ามกลางซากปรักหักพังจากน้ำมือของนักปล้นทางหลวง ข้าเห็นชัดว่า แม้เขาจะโอ้อวดมากแค่ไหน แต่เขาไม่เคยฆ่าใครมาก่อน เขาเช็ดน้ำตาพลางบอกข้าว่ามันไม่ยุติธรรมเลยที่ใครบางคนจะ \"กระโดดใส่พวกเราแบบนั้น\"
นับตั้งแต่ที่ \"มาถึง\" ยุคสมัยของเราเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน คาร์ลโดนกักตัวไว้เพื่อศึกษาที่วิทยาลัยอัลติเมียร์เป็นส่วนใหญ่ ทั้งเพื่อให้เขาศึกษาศาสตร์แห่งเวทมนตร์ และเพื่อให้จอมเวทคนอื่น ๆ ศึกษาจอมเวทหนุ่มผู้มีพรสวรรค์เหนือธรรมชาติผู้นี้
การร่ายเวทเพื่อเดินทางไปยังดินแดนอันไกลโพ้นเป็นเรื่องยากแม้กระทั่งจอมเวทที่ทรงอานุภาพมากที่สุด นับประสาอะไรกับการเดินทางข้ามชั่วเวลาหลายกัปกัลป์ไปสู่อนาคต แต่นี่คือเด็กน้อยคนหนึ่ง เด็กหนุ่มเสียงดัง บุ่มบ่ามผลีผลาม ซึ่งทำได้ด้วยตัวเอง
บรรดาผู้อาวุโสในสถาบันแห่งนี้ไม่สามารถเลียนแบบสกิลของคาร์ลได้ แม้กระทั่งอินโวกเกอร์ในยุคสมัยของเรายังไม่ยอมเชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นอะไรมากไปกว่านักต้มตุ๋นท่าท่างแปลกประหลาด ในที่สุดคาร์ลก็ทนความหงุดหงิดของตนไม่ได้ และขอให้ปล่อยตัวเองออกไปข้างนอก พร้อมทั้งปฏิญาณว่า \"ครั้งนี้ ข้าจะพิสูจน์ตัวเองให้พวกเจ้าเห็น\"
คาร์ลปฏิเสธที่จะบอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับครั้งอื่น ๆ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_75_Silencer_LocFieldNotes" "เช่นเดียวกับบ้านส่วนใหญ่ในเมืองเต็นท์ฮาซาดาล การพยายามป้องกันทรายเข้าบ้านเป็นการต่อสู้ที่พ่ายแพ้ ข้าปัดทรายบนหมอนอิงทรงสี่เหลี่ยมของข้าออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ยอมแพ้
เจ้าบ้านของข้าคืออาบาการ์ด ครูคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ของโรงเรียนนักเวทสงครามอันยิ่งใหญ่แห่งนิกายเอออล ดรีอัส ข้ามาเพื่อถามเขาเกี่ยวกับนอร์ทรอม นักเวทสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เอออล ดรีอัสเคยสร้างมา
\"เอออล ดรีอัสผลิตนักเวทสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มันเป็นเรื่องจริง\" อาบาการ์ดยิ้มอ่อน ๆ \"แต่ไม่ใช่เพราะได้รับการเรียนการสอนทางวิชาการ\" เขากระแอมด้วยความเขินอายเล็กน้อย \"เรา... ปลูกฝังเขาให้เป็นวีรบุรุษของเรา เป็นเวลา 200 ปี ที่ละเล็กทีละน้อย วันละเล็กวันละน้อย เขาไม่ได้เกิดมา เราสร้างเขาขึ้นมา\"
นอร์ทรอมพิสูจน์แล้วว่าเป็นลูกศิษย์ที่เชื่อฟัง แต่ความเป็นจริงกลับพิสูจน์ว่าไม่ค่อยเชื่อฟัง เมื่อถึงปีที่ 7 ของเขาในเอออล ดรีอัส นอร์ทรอมก็ไม่ผ่านการทดสอบเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานที่สุดด้วยซ้ำ นักเรียนที่พวกเขาเลี้ยงดูมาหลายศตวรรษเพื่อให้เป็นจุดสุดยอดของนิกายของพวกเขาไม่สามารถร่ายคาถาเพื่อช่วยชีวิตได้แม้แต่คาถาเดียว
\"ข้าแน่ใจว่าข้าได้เชื้อสายที่สืบทอดมาถูกต้องมาแล้ว แต่สัญญาณทั้งหมดก็ปรากฏอยู่ เราล้มเหลว\" เขาถอนหายใจ \"นั่นคือสิ่งที่เราคิดจนกระทั่งวันครูซิเบิลมาถึง\"
ปรากฏว่าเขาแค่เพียงคนที่เติบโตช้าเท่านั้น นักเรียนต่างยืนประจันหน้ากันเพื่อแสดงทักษะของตน ไม่มีใครคาดหวังอะไรจากนอร์ทรอมเลย แต่เมื่อเหล่าผู้ใช้เวทมนตร์ที่มีความทะเยอทะยานเริ่มร่ายมนตร์ นอร์ทรอมก็ตั้งสมาธิ ทันใดนั้น เมื่อได้พิสูจน์ให้เห็น เขาก็ไม่ใช่แค่ผู้ใช้เวทมนตร์ที่ดีที่สุดเท่านั้น เขาคือผู้ใช้เวทมนตร์เพียงคนเดียว ไม่มีใครสามารถร่ายคาถาได้อีกแล้ว และแน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อช่วยชีวิตพวกเขา
\"มองในแง่ดี\" อาบาการ์ดถอนหายใจ \"เขาได้สำเร็จการศึกษาแล้ว\"
ข้าพยักหน้าแล้วจิบนมทรายของข้า มันทรายมาก "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_75_Silencer_LocHeroName" "ไซเลนเซอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_76_OutworldDestroyer_LocFieldNotes" "ข้าถามไปทั่วเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หวังว่าจะพบใครสักคนที่รอดชีวิตจากการเผชิญหน้ากับเอาต์เวิลด์เดสทรอยเยอร์ ในที่สุด พ่อค้าเร่ร่อนคนหนึ่งก็บอกข้าว่าน้องชายของเขารอดชีวิตมาได้หรืออะไรประมาณนั้น
\"เทรย์มอนต์น้องชายของข้าเป็นคนช่างสงสัย\" เขากล่าว \"มองหาการผจญภัยใหม่ ๆ อยู่เสมอ ระหว่างการเดินทาง เขาบังเอิญไปเจอเมืองที่เอาต์เวิลด์เดสทรอยเยอร์...กำลังทำลายเมืองอยู่\"
เขาบอกข้าว่าสามารถพบน้องชายของเขาได้ที่ไหน หากข้าต้องการสัมภาษณ์
\"ขอให้โชคดี\" เขากล่าวอย่างเศร้าใจก่อนจะเดินจากไป
ข้าพบกับเทรย์มอนต์ในสถานบำบัดจิตที่น่าเบื่อและไร้ชีวิตชีวาที่ซึ่งเขาอาศัยอยู่ตอนนี้ เมื่อข้าทักทายเขา เขาก็หันหัวที่ถูกโกนของเขามามองข้า หรือมองผ่านไป
\"กำลังมาหาเจ้า\" เขากล่าว เสียงของเขาแทบจะเป็นกระซิบ \"กำลังมาหาพวกเราทุกคน\"
นักวิชาการบางคนตั้งทฤษฎีว่าเอาต์เวิลด์เดสทรอยเยอร์มาจากที่ที่ห่างไกลเกินดวงอาทิตย์ออกไป มาจากสุดขอบเหวนั่น ที่ซึ่งเขาลาดตระเวนไกลออกไปและเฝ้ารอ แต่เพื่ออะไร? บางคนเชื่อว่าเขาคือผู้ส่งสารแห่งความชั่วร้ายที่แพร่กระจายกลืนกินโลก ส่วนคนอื่น ๆ ปฏิเสธที่จะครุ่นคิดความเป็นไปได้ให้ลึกซึ้งมากเกินไป หรือไม่อยากจะคิดเลย แต่ชายผอมแห้งตาโตที่นั่งอยู่ตรงหน้าข้าดูเหมือนว่าจะมีทฤษฎีของตัวเอง
\"หนีไม่พ้นหรอก\" เขาพูดเสียงแหบพร่า \"สายไปแล้ว มันมาถึงแล้ว\"
ข้าไม่ได้อะไรข้อมูลมากนักที่นี่ ขณะที่เดินออกไป เทรย์มอนต์ก็เริ่มหัวเราะคิกคัก เสียงหัวเราะของเขาเริ่มกลายเป็นเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง \"มันกำลังมาแล้ว!\" เขาร้องตะโกนซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางเสียงหัวเราะ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_76_OutworldDestroyer_LocHeroName" "เอาต์เวิลด์เดสทรอยเยอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_77_Lycan_LocFieldNotes" "แสงจากกองไฟที่ริบหรี่ของข้าในที่โล่งลึกในป่าตะวันตกทำให้เกิดเงาสะท้อนจากแนวป่า: ดวงตาคู่หนึ่งที่เรืองแสง จากนั้นคู่ที่สองก็เข้าร่วมกับคู่แรก และคู่ที่สามก็เข้าร่วมกับคู่ที่สอง จนในที่สุดก็กลายเป็นกลุ่มดาว
มือของข้าวางลงบนมีดสั้นที่ข้าพกติดตัวมา แต่เมื่อหมาป่ายักษ์ตัวแรกเดินออกมาจากป่าราวกับเงาที่มีชีวิต ข้าก็ทิ้งมีดลงด้วยความหวาดกลัว มันเดินเข้ามาหาข้าอย่างมั่นใจ แต่ก็ไม่ได้ขู่หรือคุกคาม ดูเหมือนจะ...สงสัย? ข้าสะอื้นเบา ๆ และหันหัวหนีเมื่อมันเข้ามาใกล้พอที่จะดมข้า เมื่อข้าลืมตาขึ้นหลังจากที่รู้สึกเหมือนยาวนานไม่มีที่สิ้นสุด ฉันหันกลับไปมองและเห็นชายมีเขี้ยวที่ยืนอยู่ตรงนั้น หมาป่าตัวอื่นก็แยกย้ายกันไป
\"ป่าแห่งนี้เป็นสถานที่อันตรายสำหรับคนอย่างเจ้า\" เขาคำราม
เขาแนะนำตัวว่าเป็นเบนแฮลโลว์แห่งตระกูลแอมบรีข้าเคยได้ยินมาว่าครอบครัวของเขาได้ลุกขึ้นมาต่อต้านกษัตริย์ผู้บ้าคลั่ง มีเพียงเขาเท่านั้นที่รอดชีวิตจากสายเลือดของเขา แต่เหล่าผู้ใช้เวทมนตร์ของกษัตริย์กลับสาปให้เขาเป็นโรคมนุษย์หมาป่า ข้าเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างแล้ว แต่ยังมีคำถามอีกข้อหนึ่ง
\"ตอนเจ้าเปลี่ยน...\" ข้าเสี่ยงถาม \"...มันไม่เจ็บเหรอ?\"
\"มากกว่าที่คุณจะรู้\" เขากล่าวอย่างเศร้าสร้อย \"มันเจ็บทุกครั้ง\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_77_Lycan_LocHeroName" "ไลแคน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_78_Brewmaster_LocFieldNotes" "ใต้ซุ้มประตูที่ถูกไม้เลื้อยกินของนครล่มสลาย ข้าได้พบกับ แมงจิกซ์ เดอะบรูว์มาสเตอร์ เขาตกลงให้สัมภาษณ์โดยมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวนั่นคือ: เราต้องดื่มด้วยกัน
\"ชาวโอโย\" เขาเริ่มพูดพร้อมกับวางแก้วเบียร์ลง \"ดื่มเพื่อพูดคุยกับวิญญาณ\" เบียร์ตัวนี้ทำให้ข้านึกถึงเขา: สีน้ำตาลทอง กลิ่นถั่ว ๆ แรงจนน่าตกใจ \"ข้าเป็นเป็นลูกครึ่งเทพสวรรค์ ข้ามองเห็นโลกอีกฝั่งได้ไกลขึ้น มันช่วยได้เยอะ\"
หลังจากจิบไปอีกไม่กี่อึก ข้าก็เริ่มมองเห็นโลกอีกฝั่งด้วย มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ก๊งรอบที่สอง เขา (พวกเขา? ตอนนี้มี 2 คนแล้ว) เล่าให้ข้าฟังว่าเขาเอาชนะอาจารย์เฒ่าในการชกต่อยและแข่งดื่มเหล้าได้อย่างไร \"ไม่ง่ายเลย\" แมงจิกซ์ (เรียกในรูปพหูพจน์ว่าแมงจิเซส?) กล่าว \"ทำหกเยอะมาก\" ข้าพยักหน้า บางทีอาจจะดื่มมากไปหน่อย
น่าจะก๊งรอบที่สี่ล่ะมั้ง แมงจิกซ์บอกว่ากำลางมองหาหาทางที่สมบูรณ์แบบเพื่อเชื่อมอาณาจักรทางกายภาพกับจิตวิญญาณเข้าด้วยกัน ข้าบอกปายว่าคงจะอยู่ใต้โต๊ะแหละ
พอก๊งถึงรอบห้า แม่งซ์โตบหล่ายข้า เจ้าทำด้ายดีเขาว่าง้าน แล้วโต๊ะก็หมุนนนนแล้วก็จากไปบอกฝานดีราตรีสวาดจ้า"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_78_Brewmaster_LocHeroName" "บรูว์มาสเตอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_79_ShadowDemon_LocFieldNotes" "ข้าไม่ได้ตั้งใจจะล้วงข้อมูลเกี่ยวกับแชโดว์เดมอนจากลัทธิที่ติดตามเขาหรอกนะ แต่ข้าได้ยินเกี่ยวกับสมาชิกนอกคอกคนหนึ่งที่หนีออกมาจากลัทธิ ข้าพยายามตามหานางมานานหลายสัปดาห์แล้ว
การที่ใครคนหนึ่งจะออกจากลัทธิออร์เดอร์ออฟเดอะอัมบรัลมิสต์นั้นเป็นเรื่องที่แทบไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน ดังนั้นข้าจึงไม่ค่อยวางใจนัก สมาชิกลัทธินอกคอกคนนั้นก็ไม่วางใจเหมือนกัน นางไม่วางใจในตัวข้า ความพยายามหลายครั้งของข้าในการค้นหานาง และความตั้งใจของข้า นางหลบหนีซ่อนตัวตั้งแต่วันที่นางหนีออกจากลัทธิแล้ว และข้าต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการสื่อสารด้วยรหัส การส่งมอบแบบลับ ๆ และการรับรองซ้ำ ๆ หลายครั้งกว่าที่จะได้นัดพบกับนางในกระท่อมที่อยู่ห่างไกล ในที่ที่ข้าสัญญาว่าจะไม่บอกใครเป็นอันขาด
เมื่อข้าไปถึง ก็เห็นแสงวาววับทั้งจากกริชที่ถืออยู่ในมือและจากตาของนาง แววตาของนางจ้องมองมาราวกับสัตว์ป่าที่ถูกล่า
\"ข้าหนีออกมาตอนที่พ่อแม่ของข้าเสนอตัวข้าให้เป็นเครื่องบูชายัญ\" นางพูดอย่างนอบน้อมด้วยเสียงแหลม ๆ สะดุ้งอย่างตื่นกลัวทุกครั้งที่มีเสียงอะไรดังขึ้น \"ข้าเคยเห็นว่ายาพิษที่พวกเขาให้คนที่เป็นเครื่องบูชายัญทำให้คนพวกนั้นเสื่อมสลาย... ทุกข์ทรมาน... สังหารพวกเขา\"
ลัทธินั้นทำพิธีบูชายัญเพื่อให้วันสิ้นสุดโลกเดินทางมาถึง เธอบอก ไม่ใช่แค่ในโลกนี้เท่านั้น แต่ทุกโลก นั่นคือความหวังสูงสุดของเทพเจ้าของพวกมัน
มีเสียงดังกรอบแกรบจากข้างนอกทำให้เธอกระโดดลุกขึ้นยืน และเอาคมกริชของเธอกรีดคอตัวเอง เลือดข้น ๆ ทะลักไหลลงมาที่ข้อศอกก่อนที่ข้าจะยับยั้งนางได้"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_79_ShadowDemon_LocHeroName" "แชโดว์เดมอน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_7_Earthshaker_LocFieldNotes" "ข้าพบเขาในหุบเขาที่ถูกแผ่นดินไหวกัดเซาะ อากาศฟุ้งไปด้วยเศษหินที่แตกละเอียดและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ยอดเขานิชัยปรากฏอยู่ด้านบน ยังคงมีหิมะถล่มเล็กน้อย เขาเรียกตัวเองว่าไรกอร์ สโตนฮูฟ ส่วนคนอื่น ๆ เรียกเขาว่าเอิร์ธเชกเกอร์
เขาไม่ค่อยตอบสนองสักเท่าไหร่ เอาจริง ๆ นะ เขาถูกสร้างมาจากหินจริง ๆ เพราะงั้นข้าเลยคุยกับเพื่อนเขาดู
\"เราทำตามคำสั่ง\" โกเลมตัวหนึ่งกล่าว \"เขาสร้างตัวเองขึ้นมา เขาไม่เหมือนพวกเรา\"
การ์กอยล์ตัวหนึ่งพยักหน้า \"พวกเราต้องเฝ้ายาม ส่วนไรกอร์เดินไปมาได้อิสระ\"
มีปีหนึ่งที่ยอดเขาสูงเกิดคลุ้มคลั่ง: หิมะถล่มคำรามดังกึ่งก้อง พื้นดินแยกออกเป็นเสี่ยง ๆ แผนที่ในปัจจุบันพังสลาย เมื่อฝุ่นจางลงเอิร์ธเชกเกอร์ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสะบัดภูเขาออกและปัดก้อนหินออกจากไหล่ของเขา มีข่าวลือว่าเขาได้ประกอบตัวเองขึ้นอย่างอดทนในท้องครรภ์ที่เป็นหินแข็ง
หลังจากความเงียบที่วัดตามเวลาทางธรณีวิทยา เขาได้ตัดสินใจว่าข้าคุ้มค่าที่จะรับรู้ไว้ \"ข้าเป็นทั้งหินและกระดูก\" เขากล่าว \"ข้ามีชีวิตอยู่ ข้ามีเลือด และสักวันหนึ่งข้าจะต้องตาย เมื่อข้ากลับไปเป็นธุลีดิน ข้าก็แค่กลับบ้านเท่านั้น\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_7_Earthshaker_LocHeroName" "เอิร์ธเชกเกอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_80_LoneDruid_LocFieldNotes" "ครู่หนึ่งข้ากำลังจดบันทึกอยู่บนสันเขาที่เต็มไปด้วยมอสขึ้นอยู่ ต่อมาข้าก็ถูกทับอยู่หลังต้นสนที่บิดเบี้ยว หัวใจเต้นโครมคราม เขาว่ากันว่าถ้าเจอหมีในป่า ถ้าเป็นสีน้ำตาลให้นอนลง ถ้าเป็นสีดำให้สู้กลับ แต่เป็นหมีที่สร้างมาจากวิญญาณล่ะ? ไม่มีคำสอนสอดคล้องสำหรับหมีแบบนั้นมาก่อน ดังนั้นข้าขอเป็นคนแรกเลยละกัน: กลัวมันซะ
ชายชราซิลลามาถึงโดยไม่รีบร้อน ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับการอยู่ร่วมกับสัตว์อื่นนอกจากหมี แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังยินดีต้อนรับ หมีของเขาเดินโซเซไปที่ลำธารใกล้ ๆ และกลับมาพร้อมกับปลาซึ่งซิลลากินดิบ ๆ ในขณะที่เราคุยกัน ข้าจดบันทึกการสนทนาของเราไว้ โดยพยายามไม่สนใจหมีที่กำลังจ้องมองข้าอยู่เช่นกัน
เขาพูดถึงตระกูลหมีที่สาบสูญไปนาน และหน้าที่ของเขาคือ: ปกป้องเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์และปลูกมันเฉพาะเมื่อโลกนี้ถูกทิ้งร้าง ในที่สุด ข้าก็โน้มน้าวให้เขานำเมล็ดพันธุ์นั้นมาแสดงให้ข้าดู มันมีลักษณะเหมือนเมล็ดพันธุ์
เขาได้รอมาเป็นเวลานานแล้ว หวังว่าเขาจะต้องรอไปชั่วนิรันดรนะ และเมื่อเขากินเสร็จ ก็บอกลาข้า และหายเข้าไปในป่า ข้าสงสัยว่าเขายังมีอะไรต้องทำในป่าอีก "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_80_LoneDruid_LocHeroName" "โลนดรูอิด"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_81_ChaosKnight_LocFieldNotes" "ข้าวิ่ง
ขณะที่กองทหารม้าบนหลังม้าสีดำขนาดใหญ่วิ่งไล่ล่าตามข้าผ่านทุ่งแห่งการสังหาร ข้าวิ่ง ข้ารู้ดีว่าข้าไม่มีทางหนีพวกเขาได้ แต่ถึงจะทำได้ มันก็กลับกลายเป็นไม่สำคัญ อยู่ ๆ พวกทหารม้าก็หายวับไปและปรากฏตัวต่อหน้าข้าอีกครั้ง ม้าตัวที่อยู่ข้างหน้าสลายหายไปเมื่อข้าลื่นไถลผ่านไปเลยก่อนที่จะพุ่งชนม้าตัวใหญ่ที่อยู่ข้างหลังมันอย่างจัง
ข้าเซลุกขึ้นยืนด้วยความเหนื่อยหอบและและมึนงงเล็กน้อย ข้าได้ทำคบเพลิงไฟหล่นในขณะกำลังวิ่ง แต่ดวงตาที่ลุกเป็นไฟของทั้งผู้ขี่และม้าต่างให้แสงริบหรี่ที่ข้าแทบจะมองไม่เห็น
\"เจ้าไม่ใช่มนุษย์แห่งแสงสว่าง\" ผู้ขี่คำราม ข้าไม่แน่ใจว่าควรจะโกรธมั้ย แต่ถึงจะโกรธ ข้าก็ไม่แสดงมันออกมา
\"วิถีแห่งมนุษย์ของเจ้าต่ำต้อยกว่าข้า เจ้าไม่มีความสำคัญ\"
โอเค อันนี้เจ็บแสบนิดหน่อย
\"แสงสว่างจักดับลงภายใต้ดาบของข้า สาวกของมันจักกลายเป็นผงธุลี\"
เมื่อพูดจบ เหล่าทหารม้าคนอื่น ๆ ก็หายตัวไป ม้าของเคออสไนต์หันตัวกลับและพุ่งตัวออกไป ทิ้งให้ข้าอยู่ในความมืดเพียงลำพัง และถ้าหากนั่นหมายความว่าเขาจะไม่กลับมาอีก ความมืดก็ยังคงดีกว่าอยู่ดี "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_81_ChaosKnight_LocHeroName" "เคออสไนต์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_82_Meepo_LocFieldNotes" "ขณะที่เราเดินเข้าไปในกระท่อมที่สร้างจากเศษซากวัสดุต่าง ๆ ที่เก็บมา มีโปหัวเราะคิกคัก \"ยินดีต้อนรับ! ยินดีต้อนรับ! เชิญนั่ง!\" เขากล่าว พร้อมชี้ไปยังสิ่งที่ดูเหมือนบัลลังก์ผุพังจากอารยธรรมที่ตายไปนานแล้ว
\"ไม่ล่ะ ขอบคุณ ข้าชอบยืนมากกว่า\" ข้ายิ้มเจื่อน ๆ ให้กับมีโปที่ดูเหมือนดีใจ
เขามองข้ามไหล่ของข้าไป เมื่อข้ามองตามสายตาของเขา ข้าเห็นมีโปอีกตัวหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่แตกพัง และกำลังยิ้มอยู่
\"ตามสบายเลย\" ทั้งคู่พูด มีโปตัวใหม่ยืดเส้นและหาวอย่างน่าทึ่ง ยกแขนขึ้นไว้ด้านหลังศีรษะ เมื่อเห็นสิ่งหนึ่งซึ่งสะดุดตา ข้าจึงหันไปดูและพบว่ามีโปตัวที่สามกำลังคุ้ยหาของมีค่าน่าขโมยในกระเป๋าของข้า เมื่อข้าเอื้อมมือไปคว้าเขา เขาก็หายไปทันตา พร้อมกับอาหารห่อใบไม้ที่ข้าเก็บไว้เพื่อจะกินระหว่างทางกลับบ้าน
พอข้าหันกลับไปก็เจออีก 2 ตัว มีโป (เรียกในรูปพหูพจน์ว่ามีปี?) ทั้ง 5 ตัวหันหน้ามาหาข้าจากทุกทิศทุกทาง แล้วพูดว่า \"เจ้าคงไม่รังเกียจ หากข้าจะขอยืมสิ่งนี้ใช่มั้ย?\"
ข้าบอกไปว่าไม่รังเกียจ ณ จุดนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการหยุดให้เขาสร้างตัวเองเพิ่มขึ้นอีก "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_82_Meepo_LocHeroName" "มีโป"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_83_Treant_LocFieldNotes" "หลังจากที่เดินทางรอนแรมบนเทือกเขาห่างออกไปจากหุบเขาออกิวรีมาหนึ่งสัปดาห์ ข้าก็เลิกหวังที่จะพบใครที่จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับเทรียนต์โพรเทกเตอร์ จะว่าไปก็ไม่เจอใครเลยสักคน รอบ ๆ ตัวมีแต่ต้นไม้ทั้งนั้น มีต้นไม้มากกว่าที่คาดไว้ว่าเทือกเขาจะมี แถมยังส่งเสียงกรอบแกรบไม่หยุด
ข้าเพิ่งนั่งลงบนรากไม้ใหญ่ เมื่อเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นเหนือศีรษะข้า
\"เจ้านั่งทับเท้าข้าอยู่นะ\"
ข้ากระโดดลุกขึ้น และหลังจากที่ขอโทษขอโพยแล้ว ข้าก็แนะนำตัวเองและถามถึงโพรเทกเตอร์
\"เราเรียกเขาว่ารูฟเทรลลิน\" เทรียนต์ผู้นั้นบอก \"ตอนนี้เขาไม่อยู่ เขาเดินทางออกไปเรียนรู้เกี่ยวกับโลกของเจ้า เจ้าสีชมพู พอ ๆ กับที่เจ้าอยากเรียนรู้เกี่ยวกับโลกของเรานั่นแหละ แต่ความลับของเราจะบอกให้เจ้ารู้ไม่ได้\"
เขาดูผ่อนคลายมาก (เท่าที่ต้นไม้ต้นหนึ่งจะค้อมลงได้) ตอนที่ข้าบอกว่าข้าอยากรู้เกี่ยวกับรูฟเทรลลิน
\"เขาเร็วที่สุดในหมู่พวกเรา แล้วก็ชอบผจญภัยมากที่สุดด้วย\" เขาพึมพัม \"เขาจะจัดการกับอันตรายใด ๆ ก็ตามที่เข้ามากร้ำกรายดินแดนแห่งต้นไม้นี้\"
\"บางทีวันหนึ่งเขาอาจจะกลับมาก็ได้ หรืออาจจะไม่ แต่เจ้า...\"
ข้าเงี่ยหูฟัง ปากกาพร้อมจด
\"เจ้าต้องออกไปจากที่นี่ แล้วอย่ากลับมาอีก\" ว่าแล้ว
ค่ำคืนช่างหนาวเหน็บตอนที่ข้าเดินทางกลับบ้าน แต่ข้ารู้ว่าข้าไม่ควรก่อกองไฟ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_83_Treant_LocHeroName" "เทรียนต์โพรเทกเตอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_84_OgreMagi_LocFieldNotes" "โรงบ่อนแคนโดไนต์มีแต่ความเงียบกริบขณะที่ทุกคนรอให้ถึงตาของแอกกรอนสโตนเบรกที่จะทอยลูกเต๋าบนโต๊ะ \"ห้า ห้า อีกแล้ว\" เจ้ามือหน้าง้ำประกาศท่ามกลางเสียงโห่ร้องของคนที่รอลุ้นอยู่ใกล้ ๆ
ว่ากันว่าเทพธิดาแห่งโชคได้ประทานพรให้พวกโอเกอร์มีโชคลาภ หากปราศจากพรนี้แล้ว พวกมันคงโง่เขลาเกินกว่าจะดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้ แต่โรงบ่อนแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องการเอาเปรียบจากโอกาสในการเสี่ยงโชค เพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์ โดยคิดว่าได้ถ่วงน้ำหนักลูกเต๋าไว้มากพอจนกระทั่งชื่อเสียงด้านโชคลาภของโอเกอร์จะช่วยอะไรไม่ได้เลย ก็ดูสิ ทอยลูกเต๋าสิบรอบไปแล้ว สิบรอบนะ... ทุกรอบลงเอยที่ ห้า ห้า หมด
แต่เนื่องจากแอกกรอนมีสองหัวแทนที่จะมีหัวเดียวตามปกติ เขาจึงมีโชคเป็น 2 เท่าของโอเกอร์ส่วนใหญ่ สองหัวที่เขามีอยู่ยังหมายถึงพลังสมอง 2 เท่าด้วย เขาฉลาดที่สุดในเผ่าพันธุ์ จึงนับได้ว่าเขาฉลาดพอ ๆ กับมนุษย์ที่เจ้าจะไม่ไว้ใจให้อยู่ใกล้อาหารร้อน ๆ
ข้าเดินตามแอกกรอนออกไปข้างนอกที่ซึ่งเขาตรวจดูเจ้าฟล็อกฮาร์ต สัตว์ขี่ของเขา
หัวหนึ่งของแอกกรอนบอกข้าว่าแม่ของเขาเป็นโอเกอร์ชื่อ \"โอเกอร์\" ส่วนอีกหัวหนึ่งบอกว่าพ่อของเขาเป็นโอเกอร์ชื่อ \"โอเกอร์ ดิโอเกอร์\" ครอบครัวของเขาเคยทำฟาร์มซากศพและอยู่ในสภาพใกล้จะอดตาย จนกระทั่งแอกกรอนถือกำเนิด และโชคชะตาของครอบครัวก็พลิกผันไปในทางที่ดีขึ้น
ตอนนี้แอกกรอนเดินทางไปทั่วโลก พร้อมความหวังที่จะแบ่งปันโชคลาภของตนให้แก่ใครก็ตามที่เขาเรียกว่าเพื่อน แล้วคนที่เขาไม่เรียกว่าเพื่อนล่ะจะว่าไง?
\"เอาล่ะ พวกที่ไม่มีโชคดี ข้าจะมอบสิ่งที่ข้าเรียกว่า...\" หัวหนึ่งพูด ก่อนที่อีกหัวหนึ่งจะต่อประโยคให้จบด้วยคำพูดที่แสดงถึงความเอื้อเฟื้อตามประสาโอเกอร์ว่า \"...โชคไม่ดี\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_84_OgreMagi_LocHeroName" "โอเกอร์เมไจ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_85_Undying_LocFieldNotes" "กลุ่มควันหนาทึบสีดำที่พวยพุ่งอยู่นำพาข้าไปถึงทุ่งโล่งแสนแห้งแล้งในบลีดดิงฮิลส์ ที่ซึ่งวัยรุ่นมอมแมมคนหนึ่งกำลังโยนศพที่โดนกินไปแล้วครึ่งหนึ่งลงในกองไฟขนาดใหญ่ที่ลุกโชติช่วงอยู่ ทั้ง ๆ ที่มีซากศพกองพะเนินอยู่แล้ว ภาพที่เห็นยังน่ารังเกียจน้อยกว่ากลิ่นเหม็นที่คละคลุ้งไปทั่ว
เขาจ้องมองข้าด้วยสายตาที่บอกถึงความคลางแคลงใจ เหมือนกับที่เจ้าจะมองหากเผ่าชนเร่ร่อนของเจ้าเพิ่งถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมโดยไม่รู้ตัว แต่ในที่สุด หนุ่มน้อยคนนั้นก็เดินมาหาข้า อาจะเป็นเพราะต้องการเวลาพักจากการลากศพนับไม่ถ้วนก็ได้
\"ทั้ง... หมดนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีใครรู้ล่วงหน้า ในยามวิกาล\" เสียงของเขาเบากว่าเสียงกระซิบเสียอีก \"เราทุกคนได้ยินเสียงฮัมเบา ๆ น่าขนลุกจริง ๆ ข้าน่ะเหรอ? ข้าวิ่งหนีเอาตัวรอด\"
หนุ่มน้อยเล่าเสริมว่า ซากศพในกองไฟนั่นคือคนที่ยืนหยัดต่อสู้
\"เขายกมือขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วหินก้อนนี้ก็ผุดพรวดขึ้นมาจากดิน พร้อมกับพาเอาพวกซอมบี้มาด้วย พวกมันหิวโหย กระหายที่จะกินเผ่าพันธุ์ของเรา\"
ข้าเคยได้ยินเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาเกี่ยวกับอันดายอิงที่ทำลายล้างหมู่บ้านและค่ายพักแรมแบบนี้มาก่อน ปัญหาคือ ยากที่จะหาใครสักคนที่รอดชีวิตมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังได้
\"ตอนนี้ข้าต้องเผาครอบครัวของข้าเอง\" หนุ่มน้อยคนนั้นพยายามกลั้นสะอื้นไว้แต่ก็ทำไม่ได้ \"ข้าไม่อยากให้พวกเขากลับมาเป็นแบบพวกนั้น\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_85_Undying_LocHeroName" "อันดายอิง"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_86_Rubick_LocFieldNotes" "\"จอมเวทประจำเมืองเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่เหล่านักเวทจะได้รับเกียรติสูงสุด\" อิลวิน คาลาเดรียน โอ้อวด พลางผายมือไปยังห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยตำราปกหนัง ลูกนิมิตฝังทอง บีกเกอร์แก้วคริสตัล และวัตถุอาคมอันวิจิตรงดงามอื่น ๆ
ว่ากันว่าคาลาเดรียนได้รับตำแหน่งจอมเวทประจำเมืองของสโตนฮอลล์มาด้วยการศึกษาและฝึกฝนมากมายหลายสิบปี ยิ่งไปกว่านั้น เขาคือผู้รอดชีวิตจากสิ่งที่ผู้คนในวงการเวทมนตร์เรียกกันสั้น ๆ ว่ามหาภัยพิบัติ ไม่มีใครเคยกล้าท้าทายนักเวททั้งสมาคมได้ ไม่มีใครโง่เขลาถึงขนาดนั้น แต่เมื่อรูบิกกล้าที่จะทำเช่นนั้น เขาก็เกือบจะสร้างจุดจบให้โลกเวทมนตร์
\"รูบิกยื่นคำท้า\" เขาส่ายหน้า \"เขาท้าทายพวกเราทุกคน และไม่มีพลังใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่ากองทัพนักเวทที่ทำงานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน\"
นั่นเป็นเพียงทฤษฎีเสียมากกว่า เหล่านักเวทตั้งใจจะออกไปนองเลือด แต่สุดท้ายกลับต้องหลั่งเลือดของตัวเอง ทุกคาถาที่พวกเขาใช้ รูบิกตอบกลับได้เสมอ และบ่อยครั้งการตอบกลับก็เป็นคาถาที่นักเวทคนอื่นเพิ่งจะใช้ไป
\"คาถาที่ต้องใช้เวลาหลายปีในการเรียนรู้ เขาก็ทำซ้ำได้อย่างไม่ลังเล ราวกับกำลังเล่นเกมของเด็ก\" คาลาเดรียนพูดละล่ำละลัก \"พวกเราบางคนคลานหนีออกมาได้ แต่เป็นเพราะเขาเบื่อที่จะฆ่าพวกเราต่างหาก
\"ข้าหวังว่าเขาจะเบื่อต่อไป\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_86_Rubick_LocHeroName" "รูบิก"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_87_Disruptor_LocFieldNotes" "เสียงทรายสีแดงที่ดังกรอบแกรบอยู่ใต้เท้าของข้าประสานกับเสียงแปลบปลาบของจากพายุบนท้องฟ้า เหนือที่ราบอันรกร้างของที่ราบสูงดรูด
มีกิ้งก่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งเดินอยู่ข้าง ๆ ข้า บนหลังของมันมีดิสรัปเตอร์ขี่อยู่ เขาตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับโอกลอดีคนอื่น ๆ แต่เขาถือไม้ท่อนใหญ่ หรือจะว่ากันจริง ๆ เรียกว่าเสาต้นใหญ่จะดีกว่า เสานั้นเต็มไปด้วยพลังไฟฟ้าที่ดิสรัปเตอร์ใช้บังคับกระแสไฟฟ้า ข้าพยายามเดินให้ทันเขา ขณะที่เขาลาดตระเวนรอบ ๆ บริเวณนั้น
\"พวกข้าพยายามศึกษาการก่อตัวของพายุมาหลายชั่วอายุคน\" เขากล่าวถึงชนเผ่าเร่ร่อนโอกลอดี ซึ่งถูกขับไล่ออกจากบ้านเกิดเมืองนอน และต้องร่อนเร่อยู่ในทะเลทรายตั้งแต่นั้นมา คนเรามักจะใส่ใจเกี่ยวกับสภาพอากาศมากขึ้นเมื่อต้องอาศัยอยู่ข้างนอก
\"เรารู้ดีว่าสภาพอากาศอาจก่อให้เกิดอันตรายได้มากแค่ไหน เราถึงให้ความเคารพอย่างที่อากาศควรจะได้รับ และมันจึงตอบแทนเราโดยให้ความสามารถในการใช้มันทำงานให้เราได้\"
ลมกรรโชกวูบหนึ่งพัดผืนทรายมาโดนหน้าข้า แต่ดูเหมือนว่ามันจะอ้อมรอบ ๆ ตัวดิสรัปเตอร์
\"ข้าไม่ได้ทำนะ\" เขากล่าวขำ ๆ \"บางครั้งอากาศก็ขี้เล่นเหมือนกัน แต่อย่าห่วงเลย ถ้ามันโกรธเจ้าขึ้นมา เจ้าจะรู้แน่ ๆ\"
ลมอีกวูบพัดกระดาษที่ข้าเขียนบันทึกไว้ปลิวออกจากเป้ของข้า ข้าพยายามวิ่งเก็บ แต่ดิสรัปเตอร์ซึ่งกำลังลาดตระเวนอย่างแข็งขันรอข้าไม่ได้ แต่ให้คำแนะนำข้าแทน: \"ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าจะรีบหาที่กำบัง พายุกำลังจะมา\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_87_Disruptor_LocHeroName" "ดิสรัปเตอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_88_NyxAssassin_LocFieldNotes" "คำเตือนจากผู้ส่งสารนำพาข้าลงไปที่นั่น: \"อย่าอ้อยอิ่งอยู่ในอุโมงค์\" แน่นอนว่า ข้าอ้อยอิ่ง ตะเกียงของข้าส่องให้เห็นรอยตะเข็บควอตซ์ หินที่เปียกชื้น และแสงระยิบระยับจากยางเรซินที่หลั่งไหลออกมา ลมหายใจของข้าเองก็ดังเกินไป
เสียงขูดจากปีกแข็งดังมาก่อน แล้วความคิดที่ไม่ใช่ของข้าก็ผุดขึ้นมา หยุดก่อน มันฝังแน่นอยู่ในสมองส่วนลึกข้าจนข้าทำสมุดบันทึกหล่น
ร่างของเขาโผล่ออกมาจากความมืดมิด ระยางค์ทั้งแปด ก้ามคู่หน้าโค้งงอคล้ายกริช ขากรรไกรขยับราวกับกำลังลิ้มรสข้า กระดองเพรียวลมของเขาดูเหมือนจะถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์เดียว นั่นคือ จู่โจมใกล้ตัว โจมตีฉับพลัน และโจนทะยานจากไป
ดวงตาลุกโชนสองดวง แผ่รัศมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่คมกริบจนรู้สึกเหมือนมีใบมีดกดนาบอยู่ระหว่างซี่โครง ข้ารู้สึกเหมือนโดนหยั่งเชิงว่าเป็นเหยื่อที่คู่ควรหรือไม่ หรือเพียงแค่เป็นเศษเนื้อนุ่มลิ้นสีชมพู ความคิดนั้นยิ่งหนักอึ้งขึ้นไปอีก จดจำเรื่องราวของข้าไว้เถิด อาลักษณ์ พญาราชินีเลือกแมลงตัวนี้ มีเพียงแมลงตัวนี้เท่านั้นที่รอดพ้นจากพิธีกรรมมาได้ และถือกำเนิดใหม่ ดาบอันคมกริบที่สุดของเธอ เจตจำนงของเธอในกายเนื้อ นิกซ์
ข้าไม่ยอมกะพริบตาจนกว่าร่างนั้นจางหายไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นเหม็นฉุนและเสียงสะท้อนเจตจำนง ตอนนี้ข้ารีบจารึกอย่างรวดเร็ว ไม่แน่ใจว่าถ้อยคำเหล่านี้เป็นของข้า หรือของเขา... หรือของนาง "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_88_NyxAssassin_LocHeroName" "นิกซ์แอสซาสซิน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_89_NagaSiren_LocFieldNotes" "ทะเลทรายอันแห้งแล้งของซินทิลแลนต์เวสต์เป็นที่ที่แปลกที่จะเจอโจรสลัด แต่แหล่งข่าวของข้าบอกว่าข้าจะเจอกริมสต็อก กะลาสีเรือกระโชกโฮกฮากมากประสบการณ์ได้ที่นี่ ข้าเห็นเขากำลังหัวเราะลั่นอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งที่แบกน้ำหนักเหยือกเบียร์ที่ดื่มหมดแล้วจำนวนมาก ในโรงเตี๊ยมโกโรโกโสชื่อเดอะแคเมิลส์เฮด นอกเมืองคาลดิน แต่พอข้าถามเขาเกี่ยวกับนาง เขาก็สร่างเมาทันที
\"ข้าเฝ้ายามอยู่ในท้องเรือเรดคัตลาสของเรา ตอนที่ได้ยินเสียงกรีดแหลมโหยหวน\" เขาเล่า \"ข้ายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก เออ ก็เพราะกลัวนั่นแหละ แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น แล้วนางก็โผล่มา
\"นางเลื้อยผ่านข้าไป และจ้องตาข้าเขม็งอย่างเกลียดชังอย่างที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่เคยเห็นอีกเลย เลื้อยผ่านของที่เราปล้นมา ตรวจดูทุกแก้ว ทุกจอก ทุกถ้วย
\"ข้าเดาว่านางคงหาสิ่งที่ต้องการไม่พบ ก็เลยเลื้อยกลับลงทะเลไปแบบไม่มีสุ้มมีเสียง\" เขาตัวสั่น
เขาบอกว่าเพื่อนลูกเรือของเขาก็ยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงกันบ้าง
\"ข้ารู้แต่ว่า หัวเด็ดตีนขาดข้าก็จะไม่กลับไปใกล้ทะเลตรงนั้นอีก\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_89_NagaSiren_LocHeroName" "นากาไซเรน"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_8_Juggernaut_LocFieldNotes" "สนามรบใกล้เชิงเขาคันทูซาเต็มไปด้วยศพมากมาย อีกทั้งยังเต็มไปด้วยศีรษะที่เคยติดอยู่กับร่างศพเหล่านั้น เยอร์เนโรยืนหยัดอยู่ท่ามกลางกองศพ
เขาพุ่งตัวและแทงดาบใหญ่ของเขาทะลุศัตรูอีกรายหนึ่ง เท้าของเขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วทั้งสอดประสานและสวนทางกับแขนของเขาขณะฟันทะลุศัตรู ราวกับได้เห็นสายน้ำที่เคลื่อนไหว สายน้ำที่สามารถผ่าคนออกเป็นสองซีกได้
ในที่สุด ศัตรูคนสุดท้ายของเขาก็ล้มลง (ส่วนบางคนก็หนีไป ซึ่งทำให้จักเกอร์น็อตรู้สึกขยะแขยงเป็นอย่างมาก) ดวงตาของเขาเปล่งประกายออกมาจากใต้หน้ากากเมื่อได้จ้องมองดูเหตุนองเลือดที่เขาเป็นผู้ลงมือ
\"วันนี้เป็นวันที่ดี\" เขาพูดอย่างเคร่งขรึม \"เป็นวันที่ดีสำหรับข้า แต่ดียิ่งกว่าสำหรับผู้ที่ตายอย่างสมเกียรติที่นี่\"
ข้าถามเขาว่าเขาเสียใจหรือไม่ที่ถูกเนรเทศออกจากเกาะแก่งแห่งหน้ากาก หรือที่เกาะล่มสลายในเวลาต่อมาทำให้เขาเป็นผู้เหลือรอดคนสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ พร้อมกับภาวนาว่าเขาจะไม่โกรธเคือง โชคดีที่เขาไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น
\"ไม่มีเวลาสำหรับความเศร้าโศก\" เขาแนะนำ \"เมื่อยังมีการต่อสู้ที่ต้องชนะเหลืออยู่\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_8_Juggernaut_LocHeroName" "จักเกอร์น็อต"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_90_KeeperoftheLight_LocFieldNotes" "ข้าเจอเขาตอนรุ่งอรุณ ขณะที่เขาคุกเข่าข้างกองไฟที่ใกล้มอดแล้ว ลุ้นน้ำในกาให้เดือดเร็ว ๆ ดั่งใจอยาก เขามีท่าทีเหมือนคนพเนจรวัยดึกคนหนึ่ง—อ่อนแอ สวมเสื้อผ้าหลายชั้นกันหนาว บ่นพึมพำตามประสา ม้าของเขาส่งเสียงร้องอย่างกลัว ๆ
\"อย่าหลงกลไอ้เฒ่าเอซาลอร์นะ\" นักดักสัตว์คนหนึ่งตักเตือนไว้ \"มันชอบทำตัวเหมือนคนแก่ขี้บ่นคนหนึ่งที่เดินโยกเยก ข้าเจอมันตอนหลงทางในคืนที่ฟ้าไร้ดาว แล้วจู่ ๆ ดาวเหนือก็สว่างวาบราวกับโคมไฟ\"
แน่นอนว่า ชายชราดูไม่มีพิษสงอะไร ไม้เท้าของเขาวางพิงก้อนหินอยู่ เปล่งประกายเล็กน้อยผิดกับไม้เท้าอื่น ๆ เขาบ่นพึมพำอะไรแปลก ๆ เกี่ยวกับ \"แสงแรก\" และบ่นว่าแสงแรกยามรุ่งอรุณเคย \"สาดส่องเร็วกว่านี้\" แล้วก็หัวเราะหึ ๆ เหมือนกับว่ากำลังเล่นมุกตลกวงในกับจักรวาล
\"โอ้ สวัสดี\" เขาทักทายขณะที่ข้าเดินเข้าใกล้ แล้วชี้ไปทางที่พระอาทิตย์ขึ้น \"สวยเนอะ? ไม่เลวเลย ถ้าให้ข้าออกความเห็นนะ\" ม้าพ่นลมหายใจแรง ๆ
กาต้มน้ำส่งเสียงหวีด เฒ่าเอซาลอร์เทชาให้ด้วยมืออันสั่นเทา ดูเหมือนกองไฟลุกโพลงขึ้น ข้าจิบน้ำชาพร้อมบอกตัวเองว่ามันเป็นแค่แสงแดดตอนเช้าเท่านั้น แต่ลึกลงไปในใจ ข้ารู้สึกเหมือนว่าตอนนั้นตัวเองไม่ได้นั่งอยู่กับคนเลย แต่นั่งอยู่กับอะไรบางอย่างที่จดจำกาลเวลาครั้งที่อรุณกาลยังเป็นแนวคิดใหม่เอี่ยมที่ไม่เคยพานพบ "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_90_KeeperoftheLight_LocHeroName" "คีปเปอร์ออฟเดอะไลต์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_91_Io_LocFieldNotes" "ภายใต้ผืนฟ้า ที่ราบลุ่มแห่งนั้นยาวเหยียดไม่ขาดตอนเป็นแนวสีขาวโพลนที่กว้างใหญ่จนดูแล้วแสบตา อากาศมีรสชาติแสบซ่าเหมือนเกลือ ว่ากันว่าไอโออยู่กับเราทุกหนทุกแห่ง แต่มีข่าวลือว่าสามารถมองเห็นได้ที่นี่ เสียงฮัมเบา ๆ ดังเป็นจังหวะรอบตัวข้า ราวกับเสียงหัวใจเต้น จากนั้นวิญญาณโขมดตนนั้นก็ลอยเข้ามาในสายตา
ไม่ว่าไอโอจะเป็นอะไรก็ตาม มันเก่าแก่กว่ากาลเวลา นับประสาอะไรกับภาษา คนที่เคยพบมันมาก่อนบอกว่ามัน \"พูด\" โดยอาศัยความร่วมแรงร่วมใจและโทนประสานเสียงเท่านั้น \"บางครั้งมันก็ร้องเพลง\" ชนเร่ร่อนคนหนึ่งบอกข้า \"คีย์เมเจอร์หมายความว่ามันชอบเจ้า เสียงประสานที่ไม่กลมกลืนกันหมายความว่า...เผ่นเร็ว\"
ข้ารู้สึกโง่เขลา จึงถามว่ามันมาจากไหน โน้ตตัวที่สามเมเจอร์ส่งเสียงเพราะพริ้งรอบทิศทาง เป็นท่าทางแทนคำตอบว่าอยู่ทุกหนแห่งหรือเปล่า? พอข้าถามถึงเหตุผลที่มันผูกสัมพันธ์กับบางคน แต่กลับไม่แยแสคนอื่น ๆ เสียงคีย์ไมเนอร์ที่เจ็ดลอยมาให้ได้ยินแผ่ว ๆ คล้ายไม่แน่ใจ ราวกับตอบด้วยท่าทียักไหล่
ในที่สุดไอโอก็ควงสว่านเป็นเกลียวลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า กระจายแสงจาง ๆ ออกไป ข้าจ้องดูสมุดบันทึกของข้า ไม่แน่ใจว่าข้าเกือบเกิดความหยั่งรู้ถึงพลังจักรวาลแล้ว หรือข้าแค่เตรียมพร้อมที่จะสัมภาษณ์ตัวเอง "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_91_Io_LocHeroName" "ไอโอ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_92_Visage_LocFieldNotes" "ณ บ้านพักผู้ป่วยแห่งหนึ่งในเฮาพท์ชทัดท์ ข้าได้พบกับจอมเกเรชื่อราฟซึ่งดูเหมือนว่าเคยไปเยือนนรกอเวจีมาแล้ว ปรากฏว่าเขาเคยไป ๆ มา ๆ จริงถึง 7 ครั้ง
ตามหลักการแล้ว เขาตายไปเพียงครั้งเดียว — ขณะยังเมาค้างอยู่ กางเกงหลุดมาถึงครึ่งเข่า พลัดตกจากระเบียงโรงโสเภณี — และพบตัวเองอยู่ในแนโรว์เมซซึ่งเป็นทางเดินคดเคี้ยวที่มีการคัดสรรดวงวิญญาณ
\"แต่ข้าพบทางออก\" เขากระซิบพร้อมเอนตัวเข้ามา \"ข้าไม่บอกหรอกว่าที่ไหน เพราะพวกนั้นจะก่ออิฐปิดทางเท่านั้น\"
ทุกครั้งที่มีการแหกคุกจากแนโรว์เมซก็จะปล่อยตัวนักล่าดวงวิญญาณ ซึ่งเป็นการ์กอยล์เจ้าของนามวิซิดจ์ให้ออกไปพร้อมภารกิจในการไล่ล่าพวกที่หลบหนีแล้วจับกลับมา
\"ปีกศิลาที่ทุบตีได้ กรงเล็บละม้ายสิ่ว\" ราฟกล่าว โดยมีทีท่าของคนที่เคยได้ยินเสียงทุบตีและโดนทุบตีมาก่อน ราฟลองที่หลบซ่อนทุกแห่งเท่าที่คิดออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมหาสมุทร (\"หินย่อมจมน้ำ\") ป่า (\"ปีกย่อมติดกิ่งก้าน\") แม้กระทั่งโบสถ์ (\"ควรรออยู่บนหลังคาใช่ไหม\") ล้วนใช้ไม่ได้ผลสักอย่าง
\"ตอนนี้ข้าอยู่ที่นี่\" เขากล่าว ชี้มือชี้ไม้ไปยังเพื่อนร่วมห้องที่สังขารโรยราและอ่อนแรง (และเผื่อว่า เพิ่งตายไป) รอบ ๆ บ้านพักผู้ป่วย \"กะว่า เจ้านั่นไม่ทันสังเกตเห็นข้าท่ามกลางกลุ่มคนที่ตายไปแล้วครึ่งตัว\"
ทำไมถึงต้องวิ่งหนีกันขนาดนี้? ราฟยักไหล่ \"ถ้าเจ้าเห็นว่าอะไรรออยู่อีกฝั่งหนึ่ง เจ้าก็จะวิ่งเหมือนกันแหละ แม้ว่าเจ้าตัวหินนั่นจะลากเจ้ากลับไปเสมอ\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_92_Visage_LocHeroName" "วิซิดจ์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_93_Slark_LocFieldNotes" "\"คนส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสลาร์กก่ออาชญากรรมอะไรไปบ้าง\" เป็นคำกล่าวของผู้พิทักษ์สลิทเธอรีนที่ยอมคุยกับข้าโดยมีเงื่อนไขว่าห้ามระบุชื่อเสียงเรียงนาม \"ส่วนคนที่รู้เรื่องดีก็บอกว่า มันเป็นเรื่องน่ากลัวเกินกว่าที่จะพูดถึง\"
ตอนนั้นเรานั่งอยู่ในซากโรงเตี๊ยมเก่า ๆ ท่ามกลางซากปรักหักพังของเมืองเชดชอร์ แม้ว่าผู้พิทักษ์สลิทเธอรีนดูน่าเกรงขามและหาญกล้า แต่กลับสะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงอะไรดังกรอบแกรบ
\"เขาไม่เหมือนเรา\" ตัวเขาสั่นหน่อย ๆ \"เรามีอำนาจก็จริง แต่เขามีความชั่วโฉดโหดร้าย และเจ้าเล่ห์\"
นานนับปีมาแล้วที่ความอาฆาตแค้นของสลาร์กออกไปสำแดงเดชไม่ได้ เขาถูกคุมขังอยู่ในดาร์กรีฟซึ่งเป็นคุกจมน้ำแต่แข็งแกร่ง มีเพียงความหวังเท่านั้นที่แทรกซึมเข้าไปได้ แต่ไม่มีนักโทษหน้าไหนแหกคุกออกไปได้ นั่นคือไม่มีใครเลย จนกระทั่งสลาร์กนี่แหละที่ทำได้ เขาเคยแหกคุกมาแล้วครั้งหนึ่งและแทบไม่มีใครหยุดยั้งได้ เขาโดนจำคุกถึงครึ่งชีวิตก่อนที่จะมีโอกาสแหกคุกครั้งถัดไป โดยร่วมมือกับนักโทษอีกหลายสิบคน
\"ข้าไม่คิดว่าเขาเข้าร่วมเพราะมีวางแผนไว้ดี\" ยามคนนั้นกล่าว \"เขาวางแผนของตัวเองไว้แล้ว และใช้แผนของนักโทษคนอื่นเป็นแผนลวง เขารู้ว่าแผนของพวกนั้นจะล้มเหลว\" เขาคิดว่างั้น \"เขาอาจมีเหตุผลก็ได้\"
\"ข้าไม่รู้ว่าไอ้พยาธิน้อยจอมชั่วนั่นทำอะไรไว้ถึงโดนจับมาขังไว้ที่นี่\" เขากล่าว \"แต่ถ้าข้าต้องติดคุก แล้วมีคนแหกคุก\" เขาพูดต่อ \"เจ้านั่นก็จะเป็นคนที่ข้ายอมหนีตาม\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_93_Slark_LocHeroName" "สลาร์ก"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_94_Medusa_LocFieldNotes" "จัตุรัสกลางเมืองโชลคาสต์ เต็มไปด้วยรูปปั้นที่บ่งบอกถึงอดีตอันรุ่งโรจน์ ทว่าหากเจ้าพินิจพิเคราะห์ให้ดี ก็จะเห็นว่ารูปปั้นเหล่านี้ไม่ใช่การเฉลิมฉลองบุคคลสำคัญจากอดีตสมัยที่ผ่านมา แต่แสดงให้เห็นถึงเมืองที่ตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก
คณะละครเร่กลุ่มหนึ่งมาถึงแล้ว พร้อมนำละครใบ้เกี่ยวกับตำนานของเหล่าอสูรกอร์กอนมาแสดง ซึ่งไม่ต่างจากละครใบ้ส่วนใหญ่ คือเป็นเรื่องล้อเลียน เบาสมอง แต่เมดูซา อสูรกอร์กอนไม่มีอารมณ์ขันให้เรื่องล้อเลียน
\"คณะละครเร่มีกำหนดการแสดงนานหนึ่งสัปดาห์ จากนั้นนักแสดงทั้งหลายก็จะเดินทางต่อไป\" ลูเธอร์ การ์ริก นายกเทศมนตรีคนใหม่ของเมืองกล่าว \"แต่ข้าเดาว่าผลงานการแสดงเป็นที่โจษขานไปทั่วว่าตลกสุดฮา และเต็มไปด้วยมุกตลกร้าย ชาวบ้านไม่เคยได้ดูเรื่องตลกขบขันเกี่ยวกับเหล่าอสูรกอร์กอนในที่สาธารณะแบบนั้นมาก่อน เลยกลายเป็นเรื่องฮิตติดตลาดไปเลย
\"แต่เมดูซามาปรากฏตัวในวันที่สาม\"
นานมาแล้ว พี่สาวของเมดูซาถูกลักพาตัวไปเพราะความไฉไลและความอมตะของพวกนาง ส่วนตัวเธอเองก็ได้สละรูปโฉมเพริศพริ้งของตัวเอง เพื่อแลกกับเครื่องมือที่ใช้ล้างแค้น เธอเลื้อยลอดเข้าไปในโชลคาสต์และร่ายเหลือบศิลาใส่นักแสดงละครหลายคน จากนั้นเธอก็หันไปหาฝูงชนที่กำลังหัวเราะร่วนกับละครบนเวทีตรงหน้า
บัดนี้ รูปปั้นทั้งหลายยังคงตั้งประดับอยู่ในจัตุรัสกลางเมือง หนักเกินไปที่จะย้ายออกจากเวที จึงทำหน้าที่เสมือนคำเตือนให้นักแสดงหน้าใหม่พึงสังวรว่า \"อย่าล้อเลียนเหล่าอสูรกอร์กอนหากคุณน้อมรับคำวิจารณ์ไม่ได้\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_94_Medusa_LocHeroName" "เมดูซา"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_95_TrollWarlord_LocFieldNotes" "เหล่าโทรลอิดออดที่จะพูดถึงจาห์ราคาล เจ้าของฉายาโทรลวอร์ลอร์ด ชั่วเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ล่อแหลมหลังจากที่ข้ามาถึงค่ายแสนทรุดโทรมของพวกนั้น ดูเหมือนมีแนวโน้มว่าพวกมันพร้อมจะสังหารข้ามากกว่าอยากเจรจาด้วย แต่ในที่สุด พวกนั้นก็มีจิตเมตตาขึ้นมานิดหน่อย
\"เราทนเจ้าหมอนั่นไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เราคือโทรล—เราอดทนมาเยอะแล้ว\" โทรลตัวหนึ่งพยักหน้าแบบมีเลศนัยไปทางพ่อครัวประจำค่ายของตน ซึ่งกำลังถ่มน้ำลายลงในสตูว์ที่ตุ๋นให้เผ่าโทรลกิน
โทรลในวงสนทนาผลัดกันใช้คำสบถเพื่อเรียกจาห์ราคาลก่อนที่จะเข้าถึงแก่นแท้ของเรื่องในที่สุด
\"มันขโมยส่วนแบ่งข้าวของที่ลูกพี่ลูกน้องของข้าแย่งชิงมา ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ช่วยต่อสู้อะไรเลย\" โทรลตัวใหญ่กำยำพูดจนน้ำลายแตกฟอง \"เราเลยโยนมันออกจากค่ายไปแล้ว\"
แต่จาห์ราคาลไม่ยอมรับที่ตัวเองโดนอัปเปหิออกจากค่าย เขาจึงย้อนกลับมาในวันรุ่งขึ้น พร้อมวาดลวดลายกวัดแกว่งขวานในมือ
\"ไอ้สารเลวมันฆ่าลูกพี่ลูกน้องของฉันตาย\" โทรลตัวนั้นเล่า \"มันกับพรรคพวกอีกราว 20 คน ใช้กำลังทำร้ายพวกเราอย่างบ้าคลั่ง
\"ถ้ามันมาที่นี่อีกเมื่อไหร่ เราก็พร้อมที่จะใช้มีดสับกะโหลกมันทันที\" หัวหน้าเผ่าโทรลพูดเสริมก่อนที่จะลดเสียงให้เบาลง
\"เอ่อ ถ้าเจ้าเห็นมัน อย่าบอกมันนะว่าข้าพูดอย่างนั้น\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_95_TrollWarlord_LocHeroName" "โทรลวอร์ลอร์ด"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_96_Centaur_LocFieldNotes" "โรงเตี๊ยมแห่งนี้มักแน่นขนัดไปด้วยผู้คนในคืนที่มีศึกชิงแชมป์ที่โอเมกซ์ คืนนี้ก็เหมือนกัน ทุกคนต่างพูดถึงศึกชิงแชมป์นัดสำคัญ แต่ไม่ใช่ศึกใหญ่ในคืนนี้ เป็นศึกชิงแชมป์ในอีกหนึ่งปีให้หลัง และยังคงรู้สึกเหมือนเป็นศึกชิงแชมป์ครั้งเดียวที่คู่ควรกับการพูดถึง
วันที่วอร์รันเนอร์กลับคืนสู่โอเมกซ์ในฐานะวีรบุรุษผู้พิชิต
แต่สังเวียนต่อสู้ไม่เคยอ้อยอิ่งกับการอวยยศให้กับอดีตแชมป์ และไม่มีอะไรที่นักสู้รุ่นใหม่ไฟแรงกระหายชัยชนะต้องการมากไปกว่าการพิชิตวีรบุรุษผู้พิชิต
เป็นเวลาหลายเดือนที่เจ้ามือรับพนันได้ทาบทามนักชกดาวรุ่งที่ชื่อทาลานักซ์ให้เป็นเต็งหนึ่งในการเดิมพันทุกนัด เท่าที่ผ่านมา ดาวรุ่งดวงนี้ยังไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง และเมื่อวอร์รันเนอร์ทำเสียงฮึดฮัดพร้อมกระทืบกีบเท้าของตนขณะรับคำท้าของทาลานักซ์ ชายหนุ่มผู้มีพลังกายกว่าพลังสมองคนนี้กลับมองข้ามสัญญาณเตือนที่ได้รับ
งานศพของทาลานักซ์มีผู้คนไปร่วมงานบางตา เขาทำให้แฟน ๆ จำนวนมากเสียพนันจนหมดตัวไปกับศึกชิงแชมป์ครั้งนั้น
วอร์รันเนอร์ประกาศกร้าวว่าเขายินดีที่จะกลับไปเยือนโอเมกซ์เสมอ เพื่อสังหารใครก็ตามที่ต้องการท้าชิงเข็มขัดแชมป์ของเขา \"และข้าก็คงจะค่อย ๆ ทำไปตามสบายไม่รีบร้อน\" พร้อมให้เหตุผลเสริมว่า \"เพื่อให้คุ้มกับที่ต้องเดินทาง\" เท่าที่ผ่านมา ทุกคนที่คิดว่าตัวเองมีโอกาสชิงแชมป์ได้ ก็ดีแต่คิดไว้ในใจเท่านั้น "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_96_Centaur_LocHeroName" "เซนทอร์วอร์รันเนอร์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_97_Magnus_LocFieldNotes" "แวร์ อัมเบอร์คลอธ นักล่าและนายพรานเถื่อนคนสุดท้ายในตระกูลเก่าแก่ กำลังดึงกระต่ายออกจากกับดัก เรากำลังเดินขึ้นลงภูเขาเจอร์ลักพร้อมตรวจดูกับดักของเขาขณะที่เขาพูดว่า
\"กระต่ายหรือตัวอะไรก็เก็บได้หมด\" เขาพูดยานคาง \"แต่ถ้าได้แมกโนเซรอยก็ถือเป็นรางวัลสุดยอดเลย\"
พ่อของเขาคือ เคเลอร์ อัมเบอร์คลอธ ได้รับการยกย่องว่าเป็นพรานเถื่อนชั้นเซียน ซึ่งก็ไม่โด่งดังเท่าไหร่สำหรับคนนอกแวดวงพรานเถื่อน เคเลอร์ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่ครั้งที่แวร์ยังเป็นแค่เด็กชายอายุ 12 ขวบว่า จะดักจับเจ้าสัตว์ยักษ์นั่นให้ได้สักตัว ลำพังแค่เขาแม่เหล็กของมันอย่างเดียวก็จะทำให้พ่อของเขามีเงินมากพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวได้หลายปี
แต่เมื่อภูเขาเจอร์ลักปะทุแล้วพ่นไฟเหลวกับเถ้าภูเขาไฟออกมาครอบคลุมระยะทางหลายไมล์แมกโนเซรอยที่ไม่ได้ล้มตายไปกับภัยพิบัติครั้งนี้ก็อพยพขึ้นเหนือกันไปหมด ทุกตัว ยกเว้นแค่แมกนัส ทว่าเคเลอร์ก็ไม่มีแม้กระทั่งเวลาที่จะลับเหลาหอกให้พร้อมก่อนที่พลังลึกลับบางอย่างจะดึงเขาเข้าหาเจ้าสัตว์ร้ายนั่น แวร์จับตาดูจากซุ้มพรางตัวล่าสัตว์ขณะที่เขาของแมกนัสเสียบเข้ากลางตัวผู้เป็นพ่อ
\"รางวัลสุดยอด\" แวร์พึมพำขณะที่ดึงสุนัขจิ้งจอกออกมาจากกับดักเกรอะสนิม \"แต่มันไม่คุ้มกับที่เสียไปหรอก\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_97_Magnus_LocHeroName" "แมกนัส"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_98_Timbersaw_LocFieldNotes" "ข้าเดินตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่โค่นล้มลง ผ่านป่าตะวันตก โดยปกติแล้ว เมื่อคนเลื่อยไม้ซุงเสร็จ ก็จะลากไม้กลับไปด้วย แต่ที่นี่ ท่อนซุงวางระเกะระกะเกลื่อนไปหมด ไม่ผิดกับร่างผู้เสียชีวิตในสมรภูมิรบ ซึ่งบอกข้าสองอย่าง: ข้าได้พบริซแซรกแล้ว และข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพจิตของเขาอาจเป็นเรื่องจริง
เมื่อข้าเข้าใกล้ ข้าก็เริ่มได้ยินเสียงเลื่อยโลหะกรีดลงบนไม้ซุง อากาศบริสุทธิ์ในป่ามีกลิ่นน้ำมันเครื่องเข้ามาแทนที่ ในบริเวณที่โล่งเตียนกลางป่านั่น ริซแซรกยืนหัวเราะเสียงก้องกังวานในชุดเกราะหุ่นยนต์ของเขา
เขามีทีท่าวิปริต แถมยังดูเหมือนอัดแน่นไปด้วยความเกลียดชังปนกับความบ้าคลั่งแบบครึ่งต่อครึ่ง ตอนนั้นเขาไม่ได้ตัดไม้ซุง เพียงแค่ตัดเฉือนด้วยเลื่อยวงเดือนที่ติดอยู่บนแขนชุดเกราะของเขา ขณะที่กิ่งก้านร่วงหล่นอยู่นั้น ริซแซรกตะโกนด้วยคำหยาบไม่หยุดปากเกี่ยวกับพันธุ์ต้นกำเนิดของต้นไม้นั่น
เมื่อเขาตัดเสร็จแล้ว ข้าก็กระแอมให้ได้ยิน ริซแซรกหันกลับมาจ้องมองฉันอยู่พักหนึ่ง ริมฝีปากของเขาแสยะยิ้ม แล้วกระซิบว่า \"เจ้าเป็นต้นไม้หรือเปล่า\" "
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_98_Timbersaw_LocHeroName" "ทิมเบอร์ซอว์"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_999_CodexIntro_LocFieldNotes" "ข้อความเกริ่นนำ"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_999_CodexIntro_LocNonHeroName" "สารานุกรมฮีโร่"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_99_Bristleback_LocFieldNotes" "\"สิ่งที่ข้าจะบอกเจ้า - สิ่งที่ข้าบอกทุกคน - คือนั่นไม่ใช่การต่อสู้ที่ยุติธรรม\" ริกวาร์ลคำรามด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเขาไม่ยอมรับความขัดแย้ง \"ไอ้&%#ยำนั่นมันต่อยข้าทีเผลอน่ะซิ จะอะไรอีก\"
ตอนนั้นเรานั่งอยู่ในผับที่นยอร์ดฮาร์ธ (มันสกปรกโสโครกจนน่าขยะแขยงแม้พิจารณาตามมาตรฐานของนยอร์ดฮาร์ธเอง) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่นักสู้ริกวาร์ล — ซึ่งคนท้องถิ่นรู้จักกันในชื่อ \"บริสเซิลแบ็ก\" \"ไอ้ขี้เมา\" และ \"ไอ้ขี้เหล้าเจ้าโทสะระรานคนไม่เลิก\" — พบกับความปราชัยครั้งแรกของตน การกล่าวถึงการต่อสู้ทำให้บาร์เทนเดอร์ต้องเหลือบตามองอย่างประหม่า ลูกค้าที่มีท่าทีพิรุธและนั่งใกล้พอที่จะได้ยินหันไปคว้าเสื้อโค้ทมาสวมแล้วดอดออกไปนอกร้าน
\"ต่อยทีเผลอที่มันใช้ไม่ได้\" ริกวาร์ลคำรามก่อนหันหน้าไปขากก้อนเสลดสีเขียวลงบนพื้น (น่าขยะแขยงแม้พิจารณาตามมาตรฐานของก้อนเสลดสีเขียว) ดูเหมือนว่าไม่มีใครทำความสะอาดผับแห่งนี้มานานหลายเดือน กระนั้น เสลดกับน้ำลายก็ยังทำให้โสโครกยิ่งขึ้นได้
แน่นอนว่าบาร์เทนเดอร์รู้ดีเกินกว่าที่จะขอให้บริสเซิลแบ็กออกจากผับไป — ไม่ใช่ยามนี้ที่อารมณ์ของเขาคุกรุ่นแบบนี้ มีคนเคยลองฉาบปูนอุดรูบนผนังที่เกิดจากสองสามเหตุการณ์ที่ใครบางคนพยายามโยนริกวาร์ลออกไปแล้ว แต่ล้มเหลว โชคดีที่นักสู้ของเราตัดสินใจด้วยตัวเอง เขาฟาดเบียร์แก้วสุดท้ายที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นแก้วที่เท่าไหร่ แล้วยืนขึ้น
\"ช่าย ตอนนี้ข้าจะไปหาตัวไอ้สารเลวนั่น แล้วลงโทษมันให้สาสม\" เขาให้คำมั่นก่อนที่จะก้าวไปที่ประตู ชกประตูจนหลุดจากบานพับ แล้วหลบเร้นไปท่ามกลางบรรยากาศยามพลบค่ำที่หนาวเหน็บ
ข้าคอยติดตาม เพราะเชื่อว่าจะเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_99_Bristleback_LocHeroName" "บริสเซิลแบ็ก"
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_9_Mirana_LocFieldNotes" "ดอกบัวที่ลอยปริ่มในแอ่งน้ำอันนิ่งสงบ ลึกเข้าไปในป่าดงพงไพรไนต์ซิลเวอร์ เปล่งประกายสีเงินท่ามกลางแสงที่สาดส่องจากจันทร์ดวงใหญ่สองดวงที่แตกร้าวเป็นบางส่วนและลอยเรี่ยดิน
\"งดงามใช่ไหมล่ะ\" เสียงหนึ่งปลุกข้าให้ตื่นจากภวังค์ที่ข้าเองก็ไม่รู้ว่าติดอยู่ในนั้น
ข้าสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปเผชิญหน้ากับ มิรานา เจ้าหญิงจันทรา อิริยาบถอันสง่างามของเธอไม่ได้ช่วยให้ข้าคลายความกังวลลงได้เลย ส่วนใหญ่เป็นเพราะแมวตัวใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างต้นไม้ด้านหลังเธอ
\"ดอกไม้นั่นเป็นของเทพธิดาเซเลเมเนของข้า เจ้ามองดูได้ แต่อย่าแตะต้อง\" เจ้าหญิงทรงเตือน ข้ารู้เรื่องนี้ดี แต่ก็ไม่กล้าขัดจังหวะ
\"ถ้าเจ้าคิดจะเด็ดมาสักดอก...\" เสียงของเธอดังก้องแผ่วเบา
หญิงสาวร่างเล็กแต่กำยำปรากฏตัวขึ้นที่หลังดงไม้ทางซ้ายมือของข้า พร้อมเสียงผิวปากที่เยือกเย็นน่าสะพรึงกลัว
\"หม่อมฉันมาที่นี่เพื่อคุยกับท่านเท่านั้น\" ข้าพูดพลางโค้งคำนับเต็มที่
เธอส่งเสียงดุใส่กิริยาของข้า
\"ท่าทางแบบนี้เก็บไว้ใช้กับเทพธิดาเซเลเมเนเท่านั้น\" มิรานาพึมพำพาดพิงด้วยความเคารพ \"ป่าเหล่านี้เป็นของนาง ข้าเป็นเพียงผู้ดูแล\"
ข้าถามว่าเหตุใดเธอถึงยอมเอาชีวิตของตนในฐานะรัชทายาทผู้สืบบัลลังก์แห่งราชวงศ์โซลาร์ไปรับใช้ผู้อื่น ดูเหมือนเธอจะคิดว่านี่เป็นคำถามที่ไร้สาระ
\"ปราสาทและมงกุฎเป็นแค่เครื่องประดับเล็ก ๆ น้อย ๆ\" เธอกล่าว จากนั้นก็ผายมือไปยังพระสวามีของเธอ ทั้งที่เป็นแมวและมนุษย์ \"เรารับใช้เสียงสวรรค์จากพระเจ้า\""
"DOTA_VData_monster_hunter_world_CodexEntriesLocalized_9_Mirana_LocHeroName" "มิรานา"
}